วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โพลปชช.หนุน'คสช.'ปราบโกง

นิด้าโพลเผยประชาชนหนุน "คสช." ปราบโกง จัดการ"นักการเมือง" ทุจริตคอร์รัปชัน ชี้นายกฯควรมาจากเลือกตั้ง

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง "คสช.กับการปฏิรูปการเมือง" ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17 - 18 มิ.ย.57 จากประชาชนทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,253 หน่วยตัวอย่าง กระจายทุกระดับการศึกษาและอาชีพ เกี่ยวกับการเร่งดำเนินการปฏิรูปการเมืองในด้านต่างๆ ของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับการเร่งดำเนินการปฏิรูปการเมืองในด้านต่างๆ ของ คสช.พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 23.43 ระบุว่า ควรปฏิรูประบบการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมืองและข้าราชการ รองลงมา ร้อยละ 20.24 ระบุว่า ควรแก้ไขปัญหาพฤติกรรมนักการเมือง ร้อยละ 17.63 ระบุว่า ควรแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง ร้อยละ 16.36 ระบุว่า ควรปฏิรูประบบการเลือกตั้ง ร้อยละ 5.76 ระบุว่า ควรพิจารณาคุณสมบัติและที่มาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ส.ส.และ ส.ว.

ร้อยละ 4.67 ระบุว่า ควรเพิ่มช่องทางในการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจสาธารณะ ร้อยละ 4.06 ระบุว่า ควรเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรอิสระ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ร้อยละ 3.40 ระบุว่า ควรป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนเข้าครอบงำพรรคการเมือง ร้อยละ 2.61 ระบุว่า ควรสร้างระบบการถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ร้อยละ 0.14 ระบุว่า อื่นๆ เช่น การเคารพสิทธิและเสียงในระบอบประชาธิปไตย การเปิดโอกาสให้นักการเมืองรุ่นใหม่ๆ ได้เข้ามามีบทบาททางการเมืองมากขึ้น และควรปฏิรูปไปพร้อมๆ กันในทุกๆ เรื่อง และร้อยละ 1.70 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับคุณสมบัติ และที่มาของนายกรัฐมนตรี พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.57 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน รองลงมา ร้อยละ 9.74 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส.แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ร้อยละ 7.50 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.และได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ร้อยละ 2.87 ระบุว่า อื่นๆ เช่น นายกรัฐมนตรี ควรมาจากการแต่งตั้ง และเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และที่สำคัญต้องเป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรม สามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ และร้อยละ 2.31 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ด้านความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับรูปแบบการเลือกตั้ง ส.ส.ที่เหมาะสมกับประเทศไทย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 38.04 ระบุว่า เป็นระบบการเลือกตั้ง ส.ส.แบบเขตละหนึ่งคน (One Man One Vote) รองลงมา ร้อยละ 25.59 ระบุว่า เป็นระบบการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งประเทศ ร้อยละ 11.32 ระบุว่า เป็นระบบการเลือกตั้ง ส.ส.แบบเขตใหญ่หลายคนแต่ไม่เกิน 3 คนต่อหนึ่งเขต (ระบบพวงใหญ่) ร้อยละ 10.45 ระบุว่า เป็นระบบการเลือกตั้ง ส.ส.ตามกลุ่มอาชีพ ร้อยละ 6.36 ระบุว่า เป็นระบบการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อรายจังหวัด ร้อยละ 2.61 ระบุว่า เป็นระบบการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อรายภาค ร้อยละ 0.13 ระบุว่า เป็นระบบการเลือกตั้ง ส.ส.แบบอื่นๆ เช่น การเลือกตั้งแบบสหรัฐอเมริกา และร้อยละ 5.49 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับความจำเป็นของการสังกัดพรรคการเมือง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พบว่า ประชาชนเกินครึ่ง หรือร้อยละ 54.27 ระบุว่า ส.ส.ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง ขณะที่ ร้อยละ 40.86 ระบุว่า ส.ส.จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง และร้อยละ 4.87 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ