แท็กซี่ขอสตาร์ท50บ. "อภิรัชต์"เร่ง500วินจยย.เถื่อนขึ้นทะเบียน "ไพบูลย์"ถกปรับกม.แก้ปัญหารถบริการสาธารณะ
"ผบ.มทบ.11"ลงพื้นที่สนามบินดอนเมืองถกจัดระเบียบแท็กซี่-หารือบริษัทดูแลคิว เผยผู้ขับแท็กซี่เรียกร้องคสช.ขอปรับขึ้นค่ามิเตอร์สตาร์ทที่ 50 บาท ด้าน"ผบ.พล.1"ลงพื้นที่ตรวจสอบวินจยย.ย่านพระราม 9 จี้ 500 วินเถื่อนทั่วกรุง เร่งขึ้นทะเบียน ฝ่าฝืนเจอโทษปรับ 5 พัน วางเป้าขจัดผู้มีอิทธิพล ขรก.มีเอี่ยวเจอเล่นงาน
ทหารและตำรวจเดินหน้าจัดระเบียบรถบริการสาธารณะ ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งผู้ให้บริการและประชาชนผู้ใช้บริการ ล่าสุดมีความคืบหน้าในการจัดระเบียบรถแท็กซี่ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง
โดยเมื่อวานนี้ (19 มิ.ย.) พล.ต.นิรันดร สมุทรสาคร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ที่รับผิดชอบดูแลการจัดระเบียบรถแท็กซี่ ได้ลงพื้นที่สนามบินดอนเมือง เพื่อหารือกับ พล.อ.อ.มนัส รูปขจร เจ้าของบริษัทพลังร่วม ซึ่งเป็นบริษัทดูแลรักษาความปลอดภัย และดูแลคิวแท็กซี่ที่ดอนเมือง
ทั้งนี้จากการพูดคุยร่วมกันทั้งหมดเห็นตรงกันว่า จะเข้ามาช่วยกันบริหารดูแลแท็กซี่เพื่อให้ความสะดวกแก่ผู้โดยสาร เนื่องจากที่ดอนเมืองมีปัญหาแท็กซี่ไม่เพียงพอ เมื่อมีเครื่องบินลง พร้อมกัน และมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายของแท็กซี่ ซึ่ง คสช.จะเข้ามาดูแล โดยที่ดอนเมืองมีความแตกต่างจากสุวรรณภูมิ ที่มีบริษัทมาดูแลจัดระเบียบแท็กซี่โดยเฉพาะ แต่ที่ดอนเมืองฝากให้ บริษัท รปภ.ดูแล ทำให้อาจมีปัญหาในเรื่องกิริยามารยาท ตลอดจนปัญหาอาชญากรรม และการพนัน แต่ยืนยันว่าไม่มีมาเฟีย หรือผู้มีอิทธิพล
แท็กซี่ขอปรับค่าโดยสารเริ่มต้นที่50บาท
ดังนั้นในอนาคตจะมีการนำระบบสมาร์ทการ์ดมาใช้ดูแลระบบแท็กซี่ ซึ่งในปัจจุบันมีแท็กซี่ทั่วประเทศกว่า 1.1 แสนคัน เป็นแท็กซี่อิสระกว่า 3.7หมื่นคัน ขณะเดียวกันรถแท็กซี่เรียกร้องขอให้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารเริ่มต้นเป็น 50 บาท ซึ่งเรื่องนี้ คสช.จะนำไปพิจารณาอีกครั้ง โดยยืนยันการที่เข้ามาจัดระเบียบแท็กซี่ เนื่องจากต้องการให้เกิดความเป็นธรรมกับแท็กซี่และผู้โดยสาร
ทหารเข้าดูแลแท็กซี่สุวรรณภูมิแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน พ.อ.บุญชู กลิ่นสาคร ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ ที่ 2 รักษาพระองค์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร จากกองพันทหารปืนใหญ่ ที่ 2 รักษาพระองค์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรมการขนส่งทางบก และตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกันตั้งด่านตรวจความเรียบร้อยการให้บริการแท็กซี่สาธารณะในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณด้านหน้าชานชาลาอาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ประตู 3
พ.อ.บุญชู กล่าวว่า การดำเนินการตั้งด่านตรวจความเรียบร้อย เป็นไปตามคำสั่งของ คสช.และ มทบ.11 เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของสนามบิน ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบการเก็บค่าหัวคิวในการเข้ามารับผู้โดยสารที่สนามบิน โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจเช็คใบขับขี่ของคนขับ การแต่งกาย วัดปริมาณแอลกอฮอล์ การต่อภาษีรถยนต์ การตรวจรอบมิเตอร์ การตรวจเช็กสภาพรถว่าพร้อมให้บริการหรือไม่ และตรวจป้ายอนุญาตที่ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกให้ ซึ่งการจัดระเบียบในครั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในการให้บริการ
"อภิรัชต์"ลุยจัดระเบียบจยย.พระราม9
ด้านการจัดระเบียบจักรยานยนต์รับจ้าง(จยย.รับจ้าง) นั้น เช้าวานนี้ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ในฐานะรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการมีใบอนุญาตตั้งวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อดำเนินการจัดระเบียบรถบริการสาธารณะ บริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 9
ทั้งนี้ พล.ต.อภิรัชต์ ระบุว่า การตรวจสอบในครั้งนี้พบว่ายังมีวินรถจักรยานยนต์รับจ้างอีกว่า 500 วิน ทั่วกรุงเทพมหานคร ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนและใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ซึ่งส่งผลให้เกิดช่องว่างต่อการเข้ามาหาผลประโยชน์ของกลุ่มผู้มีอิทธิพล ดังนั้นการดำเนินการเพื่อจัดระเบียบในระยะแรก จึงจะต้องเร่งให้วินรถจักรยานยนต์ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนไปขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง พร้อมทั้งติดป้ายแสดงราคาค่าโดยสาร เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงเร่งด่วน รวมทั้งการให้บริการแก่ประชาชนด้วยความสุภาพ ปลอดภัย
ขู่เล่นงานมาเฟียเอี่ยวรีดวินจยย.
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่อยู่ในเครื่องแบบ ทั้งในส่วนของทหาร ตำรวจ จะดำเนินการอย่างไร พล.ต.อภิรัชต์ กล่าวว่า จะดำเนินการในขั้นเด็ดขาดกับคนกลุ่มนี้อย่างแน่นอน หากพบมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะสั่งพักงานและตั้งคณะกรรมการสอบสวน และเมื่อสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิดจริงก็จะให้ออกจากราชการและส่งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป "เบื้องต้นทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร มีข้อมูลและรายชื่อของกลุ่มคนเหล่านี้บางส่วนแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หรืออาจจะมีการเรียกเข้ามาพูดคุยและรายงานตามประกาศของคสช. ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการเรียกตัวมาพูดคุยในบางส่วนแล้ว และหากประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแสที่เป็นประโยชน์ก็สามารถร้องเรียนหรือแจ้งมาได้ที่ศูนย์วิทยุของกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล"
ตร.เชื่อ3เดือนเห็นผลล้างมาเฟีย
ขณะที่พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวว่า จากนี้ต่อไปจะมีการดำเนินการอย่างเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ และจะประเมินผลการดำเนินงานภายใน 1-2 เดือน หากพบมีข้อบกพร่องก็จะนำมาปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแต่มั่นใจภายในกรอบระยะ 3 เดือนจะสามารถขจัดกลุ่มผู้มีอิทธิพลและจัดระเบียบรถบริการสาธารณะให้เป็นรูปธรรมตามนโยบายของคสช.ได้
จัดระเบียบวินจยย.ย่านรามคำแหง3จุด
ที่วัดเทพลีลา พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานทหาร ร่วมตรวจความเรียบร้อยจัดระเบียบจุดจอดวินรถจักรยานยนต์รับจ้างย่านรามคำแหง 3 จุดคือ วัดเทพลีลา ปากซอยรามคำแหง 39 และปากซอยมหาดไทย โดยมีตำรวจจราจร สน.หัวหมาก เข้าร่วมสอบถามอุปสรรคปัญหาที่ผ่านมา และตรวจสอบการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการติดป้ายบอกราคาอย่างชัดเจน ซึ่งตำรวจจราจรท้องที่ได้ประสานแต่ละวิน จยย.นำมาติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
พร้อมชี้แจงทำความเข้าใจนโยบายการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและคณะทำงาน คสช.โดยเจ้าหน้าที่แจ้งกับผู้ขับขี่ว่า ให้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถูกต้อง หากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดให้จดทะเบียนแล้วแต่ยังมีรถจักรยานยนต์ที่ผิดกฎหมายเล็ดลอดอยู่จะถูกจับกุมตาม พ.ร.บ.รถยนต์ 2522 อย่างเฉียบขาดฐานนำรถจักรยานยนต์ที่ไม่ได้รับอนุญาตมาบรรทุกผู้โดยสารมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาทโดยไม่ละเว้น
"ไพบูลย์"ถกจัดระเบียบรถรับจ้าง
ที่กองบัญชาการทหารบก บ่ายวันเดียวกัน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้เรียกประชุมบูรณาการเพื่อการจัดระเบียบรถรับจ้างสาธารณะ ได้แก่ รถตู้ วินมอเตอร์ไซค์ และรถแท็กซี่ โดยมีกรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก เข้าร่วมหารือ
ทั้งนี้ได้มีการรับฟังปัญหาข้อขัดข้องต่าง ๆ เพื่อที่จะหาทางร่วมกันในการที่จะปรับปรุงกฎหมายรวมทั้งกฎระเบียบต่าง ๆ เกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะให้ได้อย่างยั่งยืนต่อไป
ปปง.แจงส่งชื่อนักค้ายาให้แบงก์ไม่สอดไส้
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กล่าวถึงข้อกังวลการรวบรวมรายชื่อนักค้ายาเสพติดกว่า 1,000 คน เพื่อให้ธนาคารตรวจสอบธุรกรรม อาจมีการสอดไส้ให้ตรวจสอบรายชื่อนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีตว่า รายชื่อกว่า 1,000 คน ที่ปปง.จะรวบรวมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) และปปง. ส่วนใหญ่เป็นฐานข้อมูลเดียวกันทั้งหมด แต่ที่ผ่านมาแยกส่วนกันตรวจสอบ เชื่อว่ารายชื่อต้องมีส่วนซ้ำกัน
โดยก่อนหน้านี้ธนาคารเคยมาปรึกษาหลายครั้งว่าตำรวจ ป.ป.ส. ปปง. ต่างฝ่ายต่างยื่นเรื่อง และขอให้ธนาคารตรวจสอบกลุ่มคนต้องสงสัยเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดครั้งนี้ ปปง.จึงขอให้จัดทำบัญชีนักค้าส่งมาให้ปปง.จัดส่งไปให้ธนาคารตรวจสอบ เพื่อลดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน เมื่อธนาคารพบก็จะส่งเรื่องกลับมาให้ปปง. จากนั้นปปง.ก็จะส่งเรื่องไปให้ตำรวจสอบสวนขยายผลต่อ
อย่างไรก็ตาม ขอให้มั่นใจว่าจะไม่มีบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องปะปนไปอยู่ในกลุ่มนักค้ายาเสพติด โดยก่อนส่งรายชื่อไปให้ธนาคาร ปปง.จะตรวจทานอีกครั้งให้มั่นใจว่าไม่มีการเหวี่ยงแห โดยรายชื่อของแต่ละคนจะมีการบรรยายพฤติกรรมว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดอย่างไร ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีเงินฝากของผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดถูกจัดเป็นลูกค้ากลุ่มเสี่ยง





