วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์'หนุนแนวทางปรองดอง คสช.

"อภิสิทธิ์" หนุนแนวทางปรองดอง คสช. แนะเผยแพร่งบฯ58 ให้ประชาชนตรวจสอบ

เมื่อเวลา 10.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป หรื.ศปป. ว่า ยังไม่เห็นรายละเอียดทั้งหมด แต่เท่าเห็นเบื้องต้นใฃ้ใช้วิธีจากล่างขึ้นบน คือใช้หน่วยย่อยก่อน ถ้าประสบความสำเร็จ ลดความขัดแย้งในพื้นที่ได้ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะส่งผลทำให้ความขัดแย้งในระดับชาติอาจลดลงได้ แต่คงต้องใช้ อย่างไรก็ตามภารกิจสำคัญที่สุดของ คสช.คือทำให้บ้านเมืองสงบ แต่เมื่อมีแผนที่ต้องใช้เวลา 2-3เดือน ในการทำให้เกิดความสงบจึงมีปัญหาที่ตามมา เพราะ คสช.ต้องบริหารประเทศ โดยเป็นรูปแบบการบริหารที่เราไม่คุ้นเคย คือการไม่มีการแยก ฝ่ายนิติบัญญัติและบริหารเป็นเวลา 3 เดือน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้ คสช.ทำความชัดเจนในเรื่องการจัดทำร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 ที่มีวงเงินเกิน 2 ล้านล้านบาทขึ้นไป คสช.ควรมีการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ เช่น มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูล โดยควรมีเอกสารรายละเอียดในการเผยแพร่และไม่ควรน้อยกว่าน้อยกว่าเอกสารที่เคยทำในการเปิดเผยต่อสภาฯ รวมทั้งควรมีช่องทางให้ผู้มีความเห็นสามารถเสนอไปที่ คสช.ได้ เพราะถ้าเห็นว่าโครงการที่เคยทำกันมาเป็นโครงการที่ดี แต่ถ้ามีราคาแพงถึง 20-30 เปอร์เซ็นต์ ประชาชนควรมีสิทธิตรวจสอบ ว่าควรปรับลดงบประมาณลงมาได้หรือไม่ เพื่อความชัดเจนในการต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่เช่นนั้นอาจถูกตั้งคำถามเรื่องปัญหาในการบริหารประเทศ ซึ่งรูปแบบการบริหารและการติดตามตรวจสอบงบประมาณน่าจะมีความจำเป็นเป็นพิเศษ เพราะจากคำแถลงของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.หัวหน้า คสช.ระบุว่าจะไม่มีสภาฯที่จะเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบจนถึงสิ้นปีงบประมาณ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การที่คสช.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ ส่วนตัวอยากเสนอแนวทางการทำงานในช่วงโครงการไทยเข้มแข็ง ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะและเว็บไซต์ เพื่อให้เห็นว่าแต่ละโครงการใช้งบประมาณ ราคากลางเท่าไร ใครได้รับการประมูลงาน และความคืบหน้าโครงการะเป็นอย่างไร เพื่อให้ประชาชนช่วยตรวจสอบ เพราะลำพังคณะกรรมการที่จะรายงานหัวหน้าคสช.เป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถเข้ามาติดตามในรายละเอียดโครงการที่มีจำนวนเงินมหาศาล ดังนั้นเมื่อการตรวจสอบงบประมาณตามปกติไม่มีคสช.ควรสร้างกลไกขึ้นมาเพื่อให้ตรวจสอบได้