"นิวัฒน์ธำรง"ลั่นจะอ้างกฎอัยการศึกเพื่อเว้นรัฐธรรมนูญบางมาตราไม่ได้ ย้ำครม.ลาออกไม่ได้ หวังเลือกตั้งโดยเร็ว
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ไม่เดินทางไปหารือเพื่อหาทางออกประเทศกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะกองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.กอ.รส.) ว่า รัฐบาลได้ส่งตัวแทนไปพูดคุยกับกอ.รส.ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากตนมีภารกิจที่ต้องทำ ซึ่งตัวแทนที่ไปพูดคุยในวันเดียวกันนี้ยังคงเป็นคณะเดิม โดยมีนายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะพร้อมด้วยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งตัวแทนรัฐบาลทั้ง 5 คนก็สามารถและมีอำนาจตัดสินใจแทนรัฐบาลได้ตามที่ได้รับมอบหมายในระดับหนึ่ง แม้แต่ตนถ้าไปร่วมหารือเองบางเรื่องก็ไม่สามารถตอบทันทีได้ เพราะบางเรื่องต้องนำเขัาสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และการที่ไม่ไปไม่ใช่ว่าเป็นเพราะสถานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯของตนตามกฎหมายอยู่สูงกว่าผอ.กอ.รส.
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า รัฐบาลยินดีที่จะร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศอย่างเต็มที่ และการที่ตนไม่ได้เดินทางไปร่วมหารือด้วยตนเองก็ไม่ใช่ว่าเป็นการแสดงความไม่จริงใจ และตนได้พูดคุยกับพล.อ.ประยุทธ์แล้วและมีการมอบหมายตัวแทนไปพูดคุยและมอบนโยบายอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เราต้องยึดหลักการของระบบนิติรัฐ นิติธรรมและต้องเดินตามระบอบประชาธิปไตย กฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อเรามีคนหลายกลุ่มถ้ายึดข้อกฎหมายและพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกกลุ่ม เพราะถือว่ากฎหมายเป็นระเบียบสังคม เพราะฉะนั้นถ้าทุกคนเดินตามกฎหมายก็จะเกิดความสงบเรียบร้อยและเชื่อมั่นว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะช่วยทำหน้าที่ที่จะช่วยประสานหาทางออกให้กับประเทศจากกลุ่มต่างๆ ซึ่งคงต้องรอผลการหารือในบ่ายวันนี้อีกครั้ง
เมื่อถามว่า จากการหารือในวันแรกจุดยืนของรัฐบาลค่อนข้างสวนทางกับบางกลุ่มที่เป็นคู่กรณีจะแก้ปัญหาอย่างไรเพื่อให้เดินคู่ขนานไปได้ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวปฏิเสธว่า จุดยืนของรัฐบาลก็ไม่ใช่จะสวนทางทีเดียว อย่างกกต.ก็ได้พูดถึงแนวทางในการเลือกตั้ง 2 ระยะทั้งเร็วและช้า ซึ่งรัฐบาลก็เห็นพ้องกับข้อเสนอของกกต.ในเรื่องของการเลือกตั้งและอยากให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็ว เพื่อจะได้รัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ต้องเข้าใจขณะนี้เราอยู่ระหว่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ดังนั้นการเลือกตั้งเราจะได้รัฐบาลถาวรและมีอำนาจเต็มเท่าที่ศึกษาไม่มีวิธีอื่นตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่จะให้มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงความเห็นกรณีข้อเสนอที่ให้รัฐบาลลาออก นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า เป็นสิ่งที่มีการเสนอแต่ก็ต้องเข้าใจว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ได้มีตำแหน่งถาวร อยู่ระหว่างการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ มีสถานะเป็นแค่รัฐบาลรักษาการ ตำแหน่งรัฐมนตรีหายไปแล้ว จะให้ลาออกอีกก็ไม่รู้จะลาออกอย่างไร และตามกฎหมายก็ระบุชัดเจนว่าให้รัฐมนตรีที่เหลือทำหน้าที่ต้อไป จนกว่าจะมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งชุดถาวรเข้ามาดำรงตำแหน่งถ้าไม่ทำตามก็ถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายมาตรา 157 ซึ่งสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมากรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามย้ำว่ารัฐบาลยืนยันว่าข้อเสนอให้ลาออกนั้นจะไม่ดำเนินการตามแน่นอนใช่หรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่าทำไม่ได้ผิดกฎหมาย "ต้องเข้าใจว่าถ้าผิดกฎหมายไม่ว่าจะอ้างอย่างไรถ้ามีการฟ้องก็โดนอยู่ดี เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจ วันนี้เราต้องส่งเสริมให้ทุกคนทำตามกฏหมายประเทศชาติจะสงบเรียบร้อย เพื่อให้ความยุติธรรมกัยทุกฝ่ายวันนี้ก็ต้องยืดกฎหมายเป็นหลัก"
เมื่อถามว่า อำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ในฐานะ ผอ.กอ.รส. ในการใช้พรบ.ประกาศกฎอัยการศึกจะสามารถยกเลิกการบังคับกฏหมายบางมาตราในรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวยืนยันว่า ไม่มีการระบุว่าการประกาศกฎอัยการศึกแล้ว จะสามารถละเว้นไม่ปฏิบัติตามข้อกฎหมายข้อกฎหมายหนึ่งได้ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด จึงไม่เชื่อว่าจะสามารถละเว้นการใช้กฎหมายบางข้อได้
เมื่อถามว่าคาดหวังการทำหน้าที่ของพล.อ.ประยุทธ์ไว้แค่ไหน นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า "หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อท่านประกาศกฎอัยการศึก รัฐบาลก็เห็นในมุมดีหลายๆ มุมโดยเฉพาะในเรื่องของความสงบเรียบร้อย ซึ่งวันนี้ก็ได้เห็นในหลายๆกรณี ขณะเดียวกันก็อยู่ในระหว่างพูดคุยเพื่อหาทางออก และยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะช่วยหาทางออก ซึ่งสอดคล้องกับหลักนิติรัฐ นิติธรรม สอดคล้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเป็นสิ่งที่รัฐบาลมุ่งหวัง ยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลจะร่วมมืออย่างเต็มที่แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย"
เมื่อถามว่าถ้าต่างฝ่ายต่างย้ำในจุดยืนของตัวเองเกรงหรือไม่ว่าจะเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า เรื่องนี้คงตอบอะไรไม่ได้





