วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กอ.รส.แจงปลัดกระทรวงเดินหน้าภารกิจ

กอ.รส. เรียกปลัดกระทรวงเข้าชี้แจงถึงการประกาศกฏอัยการศึก พร้อมย้ำทุกกระทรวงให้เดินหน้าบริหารประเทศต่อไป

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังการเข้าประชุมร่วมกับผู้บัญชาการทหารบก ว่า ผบ.ทบ. ได้เรียกทุกหน่วยราชการเข้ามาหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาของประเทศให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ให้ทุกหน่วยงานกลับไปคิดว่าจะทำอะไรให้กับประเทศชาติได้บ้าง บนพื้นฐานบทบาทหน้าที่ของตัวเอง และได้ย้ำให้ข้าราชการทำงานอย่างสบายใจ โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ รวมทั้งให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดความขัดแย้งทางสังคม

“ทุกฝ่ายอยากให้ประเทศเดินหน้า และอยากเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทุกฝ่ายได้เข้ามาร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนประเทศชาติให้เดินหน้า” นายวิฑูรย์ กล่าว โดยในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม จะเรียกอธิบดี และหัวหน้าหน่วยงานภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมทั้งหมด เช่น คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นต้น เพื่อหาแนวทางลงไปดูแลภาคเอกชนไม่ให้ตื่นตระหนก และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะต้องออกกิจกรรมโรดโชว์ออกไปให้ข้อมูลกับนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น รวมทั้งหาแนวทางปรับปรุงการทำงานของทุกหน่วยงานในกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนฟื้นฟูประเทศชาติ และมีแนวคิดที่จะตั้งศูนย์รับฟังความคิดเห็นของข้าราชการ เพื่อลดความขัดแย้งภายในประเทศ และแสวงหาแนวทางพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

ส่วนหลังจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องฟังคำสั่งจากใครนั้น มองว่าในภาวะกฎอัยการศึก หน่วยราชการจำต้องฟังคำสั่งของฝ่ายทหาร และคาดว่าฝ่ายรัฐบาลจะไม่ออกคำสั่งที่ขัดแย้งกับฝ่ายทหาร

ย้ำให้ปลัดกระทรวงเดินหน้าเศรษฐกิจ

นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า ผบ.ทบ. ชี้แจงว่าเชิญมาประชุมหารือเพื่อแก้วิกฤติชาติ ขอให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ ห้ามปลุกระดม ทหารจะไม่ยุ่งกับการบริหาร คนที่ทะเลาะกันให้ไปหาทางลงกันด้วยความสงบ หากตกลงกันไม่ได้อาจต้องมีตัวช่วย รวมทั้งการต้องลดความขัดแย้งในสังคม ไล่ล่าปราบปรามทุกกระบวนการที่ผิดกฎหมาย คนไทยต้องแก้ปัญหากันเอง จะไม่ยอมให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซง รวมทั้งยังได้ฝากความหวังไว้กับข้าราชการในการกู้วิกฤติชาติทั้งท่องเที่ยว เศรษฐกิจและสังคม ต้องการให้คนในชาติกลับมาปรองดองกัน

นอกจากนี้ ยังได้กำชับว่าอย่าคาดหวังว่าทหารจะแก้ปัญหาการเมือง ในขณะนี้ทหารเข้ามาดูแลความสงบก่อน ปัญหาทางการเมือง ให้ เลขา ครม. รับไปประสาน

ส่วนการบริหารงานของกระทรวงต่างๆ ปลัดกระทรวงทุกกระทรวงต้องเป็นหลักให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ในขณะที่ผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ ยืนยันจะร่วมมือเพื่อให้สร้างสภาวะแวดล้อมให้เกิดความปลอดภัย

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ผบ.ทบ. ได้ย้ำให้ข้าราชการเป็นกลางและทำหน้าที่ในการบริหารงานของตนเองในกระทรวงไป โดยไม่ต้องไปฝักใฝ่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ส่วนปัญหาการเมือง จะมีคนเข้ามาแก้ไขเอง

กำชับ ขรก.ให้ช่วยลดความขัดแย้ง

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กองทัพยืนยันว่าจะวางตัวเป็นกลาง และจะยังไม่มีการประกาศมาตรการเคอร์ฟิว ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงนั้นกองทัพมีนโยบาย ส่งผู้ชุมนุมกลับบ้านให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยจะพยายามไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน

สำหรับแนวทางของข้าราชการ กองทัพขอให้ข้าราชการทุกหน่วยงาน ช่วยกันคิดและทำงานตามภารกิจของตนเอง โดยได้กำชับ 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ให้ช่วยติดตามดูแลด้านข่าวสารในโซเชียลมีเดีย ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก กระทรวงมหาดไทย ขอให้ช่วยดูแลอาสาสมัคร (อส.) และกำนันผู้ใหญ่บ้าน ไม่ให้มีการปลุกระดม หรือปลุกปั่นเข้ามาต่อต้านฝ่ายตรงข้าม และสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ขอให้ช่วยดูแลการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานราชการที่ยังติดขัดอยู่ในขณะนี้

สศช.ชี้กระทบเศรษฐกิจช่วงสั้น

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ระยะสั้นอาจจะมีผลกระทบบ้าง แต่จะเป็นผลดีในระยะกลางและระยะยาว ที่ต่างประเทศจะเห็นว่าประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความปลอดภัย ไม่เกิดเหตุบานปลายด้านความมั่นคง ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ได้ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจเดินหน้าทำงานเหมือนเดิม เพื่อให้สังคมโลกเห็นว่าประเทศไทยแก้ปัญหาทางการเมือง โดยที่เศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นกลับมาลงทุนในประเทศไทยต่อไป

สำนักงบรอการเมืองเดินหน้าจัดทำงบ

นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสํานักงบประมาณ กล่าวว่า ขณะนี้ยังรอความชัดเจนภายหลังการประกาศกฎอัยการศึก ว่า สถานการณ์การทางการเมืองจะเป็นอย่างไร ซึ่งในส่วนของสำนักงบประมาณจะต้องมีการปรับตารางการทำงานและปฏิทินงบประมาณตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป โดยคาดว่าขณะนี้การเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค. 2557 ไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้ตามกำหนดการเดิม

อย่างไรก็ตาม มองว่าควรจะมีการกำหนดการเลือกตั้งไม่ให้เกินวันที่ 31 ธ.ค. 2557 เพราะการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2558 จะต้องใช้เวลาประมาณ 8-9 เดือน ซึ่งหากว่ามีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม แต่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎรก็จะไม่สามารถพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2558 ได้ ส่งผลให้ต้องใช้งบประมาณไปพลางก่อนทั้งปีงบประมาณ 2558 ซึ่งส่งผลให้การเบิกจ่ายทำได้เฉพาะงบประมาณประจำ ซึ่งมีสัดส่วนเพียง 50-70% ของงบประมาณปกติเท่านั้น