ศอ.รส.ประณามเหตุยิงเอ็ม 79 ใส่กปปส. ลั่นหากเหตุรุนแรงยกระดับ พร้อมปรับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
พ.ต.ท.หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) แถลงผลประชุมศอ.รส.ว่า ศอ.รส.ขอประนามผู้ที่ก่อเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 และปืนเอ็ม 16 เข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อคืนวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตขณะนี้ 3 ราย และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ศอ.รส.มีความกังวลอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ และงดเว้นการเข้าร่วมชุมนุมไม่ว่ากับกลุ่มใด ๆ เนื่องจากขณะนี้มีแนวโน้มว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นอีกแม้ว่าศอ.รส.จะได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นแล้วก็ตาม
นอกจากนี้ จากการตรวจยึดวัตถุระเบิดและสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมากได้จากบริเวณสวนลุมพินีซึ่งเคยเป็นสถานที่ชุมนุมของกลุ่มกปปส.จึงเป็นที่ชัดเจนว่าการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.นั้นมีการสะสมอาวุธร้ายแรง และไม่ใช่การชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธ ดังนั้นการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มกปปส.อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ร่วมชุมนุมได้
ทั้งนี้ศอ.รส.ขอย้ำว่าไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุร้ายที่เกิดขึ้น แม้ส่วนหนึ่งจะมาจากการย้ายที่ชุมนุมของกปปส.จากสวนลุมพินี มายังถ.ราชดำเนิน ซึ่งเป็นสถานที่เปิดและยากต่อการควบคุมเหตุร้ายและไม่มีการแจ้งประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงการย้ายที่ชุมนุมมาก่อน โดยศอ.รส.ก็ได้กำชับการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว และได้วางแผนคุ้มครองป้องกันจากนี้ต่อไปให้ดีที่สุด ทั้งนี้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯที่บังคับใช้อยู่ในขณะนี้ สามารถบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ได้ทุกมิติ ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ และฝ่ายพลเรือน และหากเหตุการณ์ยกระดับความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก ก็ยังมีพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯที่จะนำมาบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป และการบังคับใช้กฎหมายในลักษณะดังกล่าวยังเป็นไปตามหลักสากลอันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปอีกด้วย
พ.ต.ท.หญิง อัญชุลี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตามที่ศอ.รส.ได้มีแถลงการณ์ ฉบับที่ 8 เรื่อง ข้อเรียกร้องและแจ้งเตือนสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงกลุ่มต่าง ๆ ให้ยุติการคัดเลือกและแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือนายกรัฐมนตรี มาตรา 7 เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ศอ.รส.มีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการกระทำในสิ่งที่นอกเหนือกฎหมาย โดยเฉพาะการพยายามแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะไม่สามารถทำให้สถานการณ์ที่เป็นอยู่คลี่คลายลงได้แต่กลับจะเพิ่มความขัดแย้งและความแตกแยกมากขึ้นในหมู่ประชาชนผู้เห็นต่างและยึดถือในบทบัญญัติของกฎหมายและศอ.รส.ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสนับสนุนแนวทางตามรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยด้วยการผลักดันให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลใหม่ที่ถูกต้องตามกฎหมายชอบธรรมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายอันจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมืองในขณะนี้ได้อย่างยั่งยืน





