กลุ่มคณาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เสนอแนะต่อคณะรักชาษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาจได้ผลเพียงเฉพาะระยะสั้น เพราะฐานความขัดแย้งในสังคมไทยย
การรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่แถลงว่ามีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจำกัดความรุนแรงระหว่างกลุ่มประชาชนที่เห็นต่างนั้น อาจได้ผลเพียงเฉพาะระยะสั้น เพราะฐานความขัดแย้งในสังคมไทยยังคงดำรงอยู่ การรัฐประหารอาจยิ่งเพิ่มระดับความแตกแยกทางความคิดในสังคมมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการเผชิญหน้ารายวันระหว่างกลุ่มประชาชนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร นี่ทำให้สุ่มเสี่ยงว่าความรุนแรงจะขยายวงกว้างมากขึ้น
บทเรียนจากเหตุการณ์พฤษภาคม พ.ศ. 2535 สะท้อนว่าการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารและจำกัดเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นกลับยิ่งสร้างความสับสนและมีการเผยแพร่ข่าวลือ ทำให้สถานการณ์ลุกลามกลายเป็นความรุนแรงที่เลวร้ายลง
ดังนั้น คสช. ควรเปิดพื้นที่และช่องทางให้ประชาชนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ โดยปฏิบัติต่อประชาชน สื่อมวลชน นักเคลื่อนไหว และนักวิชาการที่มีความเห็นแตกต่างจาก คสช. เยี่ยงเพื่อนร่วมชาติ และเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ภายใต้หลักความยุติธรรมสากลอันพึงปฏิบัติ ทั้งนี้ คสช. ควรทำหน้าที่เป็นผู้ประสานให้คู่ขัดแย้งได้มีโอกาสพูดคุยกัน และระมัดระวังไม่ให้ คสช. กลายเป็นหนึ่งในคู่ขัดแย้งเสียเอง
และเพื่อให้วัตถุประสงค์หลักในการลดความขัดแย้งบรรลุผลอย่างแท้จริง คสช. จึงไม่ควรครองอำนาจรัฐเป็นเวลานาน เพราะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของทุกภาคส่วนในสังคมไทยและประชาคมโลก ฉะนั้นขอเสนอให้ คสช. จัดตั้งรัฐบาลรักษาการที่มาจากพลเรือน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าอันซับซ้อนของประเทศ โดยรัฐบาลรักษาการที่มาจากพลเรือนนี้ควรแก้เงื่อนไขที่ทำให้การเลือกตั้งถูกมองว่าเอื้อประโยชน์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ประเด็นที่อาจดำเนินการได้ทันทีเช่น การอนุญาตให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง
จากนั้นรัฐบาลรักษาการที่มาจากพลเรือนต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง เพื่อให้ได้รัฐบาลที่เป็นตัวแทนของประชาชนเข้ามาทำหน้าที่ในการปฏิรูปและกำหนดกติกาทางการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วม แล้วจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับถาวรต่อไป โดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนี้ควรอยู่ในตำแหน่งไม่เกินสองปี
ด้วยความห่วงใยและความปรารถนาดี
รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์
ดร.จิรวรรณ เดชานิพนธ์
ดร.ทวิดา กมลเวชช
ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์
ดร.วรรณภา ติระสังขะ
ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว
ดร.จันจิรา สมบัติพูนศิริ
อ.จิตติภัทร พูนขำ





