เผยชีวิต 7 วันในค่ายทหารของแกนนำ นปช.
สิ้นเสียง "ขอโทษด้วยนะ ผมต้องยึดอำนาจ...ทุกคนอย่าลุกไปไหน" จากนั้นก็มีทหารเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ ยืนประกบด้านหลัง โดยให้กลุ่มอดีตรัฐมนตรีออกไปก่อน ตามด้วยตัวแทนพรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. ซึ่งตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์และแกนนำกปปส.ยังนั่งอยู่
แกนนำ นปช. คนหนึ่ง ได้เล่าให้ฟังถึงบรรยากาศในวันรัฐประหาร หลังจากที่ได้รับการปล่อยตัว
แกนนำ นปช.ทั้ง 5 คนที่ถูกควบคุมตัว ประกอบด้วย วีระกานต์ มุสิกพงษ์ จตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ธิดา ถาวรเศรษฐ และ ก่อแก้ว พิกุลทอง ก็รู้ทันทีว่าถูกคุมตัว จากนั้นทหารได้คล้องแขนพาขึ้นไปบนรถตู้ซึ่งจอดอยู่ใต้สโมสรทหารบกหลายคัน โดยทั้งหมดถูกจับแยกกัน
ระหว่างอยู่บนรถตู้ ทหารได้ค้นตัว ยึดกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือหากนำติดตัวมา และได้ขออนุญาตปิดหน้า โดยใช้หมวกไหมพรมคลุม แต่จมูกให้หายใจได้ และนำ "เคเบิ้ลไท" มารัด 2 จุด คือ ข้อมือ และรัดนิ้ว
รถตู้เคลื่อนออกจากสโมสรทหารบก ริมถนนวิภาวดี ซึ่งฟังจากเสียงน่าจะออกมาทางถนนใหญ่ เพราะได้ยินเสียงรถ แต่ไม่มีใครรู้ว่าจุดหมายจะไปที่ใด แต่น่าจะอยู่ในค่ายทหารแห่งใดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
นั่งรถมาได้สักระยะหนึ่ง มีเสียงดังคล้ายคอมเพรสเซอร์แอร์ และรถตู้ได้จอดสนิท ทหารได้พาแกนนำลงจากรถ พร้อมกับบอกให้ก้าวซ้าย ก้าวขวา หมอบ จนพาขึ้นไปนั่ง ถึงรู้ว่าเสียงนั้นไม่ใช่เสียงคอมเพรสเซอร์แอร์ แต่เป็นเฮลิคอปเตอร์!
โดยไม่รู้ทิศทางว่าเฮลิคอปเตอร์บินไปทางใด แต่ประมาณคร่าวๆ ว่า ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงจุดหมาย มีแกนนำบางคนคาดว่าอาจจะเป็นค่ายนเรศวรหรือไม่ เพราะเมื่อปี 2553 แกนนำ นปช.ก็เคยนั่งเฮลิคอปเตอร์ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเหมือนกัน แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงการคาดเดา
ฮ.ได้ลงจอดบนสนามหญ้า เท้าสามารถรู้สึกได้ และมีรถมารับอีกต่อหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นรถจีเอ็มซีเพราะรู้สึกได้ว่าสูง และทหารได้อุ้มขึ้นไปนั่ง ใช้เวลาอีกประมาณ 10 นาที มีการแวะจอด 2 ครั้ง
ในที่สุดก็ถึงจุดหมาย ทหารเปิดตาให้ ซึ่งภาพที่ปรากฏ อยู่ภายในบ้านพักทหาร ซึ่งเป็นตึกแถว 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นพื้นที่โล่ง มีห้องน้ำตรงกลาง ส่วนชั้น 2 เป็นห้องพักซอยเป็น 2 ห้อง
แต่เหมือนไม่มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า เพราะยังไม่มีการทำความสะอาดและไม่ได้เตรียมอะไรเลย ซึ่งคาดว่าเป็นค่ายทหารที่ห่างไกลผู้คน
จากนั้นทหารก็ได้นำข้าวกล่องมาให้ ตอนประมาณ 3 ทุ่ม เอาเสื้อ กางเกง ผ้าเช็ดตัวทหารมาให้ พร้อมพัดลม
บ้านพักมีหน้าต่างเป็นกระจก ประตูไม้ มีการนำผ้ามาปิดกระจกไว้ มีเพียงรูเล็กๆ พอมองลอดไปได้ ซึ่งทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านมีรั้วลวดหนามล้อม และมีทหารเฝ้าอยู่ตลอดเวลา
เช้าวันต่อมา ทหารก็ให้เขียนว่าแต่ละคนต้องการอะไรบ้าง และสิ่งของต่างๆ ก็เริ่มทยอยมา ทั้งของใช้ส่วนตัว ทีวี หนังสือ เพื่อใช้อ่านฆ่าเวลาและติดตามโลกภายนอก เพราะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้าน
ระหว่างนั้นจะมีทหารมาสอบถามความเป็นอยู่ สอบถามความต้องการอยู่เรื่อยๆ และอาหารวันแรกเป็นข้าวกล่อง แต่วันหลังๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นใส่ถ้วยชามมาให้ และเรื่องที่พักต่างๆ ก็เริ่มดีขึ้น
นายวีระกานต์ ได้พักบ้านของทหารที่มีคนอยู่เดิม จึงไม่ต้องปรับปรุงอะไรมาก นางธิดา ได้นอนอยู่ชั้น 2 บ้านพักทหารหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องแอร์ เพราะมีอายุมากแล้ว นายก่อแก้วนอนอยู่ห้องโถ่งชั้นล่างของบ้านพักหลังหนึ่ง
ส่วน นายณัฐวุฒิ ถือว่าโชคไม่ดีที่สุด เพราะคืนแรกได้นอนในห้องที่เป็นเหมือนห้องเก็บเครื่องสูบน้ำ มีเพียงฝาไม้กั้น ขนาดประมาณ 3x3 เมตร แต่จากนั้นก็มีการปรับเปลี่ยน
ทั้งนี้ระหว่างที่ถูกควบคุมตัว มีทหารมาคุยและถามสารทุกข์สุกดิบ แต่ไม่ได้มาพูดคุยทำความเข้าใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษ
คืนสุดท้าย ก่อนวันปล่อยตัว ทหารก็ได้มาคุย และบอกว่าให้ตื่นตี 4 รับประทานอาหารเช้าตอนตี 5 ครึ่ง และจะพาขึ้นรถเข้ากรุงเทพฯตอน 6 โมง พอถึงเวลานัดหมาย ทหารก็ได้ปิดตาอีกครั้ง ก่อนออกจากบ้าน จากนั้นได้พาไปขึ้นรถตู้ แต่ครั้งนี้ไม่ได้พากลับขึ้น ฮ.เหมือนขามา
รถตู้วิ่งสู่จุดหมาย คือ กรุงเทพฯ และทหารได้เปิดตาที่ถนนมอเตอร์เวย์ เขตลาดกระบัง โดยรถมาเป็นขบวน มีรถทหารนำ พร้อมขบวนรถตู้ 5 คัน มีแกนนำ นปช. นั่งมาคันละ 1 คนและทหารอีก 6 คน
เมื่อถึงสโมสรทหารบก เทเวศร์ รถตู้ได้ไปจอดที่จุดรับรายงานตัว "ธิดา-วีระกานต์-จตุพร-ก่อแก้ว-ณัฐวุฒิ" ได้ไปนั่งรวมตัวที่ห้องรับรอง แต่แยกตัว "จตุพร" ไปอีกห้อง โดยไปคุยกับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.
ระหว่างนั้นแกนนำนปช.อีกชุดหนึ่งก็เข้ามา อาทิ นายขวัญชัย ไพรพนา นายนิสิต สินธุไพร ภายหลัง พล.อ.ไพบูลย์ ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับแกนนำ นปช. และมีการรับปากว่าจะไม่เคลื่อนไหว ก่อนได้รับการปล่อยตัว
นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ควบคุมตัวแกนนำ นปช.ตั้งแต่เย็นวันที่ 22 พ.ค.กระทั่งได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 28 พ.ค. เนื่องจากหมดระยะเวลาการควบคุมตัว 7 วันตามกฎอัยการศึก





