"ประยุทธ์"ยันคสช.ไม่ก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรม ย้ำใช้อำนาจอัยการศึกเท่าที่จำเป็น ไม่เลือกปฏิบัติ
ร้อยเอก น.พ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) แถลงว่า ที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการทั้งฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม,กิจการพิเศษ และส่วนขึ้นตรง หน.คสช. เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม โดยมีหัวหน้าฝ่ายต่างๆหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งในส่วนของฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม หัวหน้า คสช.เน้นย้ำว่า คสช.จะไม่ก้าวก่ายการปฏิบัติราชการของฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะกฎหมายที่จะมีผลกระทบในวงกว้าง เรื่องที่จะกระทบต่อโครงสร้างหน่วยงานค่าตอบแทนให้ไปดำเนินการในแผนงานระยะที่สองของการปฏิรูป ส่วนเรื่องที่กระทบต่อโครงสร้างขนาดใหญ่ให้ดำเนินการต่อเมื่อมีการตั้งรัฐบาลใหม่ ส่วนเรื่องที่เป็นข้อขัดข้องต่อการค้าการลงทุน และผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรงให้ดำเนินการโดยเร่งด่วน
ร้อยเอก น.พ.ยงยุทธ กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่ต้องดำเนินการเร่งด่วนคือเรื่องที่เป็นข้อขัดข้องต่อการค้าการลงทุน เรื่องที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าการลงทุนระหว่างประเทศที่ยังคั่งค้างในกระบวนการยุติธรรม และเรื่องที่กระทบต่อประชาชนโดยตรงเพื่อให้เกิดความสงบสุข พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมบังคับใช้กฎหมายปกติเป็นอันดับแรก การใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกให้ทำเท่าที่จำเป็น รวมทั้งให้โอกาสทุกฝ่ายเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ให้เร่งสร้างองค์กรในกระบวนการยุติธรรมให้เข้มแข็ง เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น เรียกศักดิ์ศรีขององค์กรคืนมา ปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานให้มีภูมิคุ้มกันตัวเอง โดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายให้ใช้การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายของทหารเป็นรูปแบบ ให้ทุกหน่วยในกระบวนการยุติธรรมช่วยกันตรวจสอบประกาศและคำสั่งต่างๆให้มีความถูกต้อง
ร้อยเอก น.พ.ยงยุทธ กล่าวว่า ในส่วนของฝ่ายกิจการพิเศษ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับทราบถึงแผนงานต่างๆ โดยเฉพาะโครงการในพระราชดำริตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และขอให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันอย่างเต็มที่ ซึ่งปัจจุบันเป็นศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ หัวหน้า คสช.เห็นควรว่าให้มีการสนับสนุนและขยายผลออกไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีโครงการพระราชดำริและโครงการตามแนวพระราชดำริกว่า 4 พันโครงการ สร้างประโยชน์สุขให้กับคนไทยจึงขอให้ทุกหน่วยงานขยายทุกโครงการให้สำริดผล ด้านการบริหารจัดการน้ำ ทั้งน้ำแล้ง น้ำท่วม พล.อ.ประยุทธ์ต้องการให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมมือกัน ซึ่ง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ที่ดูแลงานด้านนี้ และมีฝ่ายที่คุมกระทรวงต่างๆเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำจะต้องส่งแผนงานโครงการ งบประมาณมายังรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจเพื่อดำเนินการประชุมสรุปและส่งให้กับหัวหน้า คสช.ต่อไป
ร้อยเอก น.พ.ยงยุทธ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เน้นย้ำงานด้านการบริหารจัดระบบงาน ว่าให้จัดระบบการบริการประชาชนให้รวดเร็ว สะดวก เพราะในอดีตประชาชนเดือดร้อนทั้งการเดินทาง จึงขอให้หน่วยงานต่างๆอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างเต็มที่ ในส่วนของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ให้นโยบายเน้นความมีเอกภาพในการทำงาน ต้องมีความชัดเจนทั้งในระดับนโยบาย ระดับยุทธศาสตร์ ระดับการปฏิบัติงาน ทั้ง ศอ.บต. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดข้าราชการลงไปปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสม โดยพล.อ.ประยุทธ์จะกำกับดูแลภาพรวมทั้งหมด
"พล.อ.ประยุทธ์ได้อธิบายกับหน่วยราชการในการประชุมเรื่องของกระบวนการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยเฉพาะในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงแรก ทหารจะทำหน้าที่ในการอำนวยความสะดวก ให้กลุ่มต่างๆมาทำกิจกรมร่วมกัน พูดคุยและสร้างความเข้าใจอันดีเพื่อนำไปสู่บรรยากาศที่เอื้อต่อความมีไมตรีและความสามัคคี" ร้อยเอก น.พ.ยงยุทธ กล่าว





