วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กฟภ.เตรียมดับไฟฟ้าใต้ช่วงใช้งานสูงสุด

กฟภ.เตรียมพร้อมแผนดับไฟฟ้า 14 จังหวัดใต้ ช่วงการใช้งานสูงสุดตลอด 28 วัน หลังจากความต้องการใช้ลดลงได้เพียง 100 เมกะวัตต์ ต่ำกว่าเป้าหมาย

นายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (พีอีเอ) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤติไฟฟ้าภาคใต้ว่า วานนี้ (13 มิ.ย.) เวลา 05.43 น. ผู้รับสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ) A18 ได้หยุดจ่ายก๊าซฯ ส่งผลให้โรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา ขนาดกำลังการผลิต 710 เมกะวัตต์ หยุดเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า

จากการตรวจสอบของศูนย์อำนวยการช่วยเหลือสนับสนุนกรณีเหตุการณ์ไม่ปกติ (ศอส.) ของ พีอีเอ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อติดตามสถานการณ์การใช้ไฟฟ้า ในช่วงที่มีการหยุดจ่ายก๊าซ ยังมีความกังวล เนื่องจากการขอความร่วมมือในการลดใช้ไฟฟ้าของภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม ยังอยู่ที่ระดับประมาณ 100 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นมาได้อีกเพียง 30 เมกะวัตต์ ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าควรจะลดให้ได้ถึง 250 เมกะวัตต์ จึงจะอยู่ในขั้นที่ปลอดภัย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา เกิดความต้องการใช้สูงสุด (พีก) ของวันอยู่ที่ 2,220 เมกะวัตต์ ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่ภาคใต้มีกำลังไฟฟ้ารองรับได้ ทั้งสิ้น 2,300 เมกะวัตต์ แต่ในวันแรกของการหยุดจ่ายก๊าซแหล่งเจดีเอวานนี้ ในตอนกลางวันมีฝนตกเกือบทุกจังหวัด ซึ่ง กฟผ.แจ้งมาที่พีอีเอแล้วว่า ไม่ต้องเตรียมแผนดับไฟในวันแรก

วางแผนเวียนดับไฟ 19 ระดับ

ส่วนความร่วมมือในการลดใช้ไฟฟ้า ต้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 28 วันของการหยุดจ่ายก๊าซ เนื่องจากในวันที่อากาศร้อนอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุก 1 องศา ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 10% ดังนั้นหากความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเกิน 2,300 เมกะวัตต์ ทาง กฟผ. จะแจ้งมายัง พีอีเอ ในช่วงเวลา 15.30 น. ของแต่ละวัน ว่าจะมีการร้องขอให้ใช้แผนดับไฟหรือไม่

สำหรับมาตรการเวียนดับไฟฟ้าตามที่วางแผนไว้ 19 ระดับ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ (Black Out) จะเป็นการกระจายดับไฟในแต่ละพื้นที่ทั่วทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ โดยจะเวียนดับไฟระดับละ 50 เมกะวัตต์ ครั้งละไม่เกิน 1 ชั่วโมง โดยพื้นที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (ภาคใต้) เขต 1 จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งติดตามสถานการณ์ในจังหวัดชุมพรและระนองนั้น จะรับผิดชอบการดับไฟ 4 เมกะวัตต์ พื้นที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (ภาคใต้) เขต 2 จังหวัดนครศรีธรรมราช รับผิดชอบ ดับไฟ 28 เมกะวัตต์ และพื้นที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (ภาคใต้) เขต 3 จังหวัดยะลา รับผิดชอบดับไฟ 18 เมกะวัตต์ ทั้งนี้การเวียนดับไฟจะยกเว้นสถานที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาล โรงพัก ค่ายทหาร และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เตรียมแผนดับไฟฟ้าฉุกเฉินหากขัดข้อง

นายนำชัย กล่าวด้วยว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น โรงไฟฟ้าที่เหลืออยู่ในภาคใต้เกิดเหตุขัดข้องหลุดจากระบบไฟฟ้าไป ทาง กฟภ.และ กฟผ. จำเป็นต้องดำเนินการดับไฟฟ้าฉุกเฉิน โดยไม่สามารถแจ้งล่วงหน้า ซึ่งอาจกินพื้นที่กว้างพอสมควร แต่จำเป็นต้องทำเพื่อป้องกันปัญหาไฟฟ้าดับทั้ง 14 จังหวัด

สำหรับภาคใต้มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมในช่วงแหล่งก๊าซฯเจดีเอปิดซ่อม 2,300 เมกะวัตต์ โดยแบ่งเป็นไฟฟ้าจากภาคใต้เอง 1,600 เมกะวัตต์ และดึงจากภาคกลางตามปกติอีก 700 เมกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 2,400-2,500 เมกะวัตต์ ซึ่งเกินกว่าที่ผลิตได้ ดังนั้นส่วนเกินประมาณ 250 เมกะวัตต์นั้น ภาครัฐจึงเร่งมาตรการขอความร่วมมือลดใช้ไฟฟ้าระหว่างช่วงเจดีเอปิดซ่อม 13 มิ.ย.-10 ก.ค. 2557

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานกล่าวว่า ความกังวลเรื่องของไฟฟ้าภาคใต้ ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการหยุดจ่ายก๊าซเจดีเอ เนื่องจากความร่วมมือในการลดการใช้ไฟฟ้ายังมีน้อยนั้น ในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ จะลงพื้นที่โรงไฟฟ้าขนอม ที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งจะมีการขอความร่วมมือกับภาคธุรกิจ และประชาชนในการลดใช้ไฟฟ้าให้มากขึ้น

ขณะที่ล่าสุด กฟผ. แจ้งว่า ประเทศมาเลเซีย ได้ตอบรับจะขายไฟฟ้าเข้าระบบให้แก่ไทย ตามข้อตกลงความร่วมมือที่มีให้กัน โดย กฟผ.จะรับซื้อ 150-300 เมกะวัตต์ ทำให้มีการเสริมความมั่นคงเพิ่มขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง

กฟผ.สั่งเตรียมพร้อมช่วงบอลโลก

ด้านนายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)กล่าวต่อว่า แม้ช่วงเวลาการแข่งขันบอลโลก 2014 จะตรงกับช่วงเวลาการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติของพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA A-18) ทาง กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมในการรับมืออย่างเต็มที่ ประการแรก คือ โรงไฟฟ้า ได้เตรียมความพร้อมให้โรงไฟฟ้าภาคใต้ทั้งหมด ที่ไม่ได้ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง พร้อมเดินเครื่องเต็มที่

ประการที่สอง คือ ด้านระบบส่ง ได้มีการตรวจสอบอุปกรณ์ระบบส่ง และระบบป้องกันต่างๆ ให้พร้อมใช้งานอย่างสมบูรณ์ และดูแลให้มีการส่งกระแสไฟฟ้าจากภาคกลางมาเสริมกำลังผลิตไฟฟ้าของภาคใต้เต็มพิกัด ประการที่สาม ด้านเชื้อเพลิง ได้เตรียมน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลสำรอง สำหรับผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้ากระบี่ และโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี รวมทั้งความพร้อมของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ที่เขื่อนรัชชประภา และประการสุดท้าย คือ การจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้า โดยขอความร่วมมือกับกลุ่มอุตสาหกรรม และพี่น้องประชาชนในภาคใต้ ร่วมมือลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว

"แม้ กฟผ. ได้มีการเตรียมมาตรการรองรับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และได้เปิดศูนย์เตรียมความพร้อมด้านผลิตไฟฟ้าไว้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่การใช้ไฟฟ้าในภาคใต้นั้นค่อนข้างสูง จึงขอวอนประชาชนช่วยกันประหยัดไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงเวลา 18.30 -22.30 น. เพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เพื่อจะได้ตอบสนองการใช้ไฟฟ้าของประชาชนได้เพียงพอ" นายสุนชัย กล่าว