"พ.อ.หญิงศิริจันทร์"วอนพรรคการเมืองไม่สร้างความสับสนขอให้พูดในข้อมูลที่เป็นความจริงไม่ใช่จินตนาการ
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง คณะทำงานโฆษกคสช. กล่าวถึงการดำเนินการร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราว การตั้งสภานิติบัญญัติ และครม.เพื่อบริหารงานของคสช.ว่า เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะตั้งสภานิติบัญญัติเมื่อใด เพราะอยู่ระหว่างการเตรียมข้อมูลของชุดที่กอ.รมน.ดำเนินการอยู่ ซึ่งเรื่องนี้พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จะพิจารณาต่อไป
ส่วนเมื่อตั้งครม.และร่างธรรมนูญขึ้นแล้ว มีแนวโน้มที่จะยกเลิกประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศหรือไม่ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทำงานเพื่อจัดระเบียบสังคม ซึ่งหัวหน้าคสช.ให้ความสำคัญกับมาตรการเคอร์ฟิวเพราะถือเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับสังคม ยอมรับว่าประชาชนในบางพื้นที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น ผู้ที่ต้องออกไปกรีดยาง พล.อ.ประยุทธ์ จึงมอบหมายให้หน่วยงานมั่นคงไปพูดคุยทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ดังกล่าวต่อไป ส่วนการพิจารณายกเลิกจะดูความเคลื่อนไหวของแต่ละพื้นที่ วิถีชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก
ส่วนกรณีที่คสช.มีประกาศคำสั่งห้ามพรรคการเมืองประชุมหรือจัดกิจกรรมในช่วงเวลานี้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ ยังมีการแถลงข่าวอยู่ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า ถ้าดำเนินการส่งผลต่อความรู้สึกและสร้างให้เกิดความสับสน คสช.ต้องขอความร่วมมือ หากมีการวิพากษ์วิจารณ์ในบางเรื่องที่เป็นการตั้งข้อสังเกตและกลัวในบางสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นในภาวะที่บ้านเมืองยังไม่อยู่ในภาวะปกติที่ใครจะใส่ความคิดเห็นของตัวเองลงไปได้ จึงอยากให้พูดในข้อมูลที่เป็นความจริงไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นจินตนาการและมีการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างยังนิ่งเพราะมีการปรับทัศนคติ
เมื่อถามถึงความชัดเจนว่าพรรคการเมืองหรือกลุ่มแกนนำที่เคลื่อนไหวทางการเมืองสามารถจัดกิจกรรมในช่วงที่มีคำสั่งห้ามอย่างไร พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ก็ต้องดูกิจกรรมที่จะจัด และสามารถขอดำเนินการจากทางคสช.พิจารณาได้เป็นเรื่องๆไป
ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่มีข่าวว่าแรงงานต่างด้าวหนีกลับประเทศ เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยในไทย ซึ่งมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่เข้าไปทำร้าย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องจริง เป็นการปล่อยข่าวทางสื่อโซเชียล และผู้ประกอบการยังจ้างแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมายทำงานได้ตามปกติ หากลักลอบเข้ามาเป็นหน้าที่ตำรวจและทหารจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป ตอนนี้คสช.มีมาตรการเรื่องการปราบปรามอบายมุข อาวุธสงคราม และความมั่นคง


