เจ้าของเซเว่นฯท้อหลังระเบิดใต้ล่าสุด

เจ้าของเซเว่นฯท้อหลังระเบิดใต้ล่าสุด

ระเบิด(ใต้)เที่ยวนี้เกิดที่เซเว่นฯ เจ้าของบ่นท้อ-พนง.อ่วมนับร้อย

เหตุระเบิดป่วนเมืองปัตตานีเมื่อช่วงค่ำของวันเสาร์ที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่นับได้ 20 จุด ไม่รวมระเบิดที่ไม่ทำงานและเจ้าหน้าที่กู้ได้เพิ่มในวันรุ่งขึ้นอีกอย่างน้อย 6 ลูก ประเด็นที่น่าสนใจ คือ เหตุระเบิดจำนวน 20 จุดนั้น เป้าหมายเป็นร้านสะดวกซื้อชื่อดัง เซเว่น อีเลฟเว่น ถึง 5 แห่ง ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเขต อ.เมือง

แม้ระเบิดที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ไม่ได้เกิดครั้งนี้ครั้งแรกที่ชายแดนใต้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเหตุรุนแรงที่กระทบต่อร้านสะดวกซื้อชื่อดังที่ว่านี้ ถึงจะมีอยู่บ้างแต่ก็ไม่ค่อยสร้างความเสียหายมากมายนัก

ข้อมูลจากบริษัทซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร เซเว่น อีเลฟเว่น ระบุว่า ร้านเซเว่นฯในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีราวๆ 100 สาขา จากจำนวนสาขาทั้งประเทศกว่า 7,700 สาขา โดยการเปิดร้านเซเว่นฯ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้อยู่ในรูปแฟรนไชส์ แต่เป็นลักษณ์ ซับ แอเรีย ไลเซนส์ หรือให้สิทธิบริหารจัดการในระดับพื้นที่ ซึ่งผู้ได้รับสิทธิในพื้นที่สามจังหวัด คือ บริษัทยะลาศรีสมัย จำกัด

ทั้งนี้ การให้สิทธิบริหารจัดการนั้น ผู้ที่ได้รับสิทธิจากบริษัทซีพีออลล์ฯ สามารถไปหาสถานที่เปิดร้านเอง รับสมัครพนักงานประจำร้านเอง และบริหารเอง ซึ่งแต่ละแห่งมีพนักงานรวมผู้จัดการร้านประมาณ 15-20 คน

เป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อช่วงเช้ามืดของวันจันทร์ที่ 7 เม.ย.2557 หลังเหตุระเบิดครั้งใหญ่ในย่านธุรกิจการค้ากลางเมืองยะลาเพียง 1 วัน ได้เกิดระเบิดที่ร้านเซเว่นฯ ใกล้ๆ กับโกดังศรีสมัยยะลา ริมถนนจารูพัฒนา ย่านตลาดเก่า ขณะที่โกดังศรีสมัยฯเองก็โดนวางระเบิดเพลิง จนเกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ตัวโกดังและสินค้าวอดทั้งหมด

ขณะที่ร้านเซเว่นฯ 5 แห่งที่โดนลอบวางระเบิดในเหตุบึ้มป่วนเมืองปัตตานี เมื่อวันเสาร์ที่ 24 พ.ค.2557 ก็เป็นของบริษัทยะลาศรีสมัยฯ เช่นเดียวกับโกดังศรีสมัยยะลา

นางวราพรณ์ ศิริไชย เจ้าของและผู้บริหารบริษัทยะลาศรีสมัยฯ เจ้าของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และห้างซุปเปอร์ปัตตานี บอกว่า ความเสียหายที่เกิดกับร้านเซ่เว่นฯทั้ง 5 สาขาถือว่าค่อนข้างหนักมาก หลังจากที่เข้าไปตรวจสอบแล้วจำนวน 3 สาขาที่โดนระเบิด ขณะเดียวกันภายในห้างซุปเปอร์ปัตตานีของบริษัทฯก็ถูกวางระเบิดด้านหลังจำนวน 2 ลูก แต่เจ้าหน้าที่กู้ได้ 1 ลูก อีก 1 ลูกระเบิด สรุปแล้วเหตุการณ์ที่ปัตตานี กิจการของบริษัทฯโดนระเบิด 6 จุด คือ เซเว่นฯ 5 จุด และห้างซุปเปอร์ฯ 1 จุด

"ฉันรู้สึกท้อแท้ เพราะเมื่อวันที่ 7 เม.ย. โกดังศรีสมัยที่ จ.ยะลา ก็เพิ่งโดนระเบิด มูลค่าความเสียหาย 104 ล้านบาท จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการเยียวยา ล่าสุดก็มาโดนที่ อ.เมืองปัตตานีอีก ถามตัวเองว่าทำไมต้องมีเรารวมอยู่ด้วยทุกครั้ง หรือว่าเราเป็นเป้าหมายของคนร้ายในการก่อเหตุ แต่ก็หาคำตอบไม่ได้ จึงอยากฝากไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าช่วยหาความจริงและคำตอบให้หน่อยว่า ทำไมเราถึงโดนครั้งแล้วครั้งเล่า" นางวราพรณ์กล่าว

อนุศาสน์ สุวรรณมงคล อดีตสมาชิกวุฒิสภา และนักธุรกิจคนสำคัญในพื้นที่ชายแดนใต้ วิเคราะห์ว่า ภาพรวมของย่านธุรกิจที่เคยโดนโจมตีด้วยการลอบวางระเบิดหรือก่อวินาศกรรม ทั้งที่ อ.สุไหงโก-ลก อ.เมืองนราธิวาส อ.เมืองยะลา และปัตตานี รวมถึงอำเภออื่นๆ ในพื้นที่ โดยมักเป็นธุรกิจของคนไทยพุทธหรือไทยจีนเกือบทั้งสิ้น ฉะนั้นประเด็นเรื่องร้านเซเว่นฯ ส่วนตัวก็ให้น้ำหนักตรงจุดนี้

ข้อสันนิษฐานของอนุศาสน์ หากเป็นจริง แต่ผลของการก่อความรุนแรงกับสถานประกอบการทางธุรกิจไม่ได้ส่งกระทบเฉพาะเจ้าของกิจการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงลูกจ้างทุกศาสนาด้วย เฉพาะเซเว่นฯ 5 สาขา ก็มีพนักงานร่วมร้อยคนแล้ว

ซากานา มะ ผู้ดูแลร้านเซเว่นฯ สาขาหน้าอาชีวะปัตตานี ซึ่งเกิดระเบิดและมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บอกว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ได้สังเกตว่ามีอะไรผิดสังเกตหรือมีสิ่งแปลกปลอมอะไรเข้ามาในร้านหรือไม่ แม้ปกติเวลาลูกค้าเข้าร้าน ก็จะพยายามดูตลอด แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ทั่วถึง หลังจากนี้คงต้องเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้น

"สำหรับอนาคตของร้านว่าจะต้องปิดซ่อมกี่วัน ต้องรอทางผู้ใหญ่สรุปก่อนว่าจะเอาอย่างไร แต่ยอมรับว่าเครียดกับสถานการณ์และไม่มั่นใจเลยหลังเกิดเหตุการณ์ขึ้น" ซากานา กล่าว

ขณะที่พนักงานประจำร้านเซเว่นฯ สาขาถนนเจริญประดิษฐ์ 2 หรือถนนสาย ม.อ. ใกล้กับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) ซึ่งเกิดระเบิดเช่นกัน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีพนักงานในร้านเห็นชายต้องสงสัยเดินเข้ามา จากนั้นชายคนดังกล่าวก็วางกระเป๋าทิ้งเอาไว้ เราก็รีบตรวจสอบทั้งจากกล้องวงจรปิด รวมถึงไปเปิดกระเป๋าใบนั้นออกดู พบภายในเป็นกล่องคล้ายๆ ลำโพง

"เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงบอกให้พนักงานในร้านออกไปข้างนอกให้หมด รวมไปถึงลูกค้าด้วย โชคดีที่ขณะนั้นมีลูกค้าไม่มากเท่าไร เมื่อไฟฟ้าเริ่มดับ หลังจากนั้นประมาณ 5 นาทีระเบิดก็ทำงาน ซึ่งพนักงานในร้านไม่มีใครเป็นอะไร"

"ถามว่ากลัวไหม...ก็กลัว เพราะโอกาสที่จะเกิดขึ้นอีกมันมีได้เสมอ ตอนนี้ต้องดูแลและสอดส่องกันให้มากขึ้น เพราะเราเองก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก"

เหตุรุนแรงที่เกิดกับร้านเซเว่นฯ แม้จะเป็นการโจมตีเครือข่ายร้านค้าปลีกระดับชาติในฐานะสัญลักษณ์ของกลุ่มทุนทางธุรกิจ แต่ผลของมันย่อมกระทบกับผู้คนในระดับรากหญ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งพนักงานที่อาจต้องตกงานหรือหยุดงาน รวมไปถึงประชาชนตาดำๆ ที่ต้องบาดเจ็บและสังเวยชีวิต!