วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'แกนนำพท.'ชี้ภารกิจคสช.'เช็กบิล-สลายพรรค-ขั้วสี'

"แกนนำเพื่อไทย"ประเมิน3ภารกิจคสช."เช็กบิลอำนาจเก่า-สลายพรรค-สลายขั้วสี" ลือแกนนำบางคนออกตั้งพรรคใหม่

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า หลังจากนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตามข้อบังคับพรรคทำให้กรรมการบริหารพรรคที่เหลือพ้นสภาพไปด้วย แต่ด้วยข้อห้ามคสช.ไม่ให้เคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมือง พรรคจึงยังไม่สามารถเรียกประชุมใหญ่เลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ได้ ต้องรอจนกว่าจะมีการผ่อนคลายข้อห้ามดังกล่าว

รายงานข่าวกล่าวว่า ทั้งนี้มีแกนนำพรรคบางคนได้ประเมินถึงสถานการณ์ในพรรคและสถานการณ์การเมือง โดยเชื่อว่า คสช.มีภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จไม่ให้เหมือนอดีตคือ สลายพรรค สลายขั้ว สลายสี ตามประกาศคสช.ฉบับที่57 ให้พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับยังสามารถบังคับใช้ได้ ให้ศาลและหลายองค์กรยังทำหน้าที่ได้ หนึ่งในนั้นคือกกต. นอกจากจะจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นหลายพื้นที่แล้ว กกต.ยังมีสำนวนร้องขอให้ยุบพรรคเพื่อไทยเเละพรรคประชาธิปัตย์ หลายสำนวน ที่ผ่านมาได้เรียกให้ผู้ร้อง-ผู้ถูกร้องเข้าไปชี้แจงบ้างแล้ว เชื่อว่าคสช.น่าจะอาศัยการสรุปสำนวนกกต. แล้วส่งให้หัวหน้าคสช.ที่มีอำนาจเต็มเหนือนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ยกเหตุผลต่างๆเพื่อออกประกาศ สลายพรรคการเมืองอย่างแน่นอน โดยการสลายพรรคคงไม่ได้ทำในรูปแบบเดิม

รายงานข่าวกล่าวว่า เริ่มจากกกต.สรุปสำนวน ส่งให้อัยการพิจารณา ส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยานผู้ถูกร้อง ผู้ร้อง ซึ่งจะใช้ระยะเวลานานกว่าจะวินิจฉัยยุบพรรค ระหว่างนี้ กกต.จะทำควบคู่ไปกับการเรียกเงินสนับสนุนจากพรรคการเมืองคืน เนื่องจากตามข้อห้ามคสช.ไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมือง ในส่วนของพรรคเพื่อไทย มีเงินที่ถูกเรียกคืนกว่า 100ล้านบาท ประชาธิปัตย์ประมาณ90ล้านบาท ยังไม่นับรวมพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก

รายงานข่าวอีกว่า การสลายพรรคจะทำให้สำเร็จต้องพยายามดึงขั้วต่างๆในพรรค ออกมาไม่ให้ยุ่งการเมือง ไม่ให้รวมกลุ่มกันได้เหมือนในอดีต การเรียกตัวแกนนำพรรคเพื่อไทยทั้งในอดีตและปัจจุบันเข้าไปทำความเข้าใจ หนึ่งในมาตราการที่ใช้ข่มขู่ไม่ให้เคลื่อนไหว คือการขู่ระงับธุรกรรมทางการเมือง การตรวจสอบภาษีย้อนหลังทำให้ไม่มีแกนนำพรรค กล้าเคลื่อนไหวมาก

ขณะเดียวกันเริ่มมีแกนนำพรรคเพื่อไทยบางคนไปจับมือกับอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยบางคน พยายามชักชวนอดีตส.ส.เพื่อไทยในกลุ่มที่กระแสในพื้นที่ไม่แรงมากให้ไปอยู่ในพรรคที่จะเกิดใหม่ ซึ่งรูปแบบพรรคนั้นคงไม่ต่างจากพรรคสามัคคีธรรม สมัย รสช.2535 หรือ พรรคมัชฌิมาธิปไตย หลังเหตุการณ์19ก.ย.2549 มากนัก หากมีการสลายพรรค กระแสสีเสื้อเริ่มเบาลง คงจะมีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นแน่นอน

รายงานข่าวเผยว่าการสลายสีเสื้อนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้ย้ำหลายครั้งว่าไม่ต้องการให้ประชาชนแบ่งสีเสื้อ ขอขจัดปัญหาความขัดแย้งที่มีมาอย่างยาวนานกว่า9ปีให้ได้ ตอนนี้ทำไปได้ส่วนหนึ่ง การกดแกนนำไม่ให้เคลื่อนไหว การเชิญแกนนำเสื้อแดงไม่ทำความเข้าใจทั้งตามขั้นตอนปกติและทางลับ ขอร้องแกมข่มขู่ไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมกับการกวาดล้างแหล่งซ่องสุมอาวุธ เส้นทางลำเลียง พักพิง ท่อน้ำเลี้ยง และยังจับตาดูความเคลื่อนไหวกลุ่มต่อต้าน กลุ่มที่มีศักยภาพเตรียมออกปฏิบัติการณ์ได้อย่างใกล้ชิด ส่วนพวกที่ฝ่าฝืนคำสั่งคสช.ถูกจับกุมตัวได้ก็ถูกลงโทษทางกฎหมายอย่างเข้มงวด ทำให้แกนนำระดับกลุ่มต่อต้านไม่กล้าเคลื่อนไหวมาก

รายงานข่าวเผยอีกว่า ก่อนทำการสลายพรรค สลายขั้ว สลายสี คสช.คงจะปลุกกระแสชาตินิยม เร่งทำงานเอาใจประชาชนต่างจังหวัด โดยเฉพาะโครงการต่างๆของรัฐบาลในอดีตที่ไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ คสช.เร่งเข้าไปแก้ไขปัญหา ไปทำให้เช่น การเร่งจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวให้ชาวนา การเข้ามาขจัดผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ความพยายามจะทำให้ชาวบ้านไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าครองชีพที่สูงเกินไป ซึ่งเป็นการเร่งสร้างคะแนนนิยม หวังทำให้ประชาชนเกิดทัศนะที่ดีขึ้นต่อคสช.