รวมปฏิกิริยาต่างชาติต่อรัฐประหารในไทย

"สหรัฐ" ขู่ทบทวนช่วยเหลือไทยหลังมีรัฐประหาร ด้าน "ญี่ปุ่น" ชี้น่าเสียใจ หวังกลับสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว
สหรัฐขู่ทบทวนช่วยเหลือไทย
สหรัฐระบุผิดหวังกับการตัดสินใจเข้ายึดอำนาจบริหารแผ่นดินของกองทัพไทย พร้อมพิจารณาทบทวนความช่วยเหลือทางทหาร อังกฤษหวังผู้มีอำนาจกำหนดตารางเวลารวดเร็วสำหรับการเลือกตั้ง สิงคโปร์แนะทบทวนเดินทางมาไทย ด้านจีนหวังเห็นสังคมไทยคืนสู่ความปกติโดยเร็ว
นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ แถลงว่ารู้สึกผิดหวังกับการตัดสินใจของทหารไทย ที่ระงับการใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวและเข้ายึดอำนาจการบริหารแผ่นดินหลังเกิดความวุ่นวายทางการเมืองเป็นระยะเวลานาน และไม่มีเหตุผลอันชอบสำหรับการรัฐประหารครั้งนี้
นายแคร์รีระบุว่ารู้สึกเป็นกังวลต่อรายงานว่า ผู้นำทางการเมืองอาวุโสของพรรคการเมืองสำคัญของไทย ถูกควบคุมตัวและขอเรียกร้องให้ปล่อยตัวบุคคลเหล่านั้น นอกจากนี้ ยังรู้สึกกังวลที่สื่อมวลชนถูกสั่งปิด พร้อมเรียกร้องให้กลับมามีการบริหารแผ่นดินโดยพลเรือนทันที ขอให้ประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย และขอให้เคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน เช่น เสรีภาพของสื่อมวลชน
แถลงการณ์ระบุว่าเส้นทางการก้าวไปข้างหน้าของประเทศไทยต้องรวมถึงการจัดการเลือกตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งการเลือกตั้งเป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน สหรัฐให้ความสำคัญต่อมิตรภาพอันยาวนานระหว่างสหรัฐกับประชาชนชาวไทย แต่การกระทำครั้งนี้จะส่งผลเกี่ยวเนื่องเชิงลบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับไทย โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับกองทัพไทย ขณะนี้สหรัฐกำลังพิจารณาทบทวนความช่วยเหลือด้านการทหารและความร่วมมืออื่นๆ ตามที่กฎหมายสหรัฐกำหนด
ด้านพันเอกสตีเวน วอร์เรน โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีกองทัพไทยได้ดำเนินการรัฐประหาร สหรัฐอาจพิจารณาทบทวนความร่วมมือทางทหารกับไทย ซึ่งรวมถึง
การซ้อมรบร่วมทางทะเล CARAT 2014 ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์ (19 พ.ค.) และจะสิ้นสุดในวันอังคารหน้า (27 พ.ค.)
นอกจากนี้ น.ส.เจน ซากี โฆษกกระทรวงต่างประเทศ กล่าวว่าความช่วยเหลือระดับทวิภาคีประจำปีราว 10 ล้านดอลลาร์อาจต้องถูกระงับด้วย
ทั้งนี้ กฎหมายสหรัฐจะไม่อนุญาตให้สหรัฐให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศใดๆ ที่มีการก่อรัฐประหารโดยกองทัพเพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
อียูร้องกลับสู่กระบวนการประชาธิปไตย
โฆษกผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป (อียู) แถลงว่าอียูได้ติดตามสถานการณ์ในไทยด้วยความกังวลเป็นอย่างยิ่ง ทหารจะต้องให้การยอมรับและเคารพอำนาจฝ่ายพลเรือนภายใต้รัฐธรรมนูญว่าเป็นหลักการพื้นฐานของธรรมาภิบาลด้านประชาธิปไตย ทั้งยังต้องยึดถือมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล รวมทั้งเสรีภาพสื่อ ที่สำคัญที่สุดคือประเทศไทยจะต้องกลับเข้าสู่กระบวนการทางด้านประชาธิปไตยที่มีความชอบธรรมโดยเร็ว
อียูขอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการเลือกตั้งที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและน่าเชื่อถือโดยเร็วที่สุดที่สามารถจะทำได้ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ และทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศ
อังกฤษเรียกร้องไทยเร่งคืนอำนาจ
รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษกล่าวว่ามีความวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อการรัฐประหาร อังกฤษขอเร่งให้ประเทศไทยคืนสู่การจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งอันเป็นประชาธิปไตย รับใช้ผลประโยชน์ของประชาชน และเป็นไปตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมแสดงความหวังว่าฝ่ายผู้มีอำนาจจะกำหนดตารางเวลาที่รวดเร็วและชัดเจนสำหรับการเลือกตั้งเพื่อช่วยฟื้นฟูกรอบการปกครองที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ควรมีการหันไปสู่ความรุนแรง การหารืออย่างเปิดกว้างถึงประเด็นทั้งหลายเท่านั้นที่จะทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปและมีเสถียรภาพมากขึ้นได้
แถลงการณ์ระบุว่า อังกฤษกำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างระมัดระวังที่สุด ชาวอังกฤษในประเทศไทยหรือที่กำลังคิดจะเดินทางไปยังประเทศไทย ควรตรวจดูคำแนะนำการเดินทางของกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ ซึ่งจะปรับแก้เป็นระยะเพื่อให้ทันกับสถานการณ์
ด้านทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส แถลงว่าประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ประณามการรัฐประหารในไทย และเรียกร้องให้กลับคืนสู่การปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญทันที และจัดการเลือกตั้ง รวมถึงจำเป็นต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนชาวไทย
ส่วนนาย บัน คีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ แถลงแสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อการยึดอำนาจของกองทัพในประเทศไทย และวิงวอนให้กลับคืนสู่การปกครองตามรัฐธรรมนูญ โดยพลเรือน และตามระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว พร้อมเรียกร้องให้มีการพูดคุยเจรจาโดยทุกฝ่ายเพื่อปูทางไปสู่สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาว รวมถึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช้ความรุนแรง และเคารพสิทธิมนุษยชน
ด้านนางจูลี บิชอป รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่ารู้สึกวิตกอย่างยิ่งที่ผู้บัญชาการทหารบกประกาศว่ากองทัพได้เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลในประเทศไทย ซึ่งเธอมองว่า เป็นสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน และกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งชาวออสเตรเลียก็จำเป็นต้องให้ความใส่ใจติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของตนเองและในเรื่องการวางแผนการเดินทางด้วย
มีชาวออสเตรเลียในไทยประมาณ 5,000 คน ซึ่งเว็บไซต์แนะนำด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาลออสเตรเลีย ได้แนะนำให้นักเดินทางระวังตัวในระดับสูงและปฏิบัติตามกฎเคอร์ฟิว
ญี่ปุ่นชี้น่าเสียใจ
นายโตชิมิตสึ โมเทงิ รัฐมนตรีเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น แถลงเกี่ยวกับการรัฐประหารในไทยว่าเป็นสถานการณ์น่าเสียใจที่สุด ญี่ปุ่นเรียกร้องให้ไทยคลี่คลายสถานการณ์การเมืองด้วยวิธีสันติผ่านการเจรจาอย่างจริงใจ พร้อมย้ำว่าไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของบริษัทญี่ปุ่น จึงอยากให้ไทยใช้มาตรการที่เหมาะสมคุ้มครองความปลอดภัยของชาวญี่ปุ่นและบริษัทญี่ปุ่น
ด้านนายฟูมิโอะ คิชิดะ รัฐมนตรีต่างประเทศ แถลงแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ยึดอำนาจบริหารในไทย และเรียกร้องให้กลับคืนสู่ระบบการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย พร้อมระบุว่าจนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้รับรายงานว่าเกิดความเสียหายหรือการบาดเจ็บใดๆ ต่อชาวญี่ปุ่นที่อาศัยหรือท่องเที่ยวในไทย รัฐบาลจะพยายามอย่างที่สุดเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของชาวญี่ปุ่นในไทยด้วยการให้ข้อมูลและแจ้งเตือนความปลอดภัย
สิงคโปร์แนะทบทวนเดินทางมาไทย
โฆษกกระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่าสิงคโปร์หวังว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในไทยจะใช้ความอดกลั้นและร่วมกันหาทางออกในเชิงบวก หลีกเลี่ยงความรุนแรงและการนองเลือด พร้อมทั้งระบุด้วยว่าไทยเป็นประเทศสำคัญในภูมิภาคและเป็นสมาชิกสำคัญของอาเซียน สถานการณ์ผันผวนที่ยืดเยื้อจะทำให้ประเทศไทยและภูมิภาคถอยหลัง ซึ่งในฐานะมิตรประเทศใกล้ชิดกับไทย สิงคโปร์หวังว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่ปกติโดยเร็วเท่าที่เป็นไปได้
กระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์ออกคำแนะนำด้านการเดินทาง ด้วยการแนะนำชาวสิงคโปร์ให้ทบทวนอย่างจริงจังเกี่ยวกับการเดินทางมาไทย พร้อมระบุว่าสถานการณ์ยังคาดเดาไม่ได้และมีความผันผวน
ขณะที่มาเลเซียแนะนำคนมาเลเซียให้เลื่อนการเดินทางที่ไม่จำเป็นมายังไทย ส่วนชาวมาเลเซียที่อยู่ในไทยก็ขอให้ปฏิบัติตามกฎเคอร์ฟิว สำหรับฮ่องกงเพิ่มคำเตือนด้านการเดินทางมายังไทยเป็นสูงสุดระดับ 2 ขณะที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกล่าวว่าทัวร์กรุ๊ปทั้งหมดจะถูกยกเลิกตั้งแต่วันที่ 24-30 พ.ค.
อินโดฯจับตาสถานการณ์
นายมาร์ตี นาทาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่าอินโดนีเซียจะจับตาดูสถานการณ์ในไทย พร้อมระบุว่าไม่มีเจตนาจะแทรกแซงกิจการภายในของไทย แต่สถานการณ์ในไทยน่าจะเป็นสิ่งที่น่าวิตกสำหรับอินโดนีเซียกับสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อินโดนีเซียขอให้กองทัพไทยและกลุ่มประชาสังคมต่างๆ หาทางร่วมมือกันในบรรยากาศที่ประนีประนอม เพื่อให้สถานการณ์การเมืองกลับคืนสู่สภาพเดิม
นายนาทาเลกาวา กล่าวว่าอินโดนีเซียจะหารือประเด็นนี้กับพม่า ซึ่งรับหน้าที่ประธานอาเซียน เพื่อดูว่าอาเซียนจะมีส่วนช่วยได้อย่างไรในการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการกลับสู่เสถียรภาพทางการเมืองของไทย
ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์แถลงว่าฟิลิปปินส์กำลังจับตาสถานการณ์ล่าสุดในไทย และเพื่อสอดคล้องกับแถลงการณ์ของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนก่อนหน้านี้ ฟิลิปปินส์มีจุดยืนการใช้แนวทางสันติเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ในไทย นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์หวังว่าไทยจะกลับคืนสู่ภาวะปกติที่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยและนิติธรรม และสอดคล้องกับเจตนารมณ์และผลประโยชน์ของคนไทย
จีนหวังความสงบสุขกลับคืน
โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวว่าจีนกับไทยเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรกัน จีนหวังจะเห็นสังคมไทยกลับคืนสู่ความปกติโดยเร็วที่สุด
ส่วนพม่ายังไม่ได้ประเมินพัฒนาการล่าสุดในไทย โดยนายเย ทุต โฆษกของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ให้สัมภาษณ์เว็บไซต์อิรวดี ว่าจะบอกได้อย่างชัดเจนก็หลังจากการประชุมกับชาติอาเซียน ซึ่งไม่ชัดเจนว่าจะมีการประชุมกันเมื่อไร
อย่างไรก็ตาม นายเยกล่าวว่าในประเทศใดก็ตาม หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็มักมีการจำกัดสิทธิพลเรือน อย่างสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐได้คุมตัวคนญี่ปุ่นและเซนเซอร์จดหมาย ส่วนในไทยนั้นเท่าที่เขาทราบมา กองทัพไทยจำกัดสื่อที่ยุยงให้เกิดจลาจลและความขัดแย้งเท่านั้น




