นักวิชาการวิพากษ์คำวินิจฉัยศาลรธน. บรรทัดฐานใหม่หรือก่อปัญหาซ้ำ?
ดร.ภูมิ : นักการเมืองต้องมีธรรมาภิบาล
ดร.ภูมิ มูลศิลป์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นหลังคำวินิจฉัย คือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที พร้อมรัฐมนตรีบางคนที่ร่วมลงมติเห็นชอบการแต่งตั้งโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี อันเป็นการโยกย้ายโดยมิชอบ ต่อจากนั้นรัฐมนตรีที่เหลือหรือรัฐมนตรีที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการลงมติ ก็ต้องร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเดินหน้าสู่กระบวนการจัดการเลือกตั้งต่อไป
"การปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรียังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่ในแง่ปฏิบัติหากดูกรอบปฏิทินการเมืองจะพบว่า รัฐมนตรีที่เหลืออยู่มีน้อย แต่ภาระมาก การบริหารราชการของรัฐมนตรีเป็นเรื่องยากลำบากที่จะให้สำเร็จลุล่วง" ดร.ภูมิ ระบุ
เขากล่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลว่า ได้อธิบายเหตุผลเรื่องการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อย่างชัดเจนว่าเป็นกระทำการโดยมิชอบอย่างไร การที่ศาลรัฐธรรมนูญนำคำพิพากษาของศาลปกครองมาร่วมพิจารณาด้วย ถือว่าเหมาะสม สร้างความชัดเจนในคำวินิจฉัยทั้งหมด ส่วนการสิ้นสภาพในตำแหน่งทางการเมืองนั้น ศาลได้ชี้ให้เห็นตั้งแต่ต้นว่า บุคคลที่กระทำผิดจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำ เป็นความผิดเฉพาะตัว ฉะนั้นการกระทำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ต่อการแต่งตั้งโยกย้ายเลขาธิการ สมช. ถือเป็นการกระทำผิด ทำให้ต้องสิ้นสภาพเฉพาะตัวเท่านั้น แต่การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง นายกรัฐมนตรีต้องอาศัยมติคณะรัฐมนตรี ด้วยเหตุนี้รัฐมนตรีที่ร่วมลงมติในขณะนั้นจึงต้องรับผิดชอบด้วย
"ต่อไปนี้นักการเมืองจะทำอะไรจะต้องยึดหลักธรรมาภิบาล หลักคุณธรรม ไม่เอื้อประโยชน์ต่อเครือญาติ เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร และถือเป็นคุณต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง"
ไชยันต์ : จับตาปัญหาใหม่กระบวนการเลือกนายกฯ
รศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงผลจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะต้องมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีแทนนางสาวยิ่งลักษณ์ว่า หากจะมีการเสนอชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยให้วุฒิสภานำขึ้นทูลเกล้าฯ หลังจากมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ถือว่ายังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และไม่มีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกันว่าวุฒิสภาจะเป็นแค่ทางผ่าน หรือจะต้องพิจารณารายชื่อที่เสนอมาด้วย เพราะศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยชัดเจนว่าคณะรัฐมนตรีที่เหลือสามารถรักษาการต่อไปได้ แต่ก็อาจมีอีกฝ่ายเหมารวมว่าเข้าข่ายมาตรา 7 แล้ว
"สรุปว่าคณะรัฐมนตรีที่เหลือจะเป็นผู้เสนอชื่อบุคคลขึ้นมารักษาการนายกฯแทนคุณยิ่งลักษณ์ โดยเสนอไปที่วุฒิสภาหรือไม่ แล้วหากวุฒิสภาเกิดข้อโต้เถียงกันว่า เป็นทางผ่านห้ามเปลี่ยนชื่อ หรือสามารถรับรองนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ หรืออาจจะไม่รับรอง ซึ่งหากอีกฝ่ายออกมาระบุว่าข้อโต้เถียงนั้นไม่มีบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ก็อาจจะต้องใช้มาตรา 7 ส่วนคนที่ไม่ต้องการมาตรา 7 ก็คงต้องยืนยันว่าต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ให้ประธานวุฒิสภาเสนอรายชื่อทูลเกล้าฯไป"
รศ.ดร.ไชยันต์ กล่าวอีกว่า การที่มีบางฝ่ายเห็นว่า เมื่อนางสาวยิ่งลักษณ์พ้นสภาพการเป็นนายกฯไปแล้ว ก็ให้รองนายกรัฐมนตรีคนถัดไปขึ้นมารักษาการได้เลยนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ยกตัวอย่าง กรณีปี 2549 สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อการเลือกตั้ง 2 เม.ย.2549 เป็นโมฆะ เปิดสภาไม่ได้ พ.ต.ท.ทักษิณก็ขอลาพักร้อน ระหว่างนั้นก็ใช้อำนาจนายกฯ แต่งตั้ง พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรีขึ้นมารักษาการแทน กรณีนั้นคือการแต่งตั้งนายกฯรักษาการตามอำนาจนายกรัฐมนตรี แต่ขณะนี้ประเทศไทยไม่มีนายกฯ
นอกจากนั้น จะเทียบกับกรณีนายสมัคร สุนทรเวช (โดนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกฯเมื่อปี 2551) ก็ไม่ได้ แม้จะเหมือนกันตรงที่คณะรัฐมนตรียังสามารถทำงานต่อไปได้ แต่เรื่องก็กลับไปที่สภาผู้แทนราษฎรเพื่อหารือในการเลือกนายกฯคนถัดไป แต่มันจะมีปัญหาถ้าใช้หลักอัตโนมัติ มันต้องถกเถียงกันอีกว่า หลักดังกล่าวใช้ได้หรือไม่ ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติในขณะที่ยังไม่ได้ยุบสภา ก็มีความชัดเจนอยู่ว่าจะต้องทำอะไร แต่ตรงนี้มันติดปัญหา ก็ต้องมาดูกันอีกว่าจะต้องผ่านวุฒิสภาและจะมีการโปรดเกล้าฯลงมาหรือไม่ หรืออาจจะต้องกลับไปที่ศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง เพื่อให้ตีความว่าทำได้หรือไม่ได้
ตระกูล : ไม่เกิดสุญญากาศ
นายตระกูล มีชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ผลของคำวินิจฉัยที่ออกมาเป็นทางออกทางการเมือง ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันเกิดช่องเดินต่อไปอีกทางหนึ่ง ไม่ได้นำไปสู่ภาวะสุญญากาศทางการเมืองตามที่บางฝ่ายคาดหวังไว้
ขณะที่ นายยุทธพร อิสรชัย คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้สัมภาษณ์ "ไทยรัฐทีวี" ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ชัดเจน และจะนำไปสู่การตีความอีก เนื่องจากศาลยังไม่ได้ตีความว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทน ซึ่งอาจเป็นเหตุให้สองฝ่ายตีความไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม จะไม่มีภาวะสุญญากาศเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แม้ว่า 9 กระทรวงจะไม่มีรัฐมนตรีก็ตาม





