คสช.ปรามนักข่าวสายทหารอย่าถามรุกไล่ผบ.ทบ.
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.พลภัทร วรรณภักตร์ เลขานุการกองทัพบก ได้เชิญ นายศุภฤกษ์ ธงไชยฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และ น.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เข้าพบเพื่อแจ้งข้อความจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เพื่อขอความร่วมมือกรณีการตั้งคำถามกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช. โดยยกกรณีหลังการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ รู้สึกไม่ดีต่อการที่ต้องถูกตั้งคำถามในลักษณะรุกไล่ จนทำให้กระทบความเชื่อมั่นในตัวผู้นำประเทศ
"ท่านฝากมาบอกว่าวันนี้ท่านไม่ได้เป็นแค่ ผบ.ทบ.เท่านั้น แต่เป็นถึงผู้นำในการบริหารประเทศ ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและบริหาร ดังนั้นการจะตอบคำถามอะไรออกไปสู่สาธารณะจำเป็นต้องใคร่ครวญอย่างดี และขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาในการตอบคำถามเหล่านั้น โดยเฉพาะการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี การถามจี้จึงไม่เหมาะสม ฉะนั้นจึงขอความร่วมมืออย่าถามในลักษณะการรุกไล่อีก" เลขานุการกองทัพบก กล่าว
นอกจากนั้น ในเฟซบุ๊คส่วนตัวของ น.ส.วาสนา ทางเลขานุการกองทัพบกขอความร่วมมือไม่ให้บุคคลเข้าไปโพสต์แสดงความคิดเห็นหรือคอมเมนท์ เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งได้ ซึ่ง น.ส.วาสนา ชี้แจงว่าไม่อาจปิดคอมเมนท์ในเฟซบุ๊คของตนเองได้ เนื่องจากมีเพื่อนจำนวนมาก ส่วนผู้ติดตามที่เข้ามาคอมเมนท์นั้น ได้ปิดไปแล้ว ทั้งนี้บุคคลที่เป็นเพื่อนมีทั้งสองฝ่าย การเข้ามาคอมเมนท์จะทะเลาะกันเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้พยายามขอร้องไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่มีการเปิดสายด่วนให้ประชาชนทั่วไปร้องเรียนไปที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก ปรากฏว่าในแต่ละวันมีประชาชนโทรศัพท์เข้าไปมากกว่าวันละ 700 ราย ซึ่งมีทั้งการชื่นชมและตำหนิ รวมถึงข้อเสนอแนะต่างๆ โดยเฉพาะผลกระทบจากการประกาศเคอร์ฟิวที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่ร้องเรียนต้องการให้ลดเวลาเคอร์ฟิว
ไอซีทีปิดเว็บไซต์กว่า100ยูอาร์แอล
นายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงกรณีกระทรวงไอซีทีได้รับมอบหมายจากกองทัพบก ให้เฝ้าระวังและตรวจสอบการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเป็นภัยต่อความมั่นคงทางออนไลน์ ว่า เว็บไซต์กว่า 100 ยูอาร์แอลถูกปิดไปหลังจากพบมีเนื้อหาเข้าข่าย โดยผ่านการเฝ้าระวังและตรวจสอบโดยศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (Cyber Security Operation Center: CSOC) ที่จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการติดตามการนำเสนอเนื้อหาผ่านเว็บไซต์ รวมถึงรับเรื่องร้องเรียนและประสานงานกับทุกฝ่ายในการปราบปรามเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม
ทั้งนี้ กระทรวงไอซีทีได้ประสานกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมทั้งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) 108 ราย เพื่อดำเนินการตามคำสั่งของ คสช.ในการระงับการเผยแพร่ทีวีอินเทอร์เน็ต และเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคง
ขณะที่ผลการดำเนินการของศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตั้งแต่ปลายปี 2554 จนถึงปัจจุบัน สามารถปิดเว็บไซต์ไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 2 หมื่นยูอาร์แอล





