กลาโหมแจงไทยยังไม่ได้ถอยจากวิถีประชาธิปไตย ยันมีการปฏิรูปทางการเมืองและ"คสช."เริ่มทยอยปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขัง
พล.ต.ณภัทร สุขจิตต์ เลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดยมี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะรักษาการปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้แจ้งผลการประชุม IISS Shangri-La Dialogue ครั้งที่13 ที่สาธารณรัฐสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 30 พ.ค.-1มิย. 57 ที่ผ่านมา โดยมี พล.ร.อ.พลวัฒน์ สิโรดม รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้แทนกระทรวงกลาโหมไทย โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้แทนระดับ รมว.กลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ของประเทศในภูมิภาคเอเซีย - แปซิฟิก ประมาณ 30 ประเทศ
พล.ต.ณภัทร กล่าวว่า ในที่ประชุมทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประเทศสหรัฐฯ ได้แสดงท่าที่ต่อสถานการณ์การเมืองไทย ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้ยึดอำนาจพร้อมจัดตั้ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อบริหารงานประเทศ ว่า ขอเรียกร้องให้ประเทศไทย เคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัว ทันที ส่วนประเทศอื่นๆไม่มีการแสดงความคิดเห็น หรือแสดงท่าทีต่อสถานการณ์การเมืองไทย ทั้งนี้พล.ร.อ. พลวัฒน์ ได้อธิบายและชี้แจงข้อมูลให้ผู้แทนประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมการประชุมให้รับทราบ รวมทั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ยังได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในระหว่างการประชุมว่า ประเทศไทยยังไม่ได้ถอยไปจากวิถีประชาธิปไตย โดยกำลังมีการปฏิรูปทางการเมือง และ คสช. ได้เริ่มทยอยปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขัง รวมทั้งการผ่อนปรนมาตรการห้ามแสดงความคิดเห็นในประเทศไทยแล้ว
พล.อ.สุรศักดิ์ กาณจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงกลาโหม มีกำหนดนำคณะผู้แทน ประกอบด้วย ผู้บังคับบัญชาระดับสูง จากกองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพ เข้าร่วมการประชุม คณะกรรมการนโยบายดำเนินงาน ความร่วมมือ ด้านความคงระหว่ากระทรวงกลาโหมไทย กับกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งที่ 10 ณ กรุงปักกิ่ง โดยมี พลโท หวัง ก่วนจง รองประธานกรมเสนาธิการใหญ่ กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน เป็นประธาน ซึ่งการเดินทางดังกล่าว เป็นไปตามคำเชิญ ของกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะมีการหารือ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ ทางทหารระดับทวิภาคี กระทรวงกลาโหมไทย และกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมทบทวนความร่วมมือที่ผ่านมา และการพิจารณา แผนงานที่อยู่ระหว่าดำเนินการร่วมกัน รวมทั้งวางแผนการดำเนินการที่มีต่อไปในอนาคต ในเรื่องความร่วมมือในกรอบพหุพาคี และแลกเปลี่ยนมุมมอง สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค


