ผ่านไป 7 วันคสช.ย้าย 2 ล็อต "ตร.-พ่อเมือง"
พร้อมด้วย "6บิ๊ก ขรก." เข้ากรุสำนักนายกฯ
จะว่าไปแล้ว 1 สัปดาห์ภายใต้การบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการย้ายข้าราชการระดับสูงไปเพียง 6 คน ซึ่งเกือบทุกคนล้วนคาดเดาได้ว่าน่าจะต้องเก็บข้าวของออกจากที่ทำงานเดิมแน่เมื่อมีการยึดอำนาจเกิดขึ้น
หนึ่ง นาย ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
สอง พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม
สองคนนี้แทบไม่ต้องบรรยายอะไร เพราะออกตัวแรงทั้งคู่ เลือกข้าง-ประเทศฝ่ายอย่างชัดเจน ชัดแจ้ง ในส่วนของ พล.อ.นิพัทธ์ ซึ่งยังมีอายุราชการถึงปี 2559 ความฝันที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ดับวูบลงทันที
สาม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ รายนี้แม้จะค่อนข้างห่างไกลอำนาจรัฐในส่วนกลาง แต่บทบาทการรุกคืบในพื้นที่ปลายด้ามขวานซึ่งเป็นประโยชน์กับกลุ่มการเมืองซีกรัฐบาล และการรับงานจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เรื่องการพูดคุยสันติภาพกับบีอาร์เอ็น ซึ่งถูกมองจากฝ่ายทหาร กอ.รมน. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องว่าผิดทิศผิดทาง จนทำให้ประเทศตกเป็นเบี้ยล่างกลุ่มก่อความไม่สงบ น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญของการโยกย้าย
สี่ นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำงานในลักษณะ "เด้งรับ-ตอบสนอง" รัฐบาลพรรคเพื่อไทยทุกเรื่อง
เซอร์ไพรส์เด้ง "อดุลย์"
สำหรับคนที่อยู่ในข่ายเซอร์ไพรส์ คือ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพราะร่วมนั่งแถลงกับ คสช.ในวันยึดอำนาจด้วย แต่กลับถูกปลดจากเก้าอี้ในเวลาต่อมา อารมณ์คล้ายๆ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต ผบ.ตร.ช่วงรัฐประหารปี 2549
อย่างไรก็ดี คสช.ยังคงไว้หน้า โดยให้รับผิดชอบงานด้านกิจการพิเศษ เป็น 1 ใน 5 "ซูเปอร์รัฐมนตรี" ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้า คสช. แบ่งงานให้ในกลุ่มงาน "บริหารราชการแผ่นดิน"
ล่าสุด "บิ๊กอู๋" ยังมีสีหน้ายิ้มแย้ม สร้างประวัติศาสตร์ 6 เดือนเปิดประชุมในทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรก ดูอาการแล้วน่าจะเคลียร์กันได้
อีกคนหนึ่ง คือ นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ถูกย้ายไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะย้อนดูการรัฐประหารครั้งก่อนๆ มักไม่ค่อยแตะบุคคลในตำแหน่งนี้ เนื่องจากหน้างานเกี่ยวข้องกับตัวบทกฎหมาย มีหน้าที่ "ให้คำปรึกษา" เท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจ
แต่ คสช.ก็ย้าย คาดว่าเป็นเพราะคณะกรรมการกฤษฎีกาในช่วงที่ผ่านมากลายเป็น "ลูกคู่" ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมากเกินไป และไปสร้างความชอบธรรมในการผลักดันกฎหมายและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งภายหลังถูกศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าไม่ชอบด้วยกระบวนการและเนื้อหา
ย้าย 8 ผู้บัญชาการ
ส่วนการโยกย้ายในอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่คำสั่งของ คสช.โดยตรง แต่เป็นคำสั่งของหัวหน้าส่วนราชการนั้นๆ เอง หลักๆ ก็มีอยู่ 2 หน่วย คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กับ กระทรวงมหาดไทย
ในส่วนของ ตร. ย้ายไปแล้ว 2 ล็อต เริ่มจากล็อตแรก ระดับ ผู้บัญชาการ (ผบช.) เบอร์ 1 ย่อมหนีไม่พ้น "บิ๊กแจ๊ด" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เจ้าของสโลแกน "มีวันนี้เพราะพี่ให้" ถือเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณว่าถูกย้ายเพราะอะไร
ตามด้วย พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) ซึ่งเป็นเพื่อนใกล้ชิดกับอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 เคยคุมพื้นที่ บช.ภ.4 หรืออีสานเหนือมาอย่างยาวนานตั้งแต่เป็นรองผบช. ซึ่งเป็นพื้นที่อิทธิพลของคนเสื้อแดง
พล.ต.ท.อนุชัย เล็กบำรุง ผบช.ภ.4 มีแนวโน้มว่าโดนย้ายเพราะคุมพื้นที่อีสานเหนือพอดี พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 เป็นสายตรงของ "คนแดนไกล" ที่กำลังได้รับการผลักดันเข้าคุมพื้นที่นครบาลแทน "บิ๊กแจ๊ด" ส่วน พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 เป็นมือขวาของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีต ผบ.ตร. พี่ชายของอดีตภริยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ส่วน พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สำนักงานตำรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และ พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ตำรวจสันติบาล เป็น 2 ตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่ต้องย้ายเมื่อขั้วอำนาจเปลี่ยน โดยเฉพาะสันติบาล ขณะที่ ตม. มีประเด็นความร่วมมือระหว่างหน่วยที่ค่อนข้างเป็นปัญหา
โยกตำรวจพื้นที่สีแดง
ล็อตที่ 2 เป็นระดับผู้การจังหวัด (ผบก.) โดยมีระดับ ผบช.แหกโผมาคนเดียว คือ พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ภ.3 คุมพื้นที่อีสานใต้ ที่เหลือเป็นผู้การจังหวัดที่มีฐานมวลชนคนเสื้อแดงหนาแน่นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.ต.กริช กิติลือ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พล.ต.ต.ชอบ คิสาลัง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี
ตามด้วย พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วัลลภ เมืองประทุม ผบก.น.6 พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.3 พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.กิตติสินธุ์ คงทวีพันธ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี
ในส่วนของ พล.ต.ต.คัชชา เป็นผู้นำกำลังตำรวจเข้าสลายการชุมนุมของมวลชน กปปส.ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ เมื่อ 18 ก.พ. 2557 จนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยมี พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ส่วน พล.ต.ต.ประยนต์ เป็นนายตำรวจใกล้ตัวของ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา อดีตรองผบ.ตร.จัดเป็นสายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรัฐมนตรีแรงงาน
ขณะที่ พล.ต.ต.ธนายุตม์ ชื่อเขียนแปลกๆ แท้ที่จริงแล้วเขาคือ "โอ๋ สืบ6" หรือ ฤทธิรงค์ เทพจันดา ซึ่งถูกออกจากราชการเมื่อครั้งมีคดีกับม็อบพันธมิตร แต่เขาสู้คดีจนสามารถกลับเข้ารับราชการได้อีกหน โดยเปลี่ยนชื่อ นามสกุล และกลับมาแบบยิ่งใหญ่กว่าเดิม ได้เก้าอี้ผู้การเกรดเอ อย่างนนทบุรี
รวมทั้ง 2 ล็อต ย้ายตำรวจไปแล้ว 24 นาย!
โยกพ่อเมือง 13 จังหวัด
ปิดท้ายที่มหาดไทย นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวง สั่งย้ายสลับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้ว 13 จังหวัด 2 คำสั่ง ได้แก่
คำสั่งแรก 27 พ.ค. 2557 นายสมศักดิ์ สุวรรณจริต จาก ผู้ว่าฯ ขอนแก่น ไปรักษาการผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าฯ ชัยนาท ไป รักษาการผู้ว่าฯ ขอนแก่น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าฯ สระบุรี ไปรักษาการแทนผู้ว่าฯ ชัยนาท นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ไปรักษาการผู้ว่าฯ สระบุรี นายสุริยะ ประสาทบัณฑิต ผู้ว่าฯ ตาก ไปรักษาการผู้ว่าฯ เชียงใหม่
นายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผู้ตรวจฯ ไปรักษาการผู้ว่าฯ ตาก นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าฯ นครราชสีมา ไปรักษาการผู้ว่าฯ พัทลุง นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ไปรักษาการผู้ว่าฯ นครราชสีมา นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าฯ พัทลุง ไปรักษาการผู้ว่าฯ บุรีรัมย์
คำสั่งที่ 2 28 พ.ค. 2557 นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ ไปรักษาการผู้ตรวจฯ นายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าฯ จันทบุรี ไปรักษาการผู้ตรวจฯ นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด ไปรักษาการผู้ตรวจฯ นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าฯ ระยอง ไปรักษาการผู้ตรวจฯ นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าฯ อุบลฯ ไปรักษาการผู้ตรวจฯ นายภุชงค์ โพธิกุฎสัย ที่ปรึกษาด้านการปกครอง ไปรักษาการผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์
นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ตรวจฯ ไปรักษาการผู้ว่าฯ จันทบุรี นายธานี สามารถกิจ ผู้ตรวจฯ ไปรักษาการผู้ว่าฯ ระยอง นายสมศักดิ์ จังตระกุล ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ไปรักษาการผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ตรวจฯ ไปรักษาการผู้ว่าฯ อุบลฯ
ผู้ชำนาญการทางการเมือง ประเมินว่า การโยกย้ายจะยังไม่จบเพียงแค่นี้!





