ชัชชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก เสียดายไม่เร่งจัดเลือกตั้งงบค้างหลายแสนล้าน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เขียนในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าถึงวันนี้นับเป็นเวลาเกือบ 5 เดือนแล้ว ตั้งแต่ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556 และกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 การเป็นรัฐบาลที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ช่วงหลังการยุบสภาจนกระทั่งมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง มีข้อจำกัดในหลายด้าน เพราะรัฐธรรมนูญ กำหนดให้มีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน กฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจึงไม่ได้กำหนดไว้เผื่ออกรณีที่การเลือกตั้งเกิดขึ้นไม่ได้ และรัฐบาลต้องปฏิบัติหน้าที่รักษาการมานานขนาดนี้
ในส่วนของกระทรวงคมนาคม การไม่มีการเลือกตั้ง ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร และไม่มีรัฐบาลใหม่ ส่งผลกระทบสำคัญใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.งบประมาณปี 2557 มีโครงการที่วงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท และโครงการที่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด และต้องให้ ครม.ใหม่อนุมัติ จำนวน 17โครงการ มูลค่า 37,079 ล้านบาท เช่น โครงการถนนพังงา-กระบี่ ท่าเรือเชียงแสน ท่าอากาศยานเบตง จ.ยะลา ต้องชะลอการดำเนินการอย่างน้อย8 เดือน
2.งบประมาณปี 2558 จะมีเรื่องงบประมาณผูกพันที่ต่อเนื่องมาจากปีก่อนๆ จะเบิกจ่ายล่าช้าออกไป 37,603 ล้านบาท และในส่วนของงบลงทุนปกติอีกเกือบแสนล้านบาทที่ต้องรอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณก่อน ในส่วนนี้ ถ้าเลือกตั้ง ก.ค.ก็ล่าช้าออกไปอย่างน้อย 6เดือน
3. โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เคยอยู่ใน พ.ร.บ. 2 ล้านล้าน (สร้างอนาคตไทย) และพร้อมดำเนินโครงการ ต้องรอรัฐบาลใหม่อนุมัติ และหาแหล่งเงิน จำนวน14 โครงการ มูลค่า 464,263 ล้านบาท เช่น รถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) รถไฟทางคู่ 5 โครงการ มอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช คาดว่าต้องล่าช้าออกไปไม่ต่ำกว่า 10 เดือน
นอกจากโอกาสที่เสียไปจากโครงการที่ช้าออกไป ยังมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการลงทุน การจ้างงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ การเป็นศูนย์กลางของประชาชาคมอาเซียน( AEC) รวมถึงความมั่นใจของนักลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่อทิศทางของโครงการต่างๆ เหล่านี้
“ถ้าการเลือกตั้งเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเรียบร้อย ไม่ว่าประชาชนจะเลือกใครมาเป็นรัฐบาล (ซึ่งอาจจะไม่ใช่พรรครัฐบาลเดิมก็ได้) ประเทศคงเดินหน้าไปต่อได้แล้ว การปฏิรูปต่างๆ คงเริ่มอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกลไกของรัฐสภาซึ่งเป็นตัวแทนที่แท้จริงของประชาชน และประเทศไทย คงไม่อยู่ในสภาพยักแย่ยักยันอย่างนี้ พวกเราก็คงต้องมาร่วมกันเดินหน้าต่อภายใต้กรอบกติกาที่มี โดยทุกคนทำหน้าที่ส่วนที่ตนเองรับผิดชอบให้ดีที่สุดครับ และต้องอย่าไปทำในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน” นายชัชชาติกล่าว





