วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้ออกแบบกลไกสู่การปฏิรูป

จี้ออกแบบกลไกสู่การปฏิรูปก่อนเดินหน้าสู่คูหาเลือกตั้ง

'เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป'ซึ่งประกอบด้วยองค์กรวิชาชีพกว่า 70 องค์กร จัดเวทีความคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศครั้งที่ 4 ในวันสุดท้ายของเดือน เม.ย. หัวข้อ"การปฏิรูปประเทศบนวิถีประชาธิปไตย"ที่โรงแรมเดอะสุโกศล โดยเชิญตัวแทนองค์กรวิชาชีพจากภาคส่วนต่างๆ มาร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อหาทางออกของประเทศในห้วงที่หลายฝ่ายหวั่นเกรงว่าจะเกิดการเผชิญหน้าของมวลชนสองขั้วการเมือง

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ "เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป" ได้จัดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งความเห็นจากคู่ขัดแย้ง ผ่านเวทีเสวนาทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามความคิดเห็นประชาชน ทางเครือข่ายฯจึงจัดทำสรุปข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะได้ดังนี้

1.การปฏิรูปประเทศเพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น เป็นเป้าหมายร่วมกันของคู่ขัดแย้ง และประชาชนทุกฝ่ายมีความสอดคล้องตรงกันในหลายๆ ด้าน จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะนำพาประเทศออกจากกับดักความขัดแย้ง และสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศไทยอย่างยั่งยืน

2.พลังทางสังคมที่เกิดจากทุกภาคส่วนตื่นตัวและต้องการมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งนี้มีมากพอที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปภายใต้วิถีของประชาธิปไตย เพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งและเดินหน้าปฏิรูปประเทศที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

3.ระบอบประชาธิปไตยของไทยยังเดินมาไม่ถึงทางตัน แต่ยังสามารถอาศัยกลไกภายใต้ระบอบประชาธิปไตย เพื่อร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง และเดินหน้าเข้าสู่การปฏิรูปประเทศได้

4.การกำหนดวันเลือกตั้ง และกระบวนการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้มีการเจรจาหาทางออกจากความขัดแย้ง โดยกำหนดกรอบ กลไก และการปฏิรูปประเทศจนเป็นที่ยอมรับร่วมกัน นอกจากจะไม่ใช่แนวทางในการแก้ไขปัญหาแล้ว ยังสร้างประเด็นปัญหาเพิ่มมากขึ้น เหมือนกันที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

ดังนั้น "เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป" ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดเงื่อนไขข้อเรียกร้องทางการเมือง ถอยคนละก้าว แล้วหันมาร่วมคิด ร่วมคุย โดยใช้กลไกประชาธิปไตย เพื่อหาทางออกจากวิกฤตการณ์ทางการเมือง ลดความขัดแย้งแตกแยกในสังคม และเร่งสร้างหลักประกันที่มีพันธะผูกพันทางการเมือง เพื่อนำพาประเทศก้าวสู่การปฏิรูปพื้นฐานแห่งประโยชน์ของประเทศและประชาชนโดยเร็ว

โอกาสนี้ ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้ดำเนินการอภิปราย ได้เปิดเวที "ชวนคิด..ชวนคุย การปฏิรูปและการเลือกตั้งที่เป็นทางออกร่วมกันของสังคม" โดยกำหนดประเด็นอภิปรายไว้ 3 หัวข้อ 1.เรื่องการเลือกตั้ง 2.เรื่องการปฏิรูป และ 3.เรื่องความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่งผลต่อการเลือกตั้งและการปฏิรูปประเทศ

นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมี เลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ กล่าวว่า จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ สรุปว่าทุกฝ่ายมีความคิดเห็นตรงกัน คือ ต้องการปฏิรูปประเทศ แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าหลังการเลือกตั้งแล้วจะมีการปฏิรูปประเทศแน่นอน ซึ่งข้อเสนอจากภาคส่วนต่างๆ ก็มีหลายรูปแบบ

เช่น การให้พรรคการเมืองมาทำสัตยาบัน หรือร่วมกันออกแบบกลไกที่จะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศอย่างเป็นรูปธรรมก่อน เป็นต้น หากต้องให้การปฏิรูปประเทศเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วควบคู่ไปกับการเลือกตั้ง ต้องมาตกลงกันว่ารัฐบาลรักษาการก่อนการเลือกตั้งหน้าตาควรเป็นอย่างไร และถ้าต้องให้การเลือกตั้งมีความยุติธรรม รายละเอียดเป็นอย่างไร

ขณะที่ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นคือผู้ที่ได้เปรียบจากโครงสร้างอำนาจทางสังคมในปัจจุบันไม่ต้องการให้เกิดการปฏิรูป จึงเป็นสาเหตุให้ กกปส.ต้องออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ผลักดันให้เกิดการปฏิรูป แต่จะทำให้เกิดความมั่นใจได้อย่างไรว่าจะมีการปฏิรูปแน่นอน อย่างปี 2549 ทุกพรรคการเมืองเคยลงสัตยาบันที่จะปฏิรูปประเทศ แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีปฏิรูป

เพราะฉะนั้นการออกแบบกระบวนการและกลไกที่จะนำไปสู่การปฏิรูปจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจว่าในอนาคตมีการปฏิรูปแน่นอน ได้รัฐบาลไหนเข้ามาก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งทางการเมืองคงไม่สามารถหาข้อยุติลงได้ง่าย แต่ที่สำคัญเราจะอยู่ร่วมกันโดยยึดมั่นในระเบียบกติกาของกฎหมายได้อย่างไร