วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวนาวอน'คสช.'ช่วย!ถูกนายทุนโกงจำนำข้าว5ล.

ชาวนาแม่ลาว เชียงราย วอน"คสช."ช่วย ถูกนายทุนโกงจำนำข้าว5ล้าน

ชาวนา 4 ตำบลในอำเภอแม่ลาว จ.เชียงราย ร้องถูกนายทุนโกงเงินค่าข้าว 5 ล้านบาท อ้างเป็นโรงสีในโครงการรับจำนำข้าว ซ้ำยังเบี้ยวใบประทวนมานานร่วมปี ชาวนาบางรายเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกกลายเป็นอัมพฤกษ์ เตรียมยื่นหนังสือ คสช.ขอความช่วยเหลือ

นายบรรจง ชัยสมบัติ กำนันต.จอมหมอกแก้ว อ.แม่ลาว จ.เชียงราย กล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าวนาปรัง ครั้งที่ 2 ปี 2556 ซึ่งร่วมกับท่าข้าวนิธิผลสหการเกษตร ซึ่งตั้งอยู่ในต.จอมหมอกแก้ว อ.แม่ลาว ว่า มีชาวนา จำนวน 139 คน ใน 4 ตำบลของอำเภอแม่ลาว เข้าร่วมโครงการจำนำข้าว มูลค่ารวม 9 ล้านบาท แต่ไม่มีใบประทวนให้กับเกษตรกร

แม้ชาวนาจะได้ทวงถามจากเจ้าของโรงสี แต่การออกใบประทวนก็ได้ผ่อนผันเรื่อยมา กระทั่งวันที่ 18 ก.ค.2556 ตำรวจ สภ.เทิง จับกุมนายณัชสัณห์ รัศมิ์ธนหิรัญ เจ้าของท่าข้าวดังกล่าว พร้อมนางธนัญรัตน์ รัศมิ์ธนหิรัฐ ภรรยา ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน เกี่ยวกับการรับจำนำข้าวของเกษตรกร อ.เทิง อ.ขุนตาล และเมื่อชาวนาใน อ.แม่ลาว รับทราบและเกรงว่าอาจถูกโกงจากการนำข้าวไปจำนำในครั้งนี้ด้วย จึงเข้าไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานกับทาง สภ.แม่ลาว ให้ดำเนินคดี

นอกจากผู้ต้องหา 2 รายแล้ว ยังมีนางธมลพรรณ คำรังสี เจ้าของท่าข้าวรุ่งเรือง ที่ถูกดำเนินคดีแต่ได้ประกันตัว และมีโรงสีอีก 2 แห่งเข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะที่รับซื้อข้าวจากท่าข้าวนิธิผลสหการเกษตร แต่ได้เข้ามาไกล่เกลี่ยชดใช้เงินคืนให้ชาวนาไปแล้ว กว่า 4 ล้านบาท ยังคงค้างอีก 5 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ได้เข้ายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงราย และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แต่ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า

"ตอนนี้ทราบว่าคดีนี้อยู่ในชั้นศาลแล้ว แต่อยากให้ สภ.แม่ลาว เร่งรัดปิดคดีโดยเร็ว เพราะเวลาผ่านไปนานแล้ว และเกรงว่าชาวนาจะไม่ได้รับความเป็นธรรม แม้ว่าชาวนาส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการฯ ต่างได้เงินกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม เร็วๆ นี้จะรวมตัวชาวนากันอีกครั้ง ไปยื่นหนังสือผ่านทหารในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ขอความช่วยเหลือจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้เข้ามาช่วยแก้ไขให้กับชาวนาด้วย" นายบรรจง กล่าว

ด้านนายไสว ไชยรัตน์ แกนนำชาวนาต.จอมหมอกแก้ว อ.แม่ลาว กล่าวว่า ชาวนาได้รับผลกระทบรอบด้าน ไม่เพียงแต่ถูกโกงค่าข้าว บ้านเรือนของชาวนาบางคนก็ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซ้อน ตอนนี้ชาวนาส่วนใหญ่อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดคดีความให้เสร็จสิ้น หากจะยึดทรัพย์ก็อยากให้ยึดทั้งหมดจะได้นำไปจำหน่ายนำเงินมาคืนให้ชาวนา

"หากผู้ต้องหาอยากจะเข้ามาเจรจากับชาวนาก็มีความยินดี เพราะเงินที่ขาดอีก 5 ล้านบาท สำหรับชาวนาแล้วเป็นเงินก้อนใหญ่ และได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ไม่เพียงเท่านี้ในฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังปีนี้ ซึ่งไม่มีโครงการจำนำข้าว ก็ประสบกับราคาข้าวตกต่ำ เหลือเพียงกิโลกรัมละ 5 บาทซึ่งราคาต่ำกว่าต้นทุน เชื่อว่าชาวนาต้องขาดทุนอย่างย่อยยับ"

นายสุคำ สุวรรณ ชาวนาตำบลจอมหมอกแก้ว อ.แม่ลาว กล่าวว่า อยากให้ทางตำรวจเร่งรัดดำเนินคดีกับผู้ต้องหา แต่หากสามารถที่จะไกล่เกลี่ยกันได้ ก็อยากให้เข้ามาเจรจากับทางชาวนา เพื่อที่จะใช้ชดใช้เงินในส่วนที่เหลือทั้งหมด โดยชาวนาที่ได้เงินคืนแล้วก็ไม่ประสงค์ที่จะดำเนินทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง เพราะตอนนี้ได้แต่หวังว่าจะได้เงินคืน อยากได้เงินไปจ่ายค่าเทอมให้ลูก และยังมีหนี้จากค่าปุ๋ย ค่ารถไถนาอีก

นางนวล ลางา ชาวนาตำบลเดียวกัน กล่าวว่า ตอนนี้ตนเดือดร้อนหนัก ต้องแบกภาระดูแลสามีที่ป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ หลังจากเครียดถูกโกงค่าข้าวจนเส้นเลือดในสมองแตก โดยตอนนี้สามีช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้ ทุกวันนี้ต้องพาไปหาหมอ แต่ก็ไม่ค่อยมีเงิน หวังว่าจะได้เงินค่าข้าวคืน แต่ก็รอมาเป็นปีแล้วก็ยังไม่ได้ จนตอนนี้ต้องตัดใจไม่ได้พาสามีไปหาหมอแล้ว เพราะไม่มีเงิน และยังต้องหาเงินมาชำระหนี้เก่าอีก