"คสช.-กสทช."ตั้งวอร์รูม บล็อกเว็บหมิ่น-ปลุกปั่น
"คสช.-กสทช.-ไอซีที"ผนึกตั้งวอร์รูมบล็อกเว็บหมิ่นสถาบัน-ปลุกปั่นยั่วยุ ขณะที่ทหารคุมตัว "สุเทพ-แกนนำกปปส."ส่งฟ้องศาลข้อหาสลายม็อบปี 53-กบฏ ก่อนได้ประกันตัว กัมพูชาปิดทาง "ทักษิณ" ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช.ได้ประชุมหารือกับคณะทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และผู้ให้บริการวงจรเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่างประเทศ (อินเตอร์เนชันนัล เกตเวย์) จำนวน 15 ราย เพื่อขอความร่วมมือเกี่ยวกับตรวจสอบเนื้อหาผ่านอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มข้น
ทั้งนี้คณะทำงานคสช.จะตั้งศูนย์ตรวจสอบการให้บริการอินเทอร์เน็ต โดยจะมีศูนย์กลางการทำงาน 3 แห่ง คือ 1.กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) โดยคณะทำงาน คสช.ได้ขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการทั้ง 15 ราย ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมทำงานกับคณะทำงาน จนถึงเวลา 20.00 น.
2.สำนักงาน กสทช.ตั้งทีมงานเพื่อร่วมตรวจสอบเนื้อหาเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมที่สำนักงาน กสทช. และ 3.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ทำหน้าที่ปิดกั้นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาปลุกปั่น ยั่วยุ และหมิ่นสถาบัน ซึ่งการร่วมกันทำงานครั้งนี้ เชื่อว่าจะปิดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมได้
"เศรษฐา"รุดรายงานตัวคนแรก
ด้านบรรยากาศการเรียกบุคคลมารายงานตัว ตามคำสั่งคสช.นั้น ที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ เมื่อวานนี้(26 พ.ค.) เวลา 09.40 น. นายเศรษฐา ทวีสิน เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แสนสิริ ได้เดินทางเข้ารายงานตัวเป็นคนแรก จากนั้นคนอื่นทยอยเข้ามารายงานตัว อาทิ น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย
นอกจากนี้ช่วงบ่ายจะมีบุคคลมารายงานตัวอีก 6 คน ประกอบด้วย 1.พล.อ.ไตรศักดิ์ อินทรรัสมี 2.นายวิม รุ่งวัฒนจินดา 3.นายแทนคุณ จิตต์อิสระ 4.พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร 5.นางปราณี เอ็งอายุรกูล 6.นายวีระชัย วงศ์นภาจันทร์
"ดำรงค์"เผยทหารเชิญให้ความเห็นปลูกป่า
นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรคทวงคืนผืนป่า กล่าวภายหลังเข้ารายงานตัวกับ คสช. ว่า การเข้าพบคสช.เป็นการเชิญมาแสดงความเห็นในการรักษาป่าและปลูกป่า ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมือง ตนมีโอกาสได้พบกับนายธีรยุทธ บุญมี คาดว่าคงมาให้ข้อมูลเรื่องสังคม
ทั้งนี้บรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นมิตร รับประทานอาหารร่วมกัน ทุกคนถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมทุกฝ่าย ก่อนที่แต่ละคนจะถูกเชิญไปให้ข้อมูลในแต่ละห้อง"ผมคิดว่าวันนี้เป็นโอกาสดีที่ปัญหายุติได้ อีกไม่นานก็คงมีการเลือกตั้ง ดังนั้นขออย่าออกมาต่อต้าน เราเสียเวลามา 6 เดือนในการทะเลาะกัน เมื่อมีคนกลางเข้ามา ปัญหาก็จบไม่มีการนองเลือด"
คุม13แกนนำกปปส.แจ้งข้อหาคดีกบฏ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งใช้อำนาจตามประกาศกฎอัยการศึก ได้นำตัว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมด้วยแกนนำ กปปส. 13 คน อาทิ นายถาวร เสนเนียม, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นายสุริยะใส กตะศิลา และนายเอกณัฎ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. ที่ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควบคุมตัวไว้ในการประกาศกฎอัยการศึก มายังสำนักงานอัยการคดีพิเศษ ช่วงเช้าวันเดียวกัน
ทั้งนี้เพื่อให้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งข้อกล่าวหาและทำบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาตามขั้นตอนชั้นสอบสวนคดีให้แล้วเสร็จ หลังจากที่ก่อนหน้านี้อัยการ มีคำสั่งควรให้ฟ้อง นายสุเทพ กับพวกรวม 50 คนในความผิดฐานร่วมกับกบฏ และความผิดอื่นรวม 8 ข้อหา
โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากับนายสุเทพ และแกนนำ กปปส.รวม 13 ราย ซึ่งทนายความ กปปส.ได้ยื่นหลักทรัพย์ 1 แสนบาทเพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นสอบสวน โดยดีเอสไออนุญาตปล่อยชั่วคราวและนัดให้มารายงานตัวอัยการในวันที่ 17 มิ.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ถูกควบคุมตัวมาที่สำนักงานอัยการ นายสุเทพ ซึ่งสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายลิ้วขาว-ฟ้าที่เป็นเสื้อผ้าชุดเดิมตั้งแต่ถูก คสช.ควบคุมตัวนั้น มีสีหน้าเรียบเฉย
เผยทหารดูแลผู้ถูกควบคุมตัวอย่างดี
ด้านนายเอกณัฏ กล่าวว่า แกนนำ กปปส.ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาในคดีกบฏ และว่าระหว่างที่ตน และแกนนำ กปปส. ถูกคุมตัวอยู่ในค่ายทหาร ได้รับการปฏิบัติและดูแลจากทหารเป็นอย่างดี แต่ไม่สามารถติดต่อบุคคลภายนอกได้ และได้ติดตามข่าวสารที่เกิดขึ้นจากหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์เท่านั้น โดยระหว่างที่ถูกควบคุมตัวก็เหมือนเข้าค่ายฝึก ร.ด.สมัยเรียน ทุกคนยังมีสุขภาพดี
"นิติธร"ชี้คดีกปปส.-คปท.ไม่ขึ้นศาลทหาร
ด้านนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กล่าวว่า การที่ คสช.มีประกาศให้คดีความ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 113 รวมทั้งคดีความที่ต่อเนื่องกันอยู่ในขอบเขตการพิจารณาของศาลทหารนั้น แต่คดีของแกนนำ กปปส.และ คปท.ได้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีประกาศของ คสช. ดังนั้นเชื่อว่าคดีนี้จึงอยู่ในการพิจารณาของศาลอาญาตามเดิม
ขณะที่นายสวัสดิ์ เจริญผล ทีมทนายความ กปปส. กล่าวว่า ดีเอสไอจะนัดส่งตัวให้อัยการเพื่อยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาเมื่อใดนั้น ยังไม่ได้แจ้งวันเวลาที่ชัดเจน แต่คาดว่าน่าจะนัดหมายเพื่อส่งฟ้องศาลภายใน 30 วัน
ด้านนายถาวร เสนเนียม กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการแจ้งข้อว่า จากนี้จะเตรียมพยานหลักฐานเพื่อใช้ในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และแกนนำทั้งหมด ได้วางหลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 100,000 บาท โดยทุกคนจะกลับบ้านหมด ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของทหารแล้ว เพราะอยู่ในกระบวนการยุติธรรม
คุมตัว"สุเทพ"ส่งฟ้องคดีสลายม็อบปี53
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 12.20 น. ทหารพร้อมด้วยตำรวจ ได้ควบคุมตัวนายสุเทพ เดินเท้าจากสำนักงานอัยการสูงสุด มายังศาลอาญา ที่อยู่ห่างกันประมาณ 400-500 เมตร ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
โดยที่ศาลอาญา พ.ต.ท.พิชิต นนทสุวรรณ พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้ยื่นฟ้อง นายสุเทพ ในฐานะอดีตรองนายกรัฐมนตรี ปี 2553 เป็นจำเลย ในความผิดฐาน ร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำหรือฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80,83,84
ต่อมาทนายความของนายสุเทพ ได้ยื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อขอปล่อยชั่วคราว
ศาลให้ประกัน-ห้ามออกนอกประเทศ
ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า พฤติการณ์ตามคำฟ้องประกอบข้อเท็จจริงที่ปรากฏ พบว่าจำเลยไม่เคยถูกควบคุมตัวในชั้นสอบสวน และไม่มีสาเหตุให้เชื่อว่าจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรืออาจไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก อีกทั้งเมื่อโจทก์ ไม่คัดค้านการปล่อยชั่วคราว และจำเลยให้การปฏิเสธตามฟ้องโจทก์ จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวได้ โดยตีราคาประกัน 600,000 บาท พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว ห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรด้วย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 28 ก.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากศาลอาญา ให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว นายสุเทพ เดินออกมาจากศาลด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยโบกมือ ให้กับมวลชนจำนวนหนึ่งที่มากำลังใจ ก่อนที่นายสุเทพ จะขึ้นรถที่ทหารนั่งประกบบนรถ ออกไปจากศาล
ส่วน พระพุทธะอิสระ, นายพิภพ ธงไชย, พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ และแกนนำคนอื่นๆ ที่ไม่ได้ถูก คสช.ควบคุมตัว ได้เดินทางมายังสำนักงานอัยการ เพื่อรายงานตัวด้วยตนเอง แต่เนื่องจากดีเอสไอยังไม่ได้เตรียมเอกสารในการแจ้งข้อหา เพราะยังไม่ได้มีการนัดส่งตัว จึงยังไม่ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งต้องรอให้ดีเอสไอแจ้งวันนัดอีกครั้ง
กัมพูชาปิดทางตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น
จากกระแสข่าวที่นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ที่ปรึกษาทางกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่ามีประเทศจำนวนหนึ่งแสดงความพร้อมให้มีการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นนั้น หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชาและพรรครัฐบาล ปฏิเสธความเป็นไปได้ของการให้มีการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในกัมพูชา โดยระบุว่ารัฐธรรมนูญของกัมพูชาระบุถึงความเป็นกลางและการไม่เข้าข้างใครเป็นการถาวร ทั้งยังรับรองว่าจะไม่ดำเนินการแทรกแซง ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ต่อกิจการภายในของประเทศอื่น
"ผมคิดว่าใครก็ตามที่รู้สึกว่ากัมพูชาเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น จะทราบดีว่าเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ ประการแรกเลยเพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญของกัมพูชา ประการที่สองเพราะเรามีกลไกระดับภูมิภาค รวมถึงระดับระหว่างประเทศด้วย" นายพาย สีพัน โฆษกคณะรัฐมนตรี กล่าว
ขณะที่นายเขียว กัณณฤทธิ์ รัฐมนตรีข่าวสาร โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ค ว่า "เราไม่สามารถอนุญาตให้มีการตั้งรัฐบาลแบบนี้บนแผ่นดินของเรา"
ทั้งนี้ นับจากมีการเข้าควบคุมอำนาจในไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลกัมพูชาระมัดระวังในการรักษาท่าทีเป็นกลางสำหรับประเด็นทางการเมืองของไทย
ส่วนปฏิกิริยาของประเทศเพื่อนบ้านล่าสุด พม่า ซึ่งเป็นประธานหมุนเวียนของอาเซียน ระบุว่า จะไม่วิพากษ์วิจารณ์ใดๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย โดยยึดจุดยืนที่สอดคล้องกับคำแถลงร่วมเกี่ยวกับประเทศไทยในระหว่างการประชุมของผู้นำกลุ่มเมื่อวันที่ 11 พ.ค.


