วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปชป.จะเอาผิดดีเอสไอใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ

ปชป.เตรียมหารือทีมกฎหมาย เอาผิดดีเอสไอ ตามประมวลกหฎหมายอาญาม.157 พรุ่งนี้ หลังใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ จับกุมแกนนำกปปส.

เมื่อเวลา 11.00 น. นายราเมศร์ รัตนเชวง รองโฆษกและคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การที่พนักงานสืบสวนสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นขอศาลยุติธรรมออกหมายจับ 57 แกนนำกลุ่มกปปส. และมีการจับกุมพร้อมขอฝากขังนายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ซึ่งศาลก็ได้ยกคำร้องฝากขังนั้น การกระทำของพนักงานสืบสวนฯของดีเอสอ เป็นการกระทำที่กระทบสิทธิเสรีภาพ ตนขอกล่าวหาว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

แม้ว่าแกนนำกปปส. ทั้ง 57 คนจะเป็นผู้ต้องหา แต่ศาลก็มีคำสั่งออกมายจับที่ระบุไว้ชัดเจนว่า เจ้าพนักงานมีอำนาจควบคุมผู้ที่ถูกจับกุมได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น และให้มายื่นฟ้องต่อศาลสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม พนักงานสืบสวนฯของดีเอสไอ กลับยื่นคำร้องเพื่อขอฝากขังต่อ ตามกฎหมายแล้วพนักงานสืบสวนฯดีเอสไอ ไม่มีสิทธิที่จะทำได้ เพราะเรื่องนี้เป็นอำนาจของศาลยุติธรรม นอกจากนี้ การจับกุมของพนักงานสืบสวนฯดีเอสไอ ถือเป็นการลักไก่ ขัดต่อหลักกฎหมาย เพราะเป็นหน้าที่ของอัยการที่จะมีคำสั่งสอบสวนเพิ่มเติม ดังนั้น จึงขอเรียกร้องไปยังอัยการ แสดงความชัดเจนในการประสานงานระหว่างอัยการและดีเอสไอ ว่าได้มีการสั่งฟ้องแกนนำคนใดบ้าง ไม่ใช่มีการออกหมายจับอย่างเดียว และปล่อยปะละเลยไม่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

“กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าดีเอสไอ ไม่มีความรู้ทางกฎหมาย การดำเนินคดีที่ผ่านมาไม่ได้อยู่บนพื้นฐานในประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยวิธีพิจารณาทางอาญา ซึ่งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ในฐานะอธิบดีดีเอสไอ ต้องรับผิดชอบ เป็นถึงอธิบดีแต่ไม่รู้ข้อกฎหมายก็สมควรลาออก อย่าทำงานเพื่อสนองฝ่ายการเมือง ซึ่งนายธาริต คงรู้อยู่แล้วว่าหากคดีถึงศาลยุติธรรม ศาลก็จะให้ความเป็นธรรม นายธาริต จึงเกรงว่าธงที่ได้รับจากฝ่ายการเมืองจะไม่เป็นผล”นายราเมศ กล่าวและว่า ในวันที่ 19 พ.ค. เวลา 11.00 น. ตนและนายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค จะประชุมเพื่อรวบรวมเอกสารหลักฐานในการดำเนินคดีกับพนักงานสืบสวนฯดีเอสไอ ฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต่อไป

นายราเมศ ยังกล่าวด้วยว่า การที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี แจ้งความกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) เพื่อดำเนินคดีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน เพื่อเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หลังมีคำวินิจฉัยคดีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะนักฎหมายตนขอประณามการกระทำของนายสุรพงษ์ เพราะการกระทำดังกล่าวถือเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนุญ โดยนายสุรพงษ์ ทราบดีอยู่แล้วว่าการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปตามกระบวนการวิธีพิจารณาในระบบไต่สวนไม่ใช่ระบบกล่าวหา คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ดังนั้นการที่นายสุรพงษ์ กล้าทำเช่นนี้ก็ต้องกล้าที่จะรับผิดชอบด้วยเช่นกัน เพราะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญย่อมมีสิทธิที่จะปกป้องสิทธิของตนเอง ​ตนจึงขอกล่าวหาว่าการกระทำของนายสุรพงษ์ เข้าข่ายแจ้งความเท็จ ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ดูหมิ่นศาล และหมิ่นประมาท นี่คือผลที่นายสุรพงศ์ต้องน้อมรับ อีกทั้งการที่ศาลรัฐธรรมนูญถูกโจมตี เพราะเป็นศาลที่วิ่งเต้นไม่ได้ จึงทำให้พรรคเพื่อไทยเดือดร้อน จึงขอให้ประชาชนให้กำลังใจการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ