ผอ.ศูนย์ปรองดองฯประชุมร่วมตำรวจขอช่วยลงชุมชนสร้างบรรยากาศปรองดองทำความเข้าใจปมยึดอำนาจ แจงโรดแมพชาติ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้จัดงานสัมนาความร่วมมือการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและการสร้างความสมานฉันท์ของคณะกรรมการติดตามและบริหารงานตำรวจ กรุงเทพมหานคร (กต.ตร.กทม.) และ กต.ตร.สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งตำรวจ ทหาร เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) รักษาราชการแทน ผบ.ตร. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) เป็นต้น
ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นครบาลและ กต.ตร.ระดับต่างๆ จำนวนประมาณ 1,400 คนเข้าสัมนา
พล.ท.กัมปนาท กล่าวในหัวข้อการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ โดยระบุตอนหนึ่งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายถือเป็นส่วนสำคัญต่อการเข้าไปทำความเข้าใจกับชุมชน ประเด็นสำคัญ คือ การทำความเข้าใจต่อการยึดอำนาจการปกครอง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าเป็นการยึดอำนาจเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและแก้ปัญหาความขัดแย้งของประชาชน ทั้งที่อีกเพียง 5 เดือน พล.อ.ประยุทธ์จะเกษียณอายุราชการแล้ว
"หากอยากสบายก็นับเวลาถอยหลังแล้ว แต่ตอนนี้ ผบ.ทบ.ไม่ได้สบาย เพราะต้องแบกภาระของประเทศเอาไว้" พล.ท.กัมปนาท กล่าว
เขากล่าวต่อว่า ประเด็นที่อยากให้ช่วยชี้แจงอีกประเด็นหนึ่ง คือ ความเข้าใจต่อโรดแมพประเทศไทย โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนต่อจากนี้ที่ต้องใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 เท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาความเรียบร้อย และจัดระเบียบปัญหาที่สะสมมานาน รวมถึงสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน ดังนั้นขอความร่วมมือจากตำรวจในการร่วมทำบรรยากาศของประเทศให้มีความรักและเอื้ออาทรต่อกัน รวมถึงสร้างประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับประเทศ
ทั้งนี้ การสร้างบรรยากาศดังกล่าวมีขั้นตอนแรกเริ่มที่สำคัญ คือ ความเข้าใจต่อสภาพสังคมและปัญหาโดยรวมของประเทศ อาทิ ความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างกัน ไม่รับฟังเหตุผลของกันและกัน ความไม่เชื่อถือในกระบวนการยุติธรรม จึงต้องทำให้เกิดการเรียนรู้และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
"ศปป.ถือเป็นก้าวแรกของการคืนความสุขให้ประชาชน ด้วยการเปิดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชน ก่อนรวบรวมความคิดเห็นที่ได้ให้สภาปฏิรูปดำเนินการ" พล.ท.กัมปนาท ระบุ
ยึดอำนาจรอบนี้ขอเป็นครั้งสุดท้าย
ผู้อำนวยการ ศปป. กล่าวอีกว่า มีคนตั้งคำถามว่า การตั้ง ศปป.จะทำให้คนที่ทะเลาะกันมาเป็น 10 ปี เลิกทะเลาะกันได้สำเร็จหรือไม่ ซึ่งตนก็ตอบไม่ได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศที่จะต้องร่วมมือกัน
"ผมขอรอบนี้เป็นครั้งสุดท้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ลูกน้องผมเขาเหนื่อย ผมก็อยากกลับบ้าน และตอนนี้เริ่มนั่งนับวันกันแล้ว" พล.ท.กัมปนาท กล่าว
ยันไม่จบที่นิรโทษกรรม
และว่า การดำเนินงานของ ศปป.ในภูมิภาคต่างๆ ที่พบว่ามีการจัดแสดงดนตรี เล่นกีฬานั้น หัวหน้า คสช.บอกว่าเป็นสิ่งที่ดี ทำให้คนที่ขัดแย้งหรือผิดใจกันได้ละลายพฤติกรรม ละลายความขัดแย้ง ไม่ทะเลาะกัน จากนั้นได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นที่ ศปป.สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาได้ ทั้งนี้การทำงานดังกล่าวจะสำเร็จหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจของคนทุกภาคส่วน และขอยืนยันว่าการทำงานของ ศปป.จะไม่นำไปสู่การนิรโทษกรรมอย่างแน่นอน
กองปราบส่ง"ทอม ดันดี" ขึ้นศาลทหาร
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) ได้เดินทางไปประสานกับ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. เพื่อเบิกตัวผู้ต้องหารวม 4 คน ประกอบด้วย นายธานัท ธนวัชรนนท์ หรือ พันทิวา ภูมิประเทศ หรือ ทอม ดันดี นักร้องนักแสดงชื่อดัง น.ส.จิตรา คชเดช เจ้าของถ้อยคำ "ดีแต่พูด" ซึ่งทั้ง 2 คนเป็นผู้ต้องหาไม่เข้ารายงานตัวตามคำสั่งของ คสช. นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ และ นายสุรสิทธิ์ ม่วงศิริ ที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน เพื่อเดินทางไปฟ้องต่อศาลทหารกรุงเทพฯ
ทั้งนี้ ระหว่างรอขึ้นรถ นายทอม ดันดี ได้ชูนิ้วโป้งให้ช่างภาพถ่ายรูป และต่อด้วยการชู 3 นิ้ว ซึ่งมีความหมายว่า "ฉันรักเธอ”
ป.ป.ช.ขออำนาจฟันเอกชนจ่ายสินบน
วันเดียวกัน ที่โรงแรมเดอะแกรนด์ริเวอร์ไซด์ จ.พิษณุโลก นายวิชา มหาคุณ กรรมการและโฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขกฎหมายของ ป.ป.ช. (พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542) เพื่อให้มีประสิทธิภาพ ก่อนนำเสนอต่อ คสช.ว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปหลายประเด็นแล้ว ส่วนที่ยังติดค้างอยู่ เช่น การให้อำนาจ ป.ป.ช.ในการไต่สวนเอกชน ไม่ใช่เฉพาะแค่นักการเมืองหรือข้าราชการ
นอกจากนั้นยังมีการให้เอกชนต้องร่วมรับผิดด้วยกรณีของการทุจริต หากมีส่วนเข้าไปร่วมหรือสนับสนุนในการทุจริตนั้น ซึ่งในต่างประเทศ ผู้บริหารของบริษัทเอกชนจะต้องร่วมรับผิดในฐานะตัวการ ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้ให้การสนับสนุน
จากประสบการณ์ที่ได้ไปร่วมประชุมที่องค์การสหประชาชาติ ถือว่าเป็นกฎหมายที่สำคัญมากของโลกในอนาคต ไม่เช่นนั้นบริษัทเอกชนที่ไปให้สินบนกับข้าราชการระดับสูงแล้ว เจ้าของบริษัทจะมาบอกว่าเจ้าหน้าที่ทำ แต่ตัวเองไม่รับรู้ไม่ได้ กฎหมายใหม่ของโลกโดยเฉพาะของประเทศอังกฤษจะต้องให้ผู้บริหารพิสูจน์ว่าได้ใช้ความระมัดระวังเพียงพอ และหาแนวทางป้องกันแล้วหรือไม่ รวมทั้งได้เป็นคนสั่งการให้มีการให้สินบนหรือไม่ การจะเอาผิดข้าราชการระดับสูงและนักการเมือง โดยไม่เอาผิดเจ้าของบริษัทจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะถ้าหากไม่มีคนให้สินบน ก็ไม่มีคนรับ
นายวิชา กล่าวด้วยว่า การแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช.ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมี 2 แนวทาง คือ ผ่านช่องทางการปฏิรูป แต่หากต้องการให้รวดเร็ว และทาง คสช.กับรัฐบาลชุดใหม่เห็นด้วย เราอาจยื่นขอแก้ไขกฎหมายไปที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่จะตั้งขึ้น
บี้โชว์บัญชีทรัพย์สินใน 3 เดือน
นายวิชา ยังได้บรรยายพิเศษเรื่อง "ยุทธศาสตร์การบูรณาการประชาสัมพันธ์เชิงรุก" ตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาผู้ที่กำหนดให้ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน มักจะใช้เวลานานกว่าจะยื่นถึง ป.ป.ช. บางครั้งใช้เวลาถึง 200-300 วัน หรือ 600 วันก็มี กลายเป็นว่าใครยื่นเข้ามาเร็วถือว่าเป็นเรื่องแปลกมาก ซึ่งต่อจากนี้เราจะเอาจริง จะบังคับให้ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินโดยเร็ว ไม่ให้เหมือนในอดีต
ทั้งนี้ จะมีการกำหนดกรอบเวลาในการยื่น โดยจะให้มีการแจ้งเตือน 3 ครั้ง ครั้งละ 1 เดือน ถ้าไม่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ก็เข้าข่ายมีความผิดอาญาฐานจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ซึ่งเรื่องนี้เป็นมติของที่ประชุม ป.ป.ช.แล้ว
จ่อฟันบิ๊กขรก.กินหัวคิวข้าวกล่องอส.
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) กล่าวเรื่องการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันว่า ศูนย์ร้องเรียนร้องทุกข์ 1111 ของสำนักนายกรัฐมนตรี เริ่มมีประชาชนและข้าราชการทยอยแจ้งเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันของข้าราชการและผู้บังคับบัญชาในสังกัดเข้ามาแล้ว ซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนให้เป็นที่ปรากฏ ทั้งนี้ ไม่ต้องเรียกหา "ใบเสร็จ" แต่จะพิจารณาจากพฤติกรรมบุคคลผู้ก่อเหตุ พยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์
เช่น กรณีเรื่องข้าราชการกับการทุจริตค่าอาหารกล่องของสมาชิกอาสาสมัคร (อส.) ในจังหวัดใหญ่จังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ โดยมีการเบิกเงินค่าอาหารในแต่ละ มื้อให้กองร้อย อส. กินมื้อละ 60 บาทต่อนาย แต่มีการหักหัวคิวไป 30 บาทต่อนาย ซึ่งมีการร้องเรียนเข้ามาวันที่ 13 มิ.ย.เวลา 16.15 น. ถือเป็นการกระทำที่เป็นบาปและท้าทายคำสั่งของทางราชการที่ให้ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด





