"สุเทพ"ลั่นว่าที่ปธ.วุฒิสภาเสนอนายกฯตามม.7ได้ เตรียมเดินสายพบฝ่ายตลก.สัปดาห์หน้า ประกาศส่งหนังสือถึงประธานทุกศาล ขีดเส้น12พ.คได้นายกฯใหม่
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แถลงข่าวที่เวทีปราศรัยบริเวณทำเนียบรัฐบาล เมื่อวานนี้ (10 พ.ค.) ว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในสภาพไม่มีรัฐบาลบริหารประเทศอีกต่อไป เพราะประเทศไทยตอนนี้ไม่มีนายกรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีรักษาการ มีแต่รักษาการรองนายกฯ และรักษาการรัฐมนตรีเท่านั้น
ทั้งนี้ รักษาการรองนายกฯ ไม่มีฐานะเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล ไม่สามารถใช้อำนาจของนายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลได้ ประเทศไทยจึงไม่มีนายกฯ หรือผู้จะปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯสิ้นสภาพเช่นนี้ ปกติสภาผู้แทนราษฎรจะทำหน้าที่เลือกนายกฯ คนใหม่ทันที แต่ขณะนี้ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ฉะนั้นวุฒิสภาจึงเป็นองค์กรทางนิติบัญญัติองค์กรเดียวที่เหลืออยู่ จึงขอเรียกร้องประธานวุฒิสภาหารือกับประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด และประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการให้มีนายกฯ คนใหม่โดยทันที
"ในฐานะตัวแทนของมวลมหาประชาชนได้ทำหนังสือถึงประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานกรรมการการเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว ขอยืนยันว่ามวลมหาประชาชนล้วนรักชาติ อยากให้แผ่นดินร่มเย็น มีความสงบ เพื่ออนาคตประเทศ ขอใช้โอกาสนี้เรียกร้องทุกฝ่ายรวมถึงคนเสื้อแดงโปรดร่วมใจกันทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน" นายสุเทพ กล่าว
ขีดเส้น 12 พ.ค.ต้องมีนายกฯใหม่
หลังการแถลงข่าว นายสุเทพ กล่าวว่า จะนั่งรอดูว่าบุคคลเหล่านี้จะทำงานหรือไม่ โดยขอให้บุคคลเหล่านี้ลงมือปรึกษากันช่วยคลี่คลายปัญหา ซึ่งประชาชนหวังว่าวันจันทร์นี้จะมีนายกฯคนใหม่ของประชาชนเกิดขึ้นได้ หากในวันที่ 12 พ.ค.ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเราก็ไม่มีทางเลือก เพราะหากไม่ทำงานก็ไม่สามารถปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้นจะลงมือทำด้วยตนเอง
ขอใช้ตึกสันติไมตรีแถลงประจำวัน
ต่อมาในช่วงเย็น นายสุเทพ พร้อมด้วย นายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เดินทางเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาล เพื่อเจรจากับตำรวจทหารที่ดูแลความปลอดภัยอยู่ภายในทำเนียบฯ เพื่อขอใช้พื้นที่ตึกสันติไมตรีเป็นสถานที่นัดพบของบรรดาแกนนำและเป็นกองบัญชาการของ กปปส.ในช่วงที่ชุมนุมอยู่บริเวณทำเนียบรัฐบาล รวมถึงใช้เป็นสถานที่อ่านแถลงการณ์ประจำวัน
โดยการขอใช้พื้นที่ตึกสันติไมตรีนั้น เบื้องต้นจะให้เฉพาะบุคคลที่ได้รับอนุญาตเข้าไปในพื้นที่เท่านั้น ยังไม่ให้มวลชนเข้าไปชุมนุมด้านใน
พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน รองผู้บังคับการกรมทหารม้า ศูนย์การทหารม้า ซึ่งเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ กล่าวว่า หลังจากเจรจากับนายสุเทพ ได้ยอมให้นายสุเทพใช้พื้นที่ตึกสันติไมตรีทั้งหลัง เพื่อป้องกันความเสียหายในกรณีที่ผู้ชุมนุมบุกเข้าไปทำลายทรัพย์สิน ซึ่งได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ของทำเนียบรัฐบาลที่ดูแลสถานที่ให้ทราบแล้ว อย่างไรก็ตามจะจำกัดให้เฉพาะตึกสันติไมตรีเท่านั้น
"สุเทพ"เชื่อเสนอนายกฯ ม.7 ได้
ก่อนหน้านั้น ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ก่อนที่นายสุเทพจะเปิดแถลงข่าวที่เวทีทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงการเสนอชื่อนายกฯตามช่องทางรัฐธรรมนูญมาตรา 7 ว่า ยังรอดูท่าทีของวุฒิสภาอยู่ แต่แม้ว่า นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ในฐานะว่าที่ประธานวุฒิสภา จะยังไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง แต่ก็สามารถดำเนินการเสนอนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 ได้ เพราะรองประธานวุฒิสภาได้ผ่านการโปรดเกล้าฯ มาแล้ว
นายสุเทพ กล่าวว่า แม้ว่าจะปิดสมัยประชุมวุฒิสภาไปแล้ว แต่ในฐานะรักษาการประธานวุฒิสภาก็สามารถทำหน้าที่ได้ อีกทั้งการดำเนินการเพื่อร่วมแก้ปัญหา หากประธานวุฒิสภา และประธานศาลฎีกามีความเห็นตรงกัน ก็ทำงานได้ทันทีเช่นกัน
ด้าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า ภายใน 2 วันนี้จะประสานไปยังตุลาการศาลต่างๆ เพื่อให้ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาประเทศ
"สุรชัย"นัด ส.ว.ถกนอกรอบ12พ.ค.
ด้าน นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์เนชั่นทีวีว่า ในวันที่ 12 พ.ค.จะนัดประชุมวุฒิสภานอกรอบเพื่อรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทั้งหมดเพื่อหาทางออกประเทศ หลังจากที่ผ่านมาได้เก็บข้อมูลในการแก้ปัญหาประเทศ รวมถึงรวบรวมโรดแมพต่างๆ ไว้มากมายจึงต้องมาช่วยกันดูว่าสูตรไหน
"คงไม่ใช่สูตรที่ถูกใจทุกฝ่าย คงมีถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง ท่านก็ต้องมีความเสียสละ มองถึงเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อให้ได้คำตอบของประเทศ" นายสุรชัย กล่าว
"จองชัย-วิรัช"ร่วมประชุมตามนัด
นายจองชัย เที่ยงธรรม ส.ว.สุพรรณบุรี กล่าวกรณีนายสุรชัยเตรียมนัดประชุม ส.ว.นอกรอบ เพื่อหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาประเทศว่า เห็นด้วยและพร้อมเข้าร่วมการประชุม รวมถึงร่วมเสนอทางออกให้กับประเทศด้วยความเป็นกลางและตามแนวทางของกฎหมาย
ส่วนกรณีที่มีการคาดการณ์ว่าอาจจะมีประเด็นที่เป็นข้อเสนอของนายสุเทพเกี่ยวกับการตั้งรัฐบาลประชาชนและนายกฯ มาตรา 7 นั้น เบื้องต้นเชื่อว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น
นายวิรัช พิมพะนิตย์ ส.ว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า แนวทางที่จะแก้ไขความขัดแย้งได้ คือการให้คู่ขัดแย้งถอยกันคนละก้าว ส่วนที่หลายฝ่ายระบุถึงการนำช่องทางนายกฯมาตรา 7 มาใช้แก้ไขปัญหานั้น เชื่อว่าคงไม่ถึงขนาดนั้น เนื่องจากขณะนี้ยังมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำหน้าที่อยู่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็รับรองว่าปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ดังนั้นแนวทางแก้ไขวิกฤติควรยึดตามแนวของรัฐธรรมนูญ
"คณะรัฐบุคคล"อ้างผบ.เหล่าทัพรับนัด
วันเดียวกัน พล.อ.สายหยุด เกิดผล และคณะรัฐบุคคลซึ่งประกอบด้วยอดีตผู้นำเหล่าทัพทุกเหล่าทัพ ได้ประชุมร่วมกันและเปิดแถลงข่าวเดินหน้าแสวงหาทางออกให้กับประเทศไทยด้วยการพึ่งพระบารมี
พล.อ.สายหยุด กล่าวว่า จะเข้าพบผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ) เพื่อให้พิจารณาเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าแนวทางดังกล่าวดีที่สุดกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยในวันที่ 12 พ.ค.นี้ คณะรัฐบุคคลได้มอบหมายให้ตัวแทนนำหนังสือไปยื่นต่อ ผบ.เหล่าทัพ เพื่อร่วมกันหาทางออกแก้ไขวิกฤติของชาติ
"ผบ.เหล่าทัพ ได้ตอบรับทั้งหมดแล้ว ส่วนจะทันกับสถานการณ์ในปัจจุบันหรือไม่ก็คงจะต้องติดตาม แต่ผมมั่นใจว่าการพึ่งพระบารมีเป็นแนวทางที่ดีที่สุดเพื่อหยุดปัญหาความขัดแย้งของคนที่คิดต่างในเวลานี้" พล.อ.สายหยุด กล่าว
ย้ำปฏิรูปภายใต้รธน.เป็นทางออก
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คของตนเองว่า ประเทศไทยยังมีทางเลือก หลายคนมองสถานการณ์บ้านเมืองวันนี้ด้วยความวิตกกังวล การโต้แย้งข้อกฎหมายต่างๆ นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้น ใครเป็นหรือไม่เป็น (รักษาการ) รัฐมนตรี อำนาจของบุคคลเหล่านี้มีมากเพียงใด จะสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่หรือไม่ อย่างไร
ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ยังยืนยันเดินหน้าเลือกตั้ง กลุ่มกปปส.เดินหน้าทวงคืนอำนาจ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินหน้าชุมนุมใหญ่ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้ จึงพยายามเสนอแผนเดินหน้าประเทศไทย แม้ไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาล แต่หลายวันที่ผ่านมามีหลายฝ่ายที่ให้ความสนใจหลักการและสาระของแผนมากขึ้น
"ท่ามกลางความสับสนก็มีสัญญาณทางบวก เรากำลังจะมีประธานวุฒิสภาที่แสดงความพร้อมที่จะเข้ามาร่วมแก้ปัญหา การที่คุณสุเทพเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหาโดยผู้ใหญ่ในบ้านเมืองตามครรลองของกฎหมาย หรือการที่ นปช.ขอไม่ให้แดงอิสระเคลื่อนไหวโดยพลการ ถือเป็นแนวโน้มที่ดี จึงเหลือแต่รัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยเท่านั้นว่าจะแสดงความสนใจหาทางออกที่เป็นไปได้ให้กับประเทศหรือไม่"
"พุทธะอิสระ"ชุมนุมจี้ศอ.รส.ขอขมา
ด้านความเคลื่อนไหวการชุมนุมของมวลชน กปปส. ตลอดวานนี้ (10 พ.ค.) มวลชนยังคงปักหลักชุมนุมอยู่ตามสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ไม่มีการเคลื่อนขบวนไปไหน สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้น ยกเว้นที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) หน้าสโมสรตำรวจ ริมถนนวิภาวดีรังสิต ที่หลวงปู่พุทธะอิสระ ผู้ก่อตั้งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และแกนนำ กปปส.เวทีศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ได้นำมวลชนไปชุมนุมเรียกร้องให้ตำรวจที่ฉีดน้ำและใช้แก๊สน้ำตากับกลุ่มผู้ชุมนุมออกมาขอขมา
ตำรวจยอมส่งตัวแทนขอโทษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากหลวงปู่พุทธะอิสระนำมวลชนไปชุมนุมกดดันตำรวจอยู่นาน ในที่สุดฝ่ายตำรวจก็ได้นำ ส.ต.อ.เชิดศักดิ์ แต้มแสน ผู้บังคับหมู่ควบคุมฝูงชน จ.สกลนคร นำพวงมาลัยดอกไม้ไปกราบขอขมาหลวงปู่ จากเหตุการณ์ฉีดน้ำแรงดันสูงและแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม ซึ่งหลวงปู่พุทธะอิสระได้ให้ผู้ชุมนุมปรบมือให้เกียรติตำรวจที่แสดงความกล้าหาญรับผิดชอบแทนตำรวจคนอื่นๆ จากนั้นจึงสั่งยุติการชุมนุมหน้า ศอ.รส. และนำมวลชนกลับเวทีแจ้งวัฒนะ
ด้าน ส.ต.อ.เชิดศักดิ์ หลังจากกลับเข้าไปในรั้วสโมสรตำรวจ ก็มีอาการน้ำตาซึม และกล่าวเพียงสั้นๆ ว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ศอ.รส.งัดก.ม.ฟอกเงินยึดทรัพย์สุเทพ
ที่ ศอ.รส. วันเดียวกัน ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า นายสุเทพ และแกนนำ กปปส.ได้ร่วมกันกระทำความผิดต่างๆ นานาอย่างต่อเนื่อง และสร้างความเสียหายกับประเทศชาติบ้านเมืองตลอดมา ล่าสุดพนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องแกนนำถึง 51 คน ในข้อหาอุกฉกรรจ์รวมทั้งหมด 10 ข้อหา
นอกจากนี้อัยการได้สั่งฟ้องนายสุเทพกับพวกในข้อหาก่อการร้ายเพิ่มเติม อันเป็นความผิดมูลฐานของความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ศอ.รส.จึงได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าดำเนินการเพื่อดำเนินคดีฐานฟอกเงิน อันจะนำไปสู่การยึดทรัพย์สินของนายสุเทพกับพวกเพิ่มเติมอีกด้วย





