"ปิยสวัสดิ์" ชำแหละการบินไทย บอร์ดแทรกแซง-ขาดธรรมาภิบาล
การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจตามประกาศของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังกลายเป็นความหวังของรัฐวิสาหกิจต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ระบุว่า มีผลการดำเนินการอยู่ระดับ "วิกฤติ" โดยในปี 2556 การบินไทย ขาดทุน 1.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ไตรมาสแรกปีนี้ ขาดทุน 2,634 ล้านบาท โดย สคร.ยังเสนอให้ควบคุมค่าใช้จ่ายการดำเนินงานให้รัดกุม แต่ต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการให้บริการบนเครื่องบินและความปลอดภัยด้านการบิน
"ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์" อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย (ดีดีการบินไทย) นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนี้เป็นเวลา 2 ปี 7 เดือน ก่อนจะเป็นข่าวครึกโครมเมื่อถูกบอร์ดการบินไทยเลิกจ้าง อย่างยากจะหาเหตุผลรองรับ เขากล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ถึงสถานะทางการเงินของการบินไทย ว่า...
ยังอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง
แม้ว่าเครื่องบินใหม่ที่เข้ามาจะมีประสิทธิภาพต่อการใช้เชื้อเพลิง ค่าบำรุงรักษาต่ำ ซึ่งน่าจะช่วยพยุงผลประกอบการให้ดีขึ้น เช่นเดียวกับราคาน้ำมันที่เริ่มปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับในอดีต โดยเฉพาะในปีนี้ราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนหลักถึง 40% ถือว่าปรับลดลง "ต่ำสุดในรอบ 4 ปี"
ที่เป็นเช่นนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการแข่งขันในธุรกิจสายการบินที่รุนแรงขึ้น
"เช่น ญี่ปุ่น ถือเป็นเส้นทางหลักที่ทำกำไรให้การบินไทยมากที่สุด แต่ช่วงหลังๆ มีสายการบินอื่นเข้ามาแข่งขัน ดังนั้นถ้าดูจากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจแล้ว ถือว่ามีปัจจัยลบพอสมควร ที่ทำให้การบินไทยฟื้นตัวยาก แต่อย่าลืมว่า สายการบินอื่นก็เผชิญภาวะการแข่งขันไม่ต่างจากการบินไทย"
ทว่า เหตุผลหลักกว่านั้น อดีตดีดีการบินไทยเช่นเขา วิเคราะห์ไปว่าอยู่ที่ "การบริหารจัดการธุรกิจ"
"ถ้าสายการบินอื่นทำกำไรได้ ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน การบินไทยก็ต้องปรับตัว ปรับการบริหารจัดการเพื่อทำกำไรและอยู่ต่อได้อย่างยั่งยืน"
เดินสู่การ "เพิ่มทุน" พยุงฐานะ
ปิยสวัสดิ์ ยังบอกด้วยว่า หนี้สินของการบินไทยในขณะนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก (ไตรมาสแรกปีนี้ การบินไทยมีหนี้สินรวม 2.52 แสนล้าน สัดส่วนหนี้สินต่อทุน เท่ากับ 4.66 เท่า) นี่คือความน่าเป็นห่วง จนเขาประเมินว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่การบินไทยจะต้อง "เพิ่มทุน" เพื่อประคองฐานะทางการเงิน
"ผมคิดว่าหลังจากมีการเพิ่มทุนเมื่อปี 2553 ภาระหนี้สินต่อทุนลงเหลือ 2:1 ตอนหลังเริ่มขาดทุนต่อเนื่องภาระหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้นพอสมควร การเพิ่มทุนคือสิ่งที่กระทรวงการคลังกำหนดเป็นเงื่อนไข คือ ยอมให้เพิ่มทุนและใส่เงินเข้ามาเพิ่ม แต่ให้เจรจากับผู้ให้กู้เพื่อแก้ไขสัญญาเงินกู้ ยกเลิกเงื่อนไขจะต้องให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ แต่ระยะหลังทราบว่าจำเป็นต้องให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน เพราะถ้าไม่ค้ำประกันก็ไม่สามารถหาเงินกู้ได้"
สำหรับเขาถือเป็น "สัญญาณที่น่ากังวล" ถ้าแนวโน้มการขาดทุนยังมีเช่นนี้ ก็หนีไม่พ้นจะต้อง "เพิ่มทุนในไม่ช้า"
เตือนอย่าโทษปัจจัยภายนอก
ปิยสวัสดิ์ ยังกล่าวว่า ภาวะขาดทุนของการบินไทยว่า หลักๆ มาจากอัตราผู้โดยสารต่อที่นั่งยังอยู่ในระดับต่ำ โดยส่วนหนึ่งอาจจะเกิดจากปัญหาการเมืองที่ฉุดให้นักท่องเที่ยวเดินทางลดลง แต่ใช่ว่าปัญหาทางการเมืองที่ผ่านมาจะไม่เคยเกิดขึ้น
"ปัญหาการเมืองเคยมีมาแล้ว เหตุการณ์รุนแรงกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่ปริมาณผู้โดยสารก็ไม่ได้ลดลงมากขนาดนี้ เรื่องต้นทุนที่ไม่มีการควบคุม เราจะเห็นว่าต้นทุนการบินไทยสูงค่อนข้างมาก ผมยังมองไม่เห็นว่าจะมีมาตรการอะไรที่จะดูแลได้" เขาตั้งข้อสังเกต
อย่างไรก็ตาม เขาไม่เชื่อว่า "การบินไทยอยู่ในสภาพตกต่ำที่สุด" โดยเห็นว่า จะต้องแยกการพิจารณาเป็นส่วนๆ ระหว่าง "ฐานะทางการเงิน กับคุณภาพบริการ"
"ฐานะการเงินแย่ใช่ ภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นรวดเร็วก็ใช่ ภาระขาดทุนไม่มีวี่แววจะลดลง แต่คุณภาพบริการหรือความพึงพอใจต่อผู้โดยสารทั่วไปอยู่ในระดับดี ฉะนั้นจะเทียบการบินไทยกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ไม่ได้ เพราะว่า ร.ฟ.ท.ฐานะการเงินก็แย่ บริการก็แย่ ส่วนการบินไทยฐานะการเงินแย่ แต่คุณภาพบริการทั่วไปยังดีอยู่" เขาวิเคราะห์
แม้ว่า การจัดอันดับความพึงพอใจของผู้โดยสารตามการจัดอันดับของ "สกายแทรกซ์" อาจจะตกลง จากอันดับ 5 ตกลงมาอยู่อันดับที่ 15 เมื่อปีที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบกับสายการบินทั่วโลกอันดับที่ 15 ก็ไม่ถือว่าไม่ได้แย่เกินไปนัก เพียงแต่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ เพราะมีเครื่องบินใหม่เข้ามาจำนวนมาก
"มีคนตำหนิบอร์ดว่าได้ตั๋วฟรีมากเกินไป จนต้องยกเลิกตั๋วฟรี ถามจริงเถอะว่า ตั๋วฟรีบอร์ดมีปัญหาสร้างภาระให้กับการบินไทยมากแค่ไหน ? คำตอบคือไม่มี เพราะบอร์ดมีแค่ 15 คน ลดตั๋วฟรีมาแล้วพอสมควร จากในอดีตที่เคยได้ ผมว่าคนการบินไทยต้องกลับไปมองดูตัวเองว่า ปัญหาจริงๆ มาจากไหน แล้วเลิกที่จะโทษคนข้างนอก"
ชี้จุดตกต่ำขาดธรรมาภิบาล-ถูกแทรกแซง
ปิยสวัสดิ์ ชำแหละปัญหาการบินไทย อย่างตรงไปตรงมา ว่า ปัญหาที่แท้จริงของการบินไทยอยู่ที่ ธรรมาภิบาล การบริหารจัดการ การแทรกแซงจากภายนอก
"ตอนหลังๆ สิ่งเหล่านี้ เพิ่มขึ้นเยอะมาก ในการจัดซื้อจัดจ้าง การโยกย้ายแต่งตั้งผู้บริหาร พนักงาน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งบั่นทอนการทำงานขององค์กร องค์กรจะมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพแค่ไหนขึ้นอยู่กับคน และคนที่เป็นนายด้วย ถ้าเผื่อคนที่เป็นนายไม่มีความเหมาะสม ไม่มีความรู้แต่ขึ้นมานั่ง เพราะเส้นสายองค์กรก็จะอ่อนแอลง และจะอ่อนแอลงเร็วมาก"
เขากล่าวว่า การแทรกแซงจากข้างนอก โทษการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ ต้องโทษ "คนข้างใน" ด้วย เพราะคนข้างในเป็นคนไปดึงนักการเมืองเข้ามาแทรกแซง ไปวิ่งเต้นนักการเมืองเพื่อความก้าวหน้าของตัวเอง ทำให้เกิดความแตกแยกขององค์กร ซึ่งค่อนข้างสูง เป็นปัญหาที่รู้สึกรุนแรงมากขึ้น แก้ไม่ง่าย เหมือนปัญหาความแตกแยกประเทศ "เสื้อแดง-เสื้อเหลือง"
ปัญหาของประเทศถูกจำลองมาอยู่ในการบินไทย
"ผมว่าปัญหาการบินไทยรุนแรงขึ้นจากคณะกรรมการบริษัท เข้ามาวุ่นวายแทรกแซง การบริหารจัดการ วันนี้มีการลาออกของกรรมการส่วนหนึ่ง ก็หวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความปรองดองและสร้างธรรมาภิบาลในการบินไทย เพราะคนสร้างปัญหาบางคนก็ออกไปแล้ว " ปิยสวัสดิ์ กล่าว
เผยต่อรองเพิ่มอำนาจช่วงเป็นดีดี
อดีตดีดีการบินไทย ยังเล่าว่า ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งดีดีการบินไทย ได้เจรจากับบอร์ดการบินไทย เรื่องอำนาจหน้าที่ดีดีว่าจะต้องมากกว่าสมัยก่อน เช่น เรื่องการอนุมัติการเงิน การโยกย้ายแต่งตั้ง ก่อนหน้านี้ตำแหน่งสำคัญๆ ต้องให้บอร์ดพิจารณาใหม่ ทำให้เกิดการแทรกแซงการวิ่งเต้นได้ตลอดเวลา ดีดีไม่สามารถบริหารได้ แต่ในช่วงหลัง เข้าใจว่าใช้วิธีการสั่งโดยตรง สั่งข้ามหัวดีดีคนก่อนก็ได้ น่าเห็นใจดีดีคนก่อนเพราะถูกสั่งข้ามหัวตลอดเวลา เขาแจกแจง
"ผมรู้สึกตกใจกับการบริหารการบินไทยโดยบอร์ด ผมได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสการประชุมของบอร์ดจึงได้เห็น การอนุมัติการเงิน การแต่งตั้งโยกย้าย จริงๆ แล้วดีดีมีอำนาจน้อยมาก บอร์ดทำทุกอย่าง ที่มีวิธีพิสดาร ที่ไม่มีหลักธรรมาภิบาลใดๆ สิ่งที่ไม่ได้เขียนในระเบียบบริษัทยังมีอีกมาก ที่บอร์ดเข้ามาทำ ดีดีแทบไม่มีอำนาจอะไร แต่หลังจากผมออกไปก็กลับมาเหมือนเดิม ผมเห็นใจคุณสรจักร เกษมสุวรรณ"
คณะกรรมการบริษัทไม่ได้ทำงานตามหลักธรรมาภิบาล ที่กำหนดโดยตลาดหลักทรัพย์อย่างที่บอร์ดที่ดีควรจะทำ เขาวิพากษ์
ปิยสวัสดิ์ ยังเชื่อว่า ต้นตอของปัญหาจริงๆ มาจาก "คนใน" ส่วนภาวะการแข่งขันภายนอกเป็นปัจจัยที่ทุกสายการบินต้องเผชิญ
"ปัญหาจริงๆ ต้องมองกลับมาที่ข้างใน ความแตกแยกมีมาก โทษกันไปโทษกันมา จริงๆ แล้ว ต้องเป็นเรื่องที่รับผิดชอบร่วมกัน"
แนะคนบินไทยร่วมมือสามัคคี
ปิยสวัสดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาของการบินไทย ไม่มีข้อเสนอแนะใด แต่ขอให้คนการบินไทยกลับไปคิดดู ช่วยกันระดมความเห็นว่าทำอย่างไรให้องค์กรอยู่รอด ร่วมมือสามัคคีเลิกทะเลาะกัน หวังว่าความแตกแยกจะลดลง เมื่อมีการขจัดอุปสรรค ความขัดแย้งบางเรื่องออกไป แต่ถ้าความขัดแย้งข้างในยังมีอยู่และรุนแรงเช่นนี้ ก็ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาองค์กรได้
"ผมไม่บอกว่าต้องทำอย่างไร แต่ขอให้เลิกโทษปัจจัยภายนอก ที่ทำให้การบินไทยขาดทุนเสียที"
คนการบินไทยต้องคิดกันเอง !!





