"นพ.เจตน์" ส.ว.สรรหา เชื่อ คสช. ใช้ ส.ว. ทูลเกล้าฯชื่อนายกหวังให้ยึดโยงกับประชาชน "จองชัย"ปัดไม่ลาออก
น.พ.เจตน์ ศิริธรานนท์ ส.ว.สรรหา กล่าวถึงประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 11 ให้รัฐธรรมนูญ 2550 สิ้นสุดลง ยกเว้นหมวด 2 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ แต่ยังให้วุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่ต่อไปว่า ขณะนี้ยังไม่ชัดว่าวุฒิสภาทำหน้าที่อะไรได้บ้างหลังจากที่รัฐธรรมนูญ 2550 สิ้นสภาพ จึงต้องรอคำประกาศของ คสช.อีกครั้ง
เบื้องต้นเข้าใจว่า น่าจะมีการเขียนธรรมนูญปกครองชั่วคราวขึ้นมา เพื่อกำหนดถึงอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภาต่อไป ส่วนจะถึงขั้นตั้งนายกรัฐมนตรี ได้หรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่าอำนาจการตั้งนายกฯเป็นของ คสช.อยู่แล้ว แม้แต่จะทูลเกล้าฯตัวเองก็ยังได้ แต่ตนมองว่าเหตุที่ยังสถานะวุฒิสภาไว้ เพราะมีความยึดโยงกับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งส.ว.เลือกตั้ง ที่ได้รับเลือกโดยประชาชน จึงถือว่ายังคงความเป็นประชาธิปไตย ดังนั้นหากคสช.จะมอบหมายให้วุฒิสภา เป็นผู้ทูลเกล้าฯชื่อนายกฯ อาจจะมีภาพลักษณ์และมองเป็นความชอบธรรมกว่าตั้งด้วยตัวเอง อีกทั้ง นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา ได้รับคำยืนยันจากที่ประชุมใหญ่กรรมการกฤษฎีกา ที่รับรองให้การเลือกประธาน และรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 เป็นไปโดยชอบ จึงถือว่านายสุรชัย สามารถทูลเกล้าฯชื่อนายกฯได้
ด้านนายจองชัย เที่ยงธรรม ส.ว.สุพรรณบุรี กล่าวว่า เชื่อว่าการคงวุฒิสภาไว้เพื่อให้วุฒิสภามีหน้าที่ตามคำประกาศของ คสช. ซึ่งอาจจะเป็นการให้ความเห็นชอบนายกฯตามที่หัวหน้าคสช.เลือกมา แต่เชื่อว่าวุฒิสภาคงไม่มีใครคัดค้านกับบุคคลที่ถูกนำเสนอ โดยส่วนตัวมองว่า เมื่อคสช.ได้ลงทุนยึดอำนาจ เพื่อเข้ามาเปลี่ยนแปลงแล้ว คงจะเลือกบุคคลที่เป็นคนดี ได้รับความเชื่อถือเข้ามาบริหาร และหลังจากนั้นเชื่อว่าสถานะของวุฒิสภา และสมาชิกภาพของส.ว.จะยังคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม
ผู้สื่อข่าวถามว่า เพื่อคงศักดิ์ศรีของสถาบันนิติบัญญัติจะลาออก เพื่อไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของคสช.หรือไม่ นายจองชัย กล่าวว่า แม้ว่าส.ว.จะลาออก แต่อำนาจเต็มทั้งหมดขึ้นอยู่กับคณะคสช.อยู่แล้ว หากลาออกไปเขาก็ตั้งบุคคลมาทำหน้าที่ได้ จึงไม่มีเหตุที่จะต้องลาออก ส่วนตัวแม้จะไม่เห็นด้วยก็ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ต่อไป





