วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุเทพ'ประกาศระดมมวลชน5พ.ค.

"สุเทพ" ถือฤกษ์วันฉัตรมงคล 5 พ.ค. ประกาศระดมมวลชน พร้อมนัดทำบุญขจัดเสนียดประเทศ 13 พ.ค. ดีเดย์ 14 พ.ค.เรียกคืนอำนาจปชช.

"สุเทพ" ถือฤกษ์วันฉัตรมงคล ระดมมวลมหาประชาชนร่วมชุมนุม 5 พ.ค. ถวายพระพรชัยมงคล ประกาศสัตยาธิษฐานปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง ก่อนยึดวันพระใหญ่ 13 พ.ค.วิสาขบูชา ทำบุญครั้งใหญ่ขจัดเสนียดประเทศ ดีเดย์ 14 พ.ค. 10โมงเช้า เรียกคืนอำนาจอธิปไตยสู่ประชาชน อุบสถานที่ชุมนุม หวั่น ศอ.รส.รู้ไต๋

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศบนเวทีสวนลุมฯ ถึงการต่อสู้ขั้นสุดท้ายของมวลมหาประชาชน และได้รายงานสถานการณ์การต่อสู้ว่า เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 56 มวลมหาประชาชนได้รวมตัวขึ้นครั้งแรกเพื่อต่อต้าน รบ.ที่สมคบกับสมาชิกรัฐสภาที่เป็นสมุนบริวารกระทำการขัดขืนใจประชาชนด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมล้างผิดให้นักโทษที่หลบหนีคำพิพากษาของศาล ที่กระทำทุจริตต่อชาติ ออกกฎหมายล้างผิดให้อาชญากรที่ฆ่าทหาร ประชาชนในปี 2553 และล้างผิดให้คนวางเพลิง เผาเมือง ปล้นทรัพย์จากเหตุการณ์เดียวกัน นอกจากนั้นยังคืนทรัพย์สิน 4.6 หมื่นล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยที่ศาลได้พิพากษาให้ยึดเป็นของแผ่นดิน ที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบของทักษิณ ชินวัตร การออกกฎหมายนิรโทษฉบับนั้นกระทำโดยฉ้อฉลกลางสภา มีการร่วมรัดปิดปากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย และข่มขืนใจสภาให้ยอมรับกฎหมายฉบับนี้ตอนตี4 เมื่อเราออกมาต่อต้าน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ใช้วิธีให้วุฒิสภายับยั้งกฎหมายนิรโทษ ซึ่งเมื่อครบ 180 วันก็สามารถให้ส.ส.ของเขาเสนอให้สภาหยิบขึ้นมาพิจารณาใหม่ ยืนยัน และประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ทันที พฤติกรรมของรัฐบาลแสดงให้ประชาชนทั้งประเทศเห็นชัดถึงการทรยศต่อประชาชน ไม่ฟังเสียงประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง เป็นพฤติกรรมของคนบ้าอำนาจ ประชาชนได้เห็นประจักษ์ว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นทรราชย์ จึงเห็นว่าจำเป็นต้องต่อต้านโค่นล้มรัฐบาลทรราชย์เพื่อรักษาประเทศชาติเอาไว้ และขยายไปทั่วทั้งประเทศ ตั้งแต่นักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ นักวิศวกรนักบัญชี นักธุรกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ศิลปิน ดารา เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา และราษฎรทั่วไป จึงเกิดการรวมตัวเป็นมวลมหาประชาชน

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ประชาชนเห็นว่าระบอบทักษิณได้ทำร้ายประเทศชาติ ประชาชนคนไทยอย่างแสนสาหัสมานับสิบปีใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม ข่มเหงข้าราชการ แผ่อิทธิพลครอบงำองค์กรอิสระ แสดงอิทธิพลเหนือสื่อมวลชน นักธุรกิจนอกจากนั้น กลุ่มบุคคลในระบอบทักษิณได้แสดงการปฏิเสธขัดขืนไม่ยอมรับอำนาจฝ่ายตุลาการ ปปช. และใช้อำนาจ อาวุธข่มขู่ตุลาการ และปปช. พร้อมกับใช้ นปช.ไปปลุกระดมยุยงให้ออกมาข่มขู่ด้วยความรุนแรง ทั้งยังใช้สื่อที่อยู่ในอำนาจอิทธิพล และช่อง 11 คอลัมน์นิสต์ พิธีกร ใส่ร้ายกล่าวหาว่า ปปช.สมคบกับฝ่ายอื่นๆ ล้มล้างรัฐบาล ถึงขนาดประกาศว่าจะแยกราชอาณาจักร แยกดินแดน ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ย้ายเมืองหลวง และใช้อาวุธก่อสงครามกลางเมืองขึ้น หลังจากประชาชนได้รวมตัวเป็นมวลมหาประชาชนเมื่อ 24 พ.ย.56 ตนได้ยื่นข้อเสนอต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และผบ. 3 เหล่าทัพขอให้ลาออกจากตำแหน่ง และลาออกทั้งคณะ เพราะหมดความชอบธรรมทั้งด้านกฎหมาย ทางการเมือง เพื่อเปิดโอกาสให้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ปลอดนักการเมือง และปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ สังคม แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ดื้อดึงไม่ยอมลาออก อ้างว่าไม่มีกฎหมายรองรับ พวกเราจึงได้นัดชุมนุมใหญ่เมื่อ 9 ธ.ค. 56 โดยมีผู้เข้าร่วมหลายล้านคน นอกจากนี้ รัฐบาลยังหวังฟอกตัวเองโดยเข้าสู่การเลือกตั้งเมื่อ 2 ก.พ. 57 ซึ่งมวลมหาประชาชนไม่ยอมรับและประกาศเจตนารมณ์ว่าต้องปฏิรูปก่อนที่จะเลือกตั้ง ในที่สุดเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะเพราะประชาชนไม่เอาด้วย แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ไม่ยอมลาออก อ้างว่าไม่ได้ทำอะไรผิดจะรักษาการณ์จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ และบอกว่าการปฏิรูปประเทศจะเกิดขึ้นภายหลังเลือกตั้ง

นายสุเทพ กล่าวว่า เมื่อเวลาผ่านพ้นมาจนถึงบัดนี้ เราขอยืนยันว่ายิ่งลักษณ์ ชินวัตร และสมุนบริวารไม่ใช่รัฐบาลของประชาชนอีกต่อไป แอบอ้างระบอบประชาธิปไตย ดื้อด้านอยู่ในอำนาจ แท้จริงวันนี้ไม่มีสภาพเป็นรัฐบาล ไม่สามารถบริหารได้ เพราะข้าราชการ ประชาชนไม่รว่มมือ แต่ด้านที่จะอยู่เพื่อมีอำนาจอยู่ต่อไป เพราะฉะนั้น เรามวลมหาประชาชนจึงขอประกาศว่า ต่อไปนี้จะเป็นการต่อสู้ขั้นสุดท้าย ขั้นที่ 1 เราจะตั้งสัตยาธิษฐานเพื่อทำความดีให้แผ่นดิน ทุ่มเทชีวิตจิตใจต่อสู้เพื่อแผ่นดินให้เป็นผลสำเร็จให้ได้ 2.จะจัดทำบุญประเทศครั้งใหญ่ ขจัดเสนียดจัญไรให้หมดไปและ3.ปฏิบัติการร่วมกันในการเรียกคืนอำนาจอธิปไตยกลับคืนมาเป็นของประชาชน

" การตั้งสัตยาธิษฐานจะทำในวันที่ 5 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันฉัตรมงคล วันนี้คนไทยทั้งแผ่นดินดินจะเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท เป็นไปโดยธรรม นิติธรรม และเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั้งประเทศ โดยเราจะชุมนุมใหญ่โดยใส่เสื้อสีเหลืองและแขวนนกหวีด ไปแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่หน้าวัดพระแก้ว สนามหลวง ในเวลา 17.00น. จะทำพิธีถวายพระพรชัยมงคล ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยจะนำพานพุ่มมาวางต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าเราทั้งหลายมีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเมื่อเสร็จพิธีแล้ว เราจะทำพิธีตั้งสัตยาธิษฐานว่าเราทั้งหลายจะดำเนินการด้วยความสันติ อหิงสา เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย และเราจะร่วมกันสรรหาคนดี ซื่อสัตย์สุจริต พร้อมทำประโยชน์ให้ประชาชนมาเป็นรัฐบาล นำประเทศไทยสู่การปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง " นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวต่อไปว่า พิธีในวันที่ 5 พ.ค. ตนทราบว่าประชาชนในต่างจังหวัดอาจจะมาร่วมที่บริเวณสนามหลวงไม่ครบทุกท่าน ก็ขอให้ กปปส.จังหวัด หรือ กปปส.ในชุมชน องค์กรต่างๆ ได้ทำพิธีถวายชัยมงคล และตั้งสัตยาธิษฐานพร้อมกับพี่น้องกรุงเทพฯในวันดังกล่าว ความพร้อมเพรียงจะดูได้จากรายการสถานีโทรทัศน์ของพวกเรา หลังจากเสร็จสิ้นจากพิธีตั้งสัตยาธิษฐานแล้ว เราจะเดินหน้าทำความเพียรด้วยสันติ สงบต่อไป จนถึงวันที่ 13 พ.ค. ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา เราจะทำบุญประเทศครั้งใหญ่ด้วยการขจัดเสนียดจัญไรของประเทศ และในวันที่ 14 พ.ค.เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป มวลมหาประชาชนก็จะปฏิบัติการใหญ่เรียกคืนอำนาจอธิปไตยกลับคืนมาเป็นของประชาชน ส่วนสถานที่จะเปิดเผยอีกครั้ง เพราะกลัว ศอ.รส.จะรู้ และเมื่อได้อำนาจคืนแล้ว จะจัดตั้งรัฐบาลและนายกฯที่ได้รับการยอมรับนับถือ ซื่อสัตย์สุจริต ภักดีต่อแผ่นดิน ตั้งใจจริงแก้ปัญหา และรัฐบาลจะปลอดจากนักการเมืองโดยสิ้นเชิง และไม่มีแม้แต่คนของ กปปส.ร่วมอยู่ในรัฐบาลโดยจะดำเนินการให้มีสภานิติบัญญัติของประชาชนเพื่อตรากฎหมาย แก้ไขกฎหมาย ร่วมมือกับรัฐบาลประชาชนเร่งรัดปฏิรูปตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน นอกจากนี้ จะต้องจ่ายเงินให้ชาวนาให้ครบหลังจากเป็นรัฐบาล 30 วัน รวมทั้งจะปฏิรูปพร้อมๆ กับฟื้นฟูเศรษฐกิจ เรียกความเชื่อมั่นจากประชาคมโลกโดยใช้เวลาไม่เกิน 18 เดือน ที่สำคัญระหว่างที่ดำเนินการปฏิรูป เยียวยาประเทศ รัฐบาลของประชาชนจะไม่มีการสมยอมตามข้อเรียกร้องของทรราชย์ที่ให้นิรโทษ และคืนทรัพย์สินที่ถูกยึด ทั้งนี้เมื่อมีรัฐบาล สภานิติบัญญัติ แล้ว พวกเราก็จะกลับบ้านไปคอยจับตาดูการทำงานว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนหรือไม่