วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อัยการจ่อสั่งคดีกปปส.กบฏ-ขวางเลือกตั้ง

อัยการจ่อสั่งคดี กปปส. กรณีกบฎและขัดขวางการเลือกตั้ง คาดสั่งคดีได้ 8 พ.ค.นี้

นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) รวม 58 ราย ร่วมกันชุมนุมผิดกฎหมายที่ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งสำนวนพยานหลักฐาน 217 แฟ้มและความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.กับพวก รวม 8 ข้อหาให้อัยการพิจารณาเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า

หลังจากรับมอบสำนวนการสอบสวนจากดีเอสไอแล้ว คณะทำงานอัยการที่ตั้งขึ้นซึ่งมีรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เป็นประธานฯก็ได้ร่วมกันพิจารณาพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามสำนวนจำนวนมากโดยทำงานหนักพิจารณากันทุกวัน และได้ประสานให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ มาสอบถามเพื่อสรุปเหตุการณ์ที่ผู้ต้องหาแต่ละรายเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในแต่ละช่วงว่าใครทำอะไร อย่างไรบ้าง

ประกอบกับที่อัยการได้ทำแผนผัง(โรดแมพ) สรุปพฤติการณ์ลักษณะความผิดผู้ต้องหาแต่ละรายไว้ด้วย ก็เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการพิจารณาหลักฐานและองค์ประกอบความผิดในการกล่าวหา ส่วนที่ทนายความของผู้ต้องหาได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม อัยการก็ได้พิจารณาครบถ้วนแล้ว

นายนันทศักดิ์ กล่าวอีกว่า อัยการจะสามารถมีความเห็นในการสั่งคดีนี้ได้ภายในวันที่ 8 พ.ค.นี้ ก่อนที่จะครบกำหนดฝากขังนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ที่จะครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันหยุด ดังนั้นหากจะมีคำสั่งว่าฟ้องก็ต้องดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 8 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของวันทำการของราชการในสัปดาห์นี้ ขณะที่การพิจารณาเพื่อมีความเห็นว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องคดีนี้อัยการจะมีคำสั่งกับผู้ต้องหาทั้ง 52 รายจาก 58 รายที่ดีเอสไอส่งสำนวนมาได้

ส่วนผู้ต้องหาอีก 6 รายนั้นดีเอสไอยังไม่ได้ส่งสำนวนมาเนื่องจากผู้ต้องหาบางรายยังไม่ได้เข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามขั้นตอนกฎหมายให้ครบถ้วน โดยคณะทำงานอัยการ จะมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหารายใด ในข้อหาใดบ้าง ก็ต้องรอฟังผลในวันที่ 8 พ.ค.นี้ แต่อัยการไม่ได้แจ้งหมายนัดให้ผู้ต้องหาทราบเพื่อมาฟังคำสั่ง เนื่องจากผู้ต้องหาอย่างนายสนธิญาณ และนายสกลธี ภัทธิยกุล ถือว่าตัวอยู่ในการควบคุมของศาลอยู่แล้ว เพราะยังอยู่ระหว่างการฝากขัง

ส่วนนายสุเทพและแกนนำบางรายก็มีหมายจับติดตัวอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าอัยการจะมีความเห็นสั่งฟ้องจริง ก็สามารถที่จะยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาได้ ซึ่งหากศาลรับคดีไว้แล้วนัดสอบคำให้การจำเลย ศาลก็จะมีหมายแจ้งให้จำเลยทราบเพื่อมาศาลตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป