วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบ.ทบ.สั่งเข้าพื้นที่ขัดแย้งติดตามคนร้ายใต้

"ประยุทธ์"ประชุมติดตามสถานการณ์พร้อมเร่งติดตามคนร้ายคดีบึ้มจังหวัดชายแดนใต้ สั่งเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ที่มีความขัดแย้งในท้องถิ่น

พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงผลการประชุมติดตามสถานการณ์ประจำวันศูนย์ปฏิบัติการกองทัพ ( ศปก.ทบ.) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบ (ผบ.ทบ.) ในฐานะ รอง ผอ.รมน. เป็นประธาน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเรื่องการติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดในเขตเทศบาลเมืองยะลา เมื่อวันที่ 6 - 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ จำนวน 24 ราย โดยผู้ต้องสงสัยให้การสารภาพ จำนวน 5 ราย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้สืบสวนขยายผลต่อไป

พ.อ.บรรพต กล่าวว่า สำหรับหน่วยเฉพาะกิจ จ.สงขลา ได้ดำเนินการรับการรายงานตัวบุคคลที่มีความประสงค์เข้าสู่กระบวนการฯ ตามมาตรา 21 จำนวน 2 ราย ซึ่งส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมและการควบคุมอาวุธสงครามในท้องถิ่น ขณะนี้อยู่ระหว่างการให้ กอ.รมน.ระดับจังหวัด และศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ ดำเนินการตรวจสอบและจัดทำบัญชีคุม โดยการยิงเก็บปลอกกระสุนปืนทุกชนิดที่มีผู้ครอบครอง โดยมีการพิมพ์ลายนิ้วมือ และตรวจหา DNA ของผู้ครอบครองอาวุธทุกคน เพื่อจัดทำประวัติอาวุธสงครามให้เป็นระบบ

พ.อ.บรรพต กล่าวต่อไปว่า สำหรับในพื้นที่ที่มีความขัดแย่งในท้องถิ่นจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางผบ.ทบ.ได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการแล้ว คือ 1 ดำเนินการด้านการข่าว 2 ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างบุคคล หรือ กลุ่มบุคคล 3 ติดตามพฤติกรรมของคู่ขัดแย้ง ผลที่ได้รับคือ สามารถลดความขัดแย้งได้ 19 คู่จากจำนวน 36 คู่ และได้รับการส่งมอบอาวุธสงคราม จำนวน 6 กระบอก ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ช่วงนี้ต้องติดตามสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง จึงยังไม่มีเวลาไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ช่วยกันปฏิบัติงานดูแลสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเกิดเหตุรุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ต้องเข้มแข็ง สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที การปฏิบัติงานต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย และเป็นธรรมกับผู้ได้รับผลกระทบ ส่วนในระดับจังหวัด ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับ ผบ.ฉก.จังหวัด รับผิดชอบในการบูรณาการทำงานร่วมกัน เพราะการประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ต้องอาศัยความพึงพอใจของประชาชนมาพิจารณาด้วยเป็นสำคัญ

“การปฏิบัติงานเชิงรุกตลอด 24 ชั่วโมง ผู้บังคับหน่วยควรจัดระเบียบหมุนเวียนกำลังพลให้เหมาะสม ตามลำดับความเร่งด่วนของภารกิจแต่ละวัน เพื่อไม่ให้กำลังพลเกิดความเครียด หน่วยต้องติดตามคลี่คลายคดีทั้งสิ้น ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ และพยายามป้องกันการเกิดเหตุให้ได้ด้วยการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งไม่ใช่สถานการณ์สงครามและไม่ใช่สถานการณ์การขัดกันด้วยอาวุธตามเงื่อนไขระหว่างประเทศ ส่วนในเรื่องของรั้วตามแนวชายแดน ซึ่งไม่ใช่แนวเส้นเขตแดน ให้เร่งดำเนินการเสริมลวดหนามบริเวณช่องทางที่เสี่ยงต่อการลักลอบผ่านข้ามแดนก่อน ในส่วนของรั้วตามธรรมชาตินั้น ให้ดำเนินการปลูกพืชโตเร็วให้ทันฤดูฝนนี้ เช่น สีเสียดแก่น ซึ่งเป็นพืชที่ใช้เป็นอุปสรรคต่อการผ่านเข้าออกได้ด้วย" พ.อ.บรรพต ระบุ