"สุริชัย"ระบุแนวสร้างปรองดอง ยุคคสช.ต้องสร้างบรรยากาศไว้ใจ แทนความกลัว ชี้แก้ความเห็นต่าง ไม่สามารถทำได้ด้วยอำนาจทางทหาร-กฎหมาย
นายสุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีการตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเปิดพื้นที่ให้กลุ่มประชาชนได้แสดงความคิดเห็นและทำความเข้าใจร่วมกัน ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ถือเป็นเจตนาและความตั้งใจที่ดี แต่ปัญหาความขัดแย้งของประชาชนที่ผ่านมามีความซับซ้อนมากกว่าการเรียกให้กลุ่มคนที่มีความเชื่อหรือความเห็นต่างทางการเมืองนั่งหารือร่วมกัน ทั้งนี้กรณีการตั้งศูนย์ปรองดองฯ ทำให้ตนนึกถึงช่วงการยกร่างกฎหมายปรองดอง ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ และได้บทสรุปคือการสร้างความปรองดองนั้นไม่สามารถสร้างได้ด้วยกฎหมาย หรือการใช้อำนาจทางทหาร ดังนั้นแนวทางของการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมการเมืองปัจจุบัน ตนมองว่าต้องสร้างบรรยากาศของการร่วมทำความเข้าใจร่วมกันและให้เกียรติ มากกว่าการสร้างบรรยากาศปรองดองภายใต้ความกลัว
"การแก้ปัญหาความเห็นต่างของประชาชน ต้องยอมรับว่าทหารไม่ได้ถูกฝึกมา ดังนั้นแนวทางการสร้างความปรองดอง หรือ สลายสีเสื้อ ประเด็นการบรรยากาศถือเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่แค่การตั้งศูนย์ปรองดอง โดยทหาร อีกทั้งบรรยากาศของความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ ไม่มีอุปสรรคจากความกลัว ประเด็นที่ทหารเรียกคนไปรายงานตัว บุกค้นบ้านพัก อาจไม่ใช่เป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีของการร่วมพูดคุยกันอย่างสันติ" นายสุริชัย กล่าว
นายสุริชัย กล่าวด้วยว่า ประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ช่วง 40-50 ปีที่ผ่านมา พบว่าการสร้างความกลัว ทำให้เกิดความชะงักในประเด็นต่อต้านเฉพาะช่วงแรก แต่ไม่ได้ทำให้ประชาชนเลิกต่อต้าน ดังนั้นแนวทางของการสร้างความปรองดอง หรือการคืนความสุขให้กับประชาชน ควรสร้างความสบายใจในการอยู่ร่วมกันให้ได้ และสร้างความชัดเจนต่อการเข้ามายึดอำนาจทางปกครอง และระยะเวลาของการทำสถานการณ์ให้คืนสู่ความเป็นปกติโดยเร็ว เพื่อลดกระแสความไม่พอใจของประชาชน


