นิวัฒน์ธำรง ชี้ นายกฯ ม.7 ไม่มีกฎหมายรองรับ ระบุไม่ปิดช่องคุย สุเทพ แต่ขอให้ทุกส่วนร่วมวง
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดำเนินการให้วุฒิสภาเสนอนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 ตามที่กลุ่มกปปส.เรียกร้อง ว่า การดำเนินการใดๆจะต้องมีพื้นฐานทางกฎหมายรองรับ คิดได้ทำได้แต่เมื่อดำเนินการไปสักระยะหนึ่ง ตามขั้นตอนต่างๆ ถ้าไม่มีกฎหมายรองรับ หน่วยงานที่จะดำเนินการต่อก็ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ แต่รัฐบาลมองว่าไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นก็แล้วแต่ให้ทางฝ่ายที่มีความคิดเช่นนั้นดำเนินการไป
ทั้งนี้ จากกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.จะขอเจรจานั้น นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ยังไม่มีการติดต่อมา แต่รัฐบาลตั้งแต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีที่จะเปิดกว้างเพื่อพบปะพูดจากับกลุ่มต่างๆ แต่สิ่งที่ถือเป็นหลักคือเราต้องพูดคุยกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองหรือกลุ่มต่างๆ ควรที่ได้เจอกันทั้งหมด เพราะประเทศไทยมีกฎหมายไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลคนเดียว แต่มีทั้งหน่วยงานและองค์กรอิสระมากมาย รวมถึงกลุ่มประชาชนหลากหลายกลุ่มที่ออกมาให้ข้อคิดเห็น อย่างไรก็ตามความคิดเห็นต่างๆ หรือสิ่งที่จะทำและดำเนินการต้องมีกฎหมายปัจจุบันรองรับไม่เช่นนั้นคิดไปทำอะไรสุดท้ายทำไม่ได้เพราะไม่มีกฏหมายรองรับสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วย นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวด้วยว่า ตนไม่ห่วงอะไรคงต้องดูว่าจะทำอย่างไรเพราะกฏหมายเขียนแบบนี้ ระเบียบเขียนแบบนี้ถ้าทำได้ตามระเบียบกฏหมายรวมทั้งหากอยู่ภายใต้ก็สามารถทำได้ ส่วนที่ฝ่ายตรงข้ามมั่นใจว่าจะสามารถแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 นั้น ก็ต้องรอ
เมื่อถามว่าประเทศจะเดินต่อไปอย่างไรในเมื่อความคิดเห็นของแต่ละฝ่ายที่ตีความกฏหมายที่คู่ขนานกันโดยสิ้นเชิง นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ต้องยกประเด็น แต่ตนคิดว่าทุกฝ่ายพยายามหาทางที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤติ ซึ่งในส่วนนี้ตนเห็นว่าเป็นการเดินไปในทางเดียวกันแต่วิธีการที่จะทำต่างกัน ทั้งนี้ตนเห็นว่าวิธีที่เป็นไปตามกฎหมายอย่างชัดเจนคือกฎหมายระบุว่าเมื่อยุบสภาฯ ต้องเลือกตั้งเพื่อมีรัฐบาลโดยเร็ว และไม่ต้องการให้มีรัฐบาลรักษาการอยู่นานรวมทั้งเมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งก็ต้องมีรัฐบาลรักษาการทำหน้าที่แทนต่อไปเราก็ตามกฏหมาย
สำหัรบกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดการปะทะกันระหว่างใวลชน นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ประชาชนเรียนรู้จากเหตุการณ์ในอดีตจึงไม่ออกมาเผชิญหน้ากันทุกคนต่างออกมายื่นข้อเสนออย่างสงบ ซึ่งสังเกตได้ว่ามวลชนก็พยายามไม่ให้เกิดการปะทะกันจึงเป็นสิ่งที่ดี และต่างประเทศชื่นชมในจุดนี้พร้อมทั้งอย่างให้ประเทศไทยแก้ปัญหาโดยไม่มีเหตุกระทบกระทั่งหรือเสียเลือดเสียเนื้อ ซึ่งต่างประเทศหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีเป็นไปตามระบอบระบอบประชาธิปไตย





