วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไพบูลย์'ยันนายกฯหลุด-ครม.หลุด

ป.ป.ช. มีมติไม่อนุญาตสอบพยานปมจำนำข้าวเพิ่มเติม สั่งสรุปสำนวนทั้งหมดเสนอองค์คณะไต่สวน ลุ้นชี้มูลสัปดาห์หน้า "ไพบูลย์"ยันนายกฯหลุด-ครม.หลุด

ด้านคดีโยกย้าย "ถวิล เปลี่ยนศรี" เข้าสู่โค้งสุดท้าย "ยิ่งลักษณ์" ส่งทนายยื่นเอกสารยืนยันถ้อยคำต่อศาล แจงโยกย้ายเลขาธิการ สมช.ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้านทนายที่รับมอบอำนาจไม่ติดใจเอกสารคำถามของศาลร่อนถึง "วิเชียร" ขณะที่ "ไพบูลย์" มั่นใจนายกฯ หลุดเก้าอี้ ครม.พ้นสภาพ

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยผลการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อวานนี้ (29 เม.ย.) กรณี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขอให้ ป.ป.ช.สอบพยานบุคคลเพิ่มเติมในคดีละเลยเพิกเฉยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล จำนวน 7 ปาก ว่า ป.ป.ช.มีมติว่าไม่อนุญาตให้สอบพยานบุคคลเพิ่มเติม เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าพยานตามที่ผู้ถูกกล่าวหาขอมานั้น ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ถูกกล่าวหา

ส่วนเรื่องที่ นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอให้ ป.ป.ช.ลงพื้นที่ตรวจสอบข้าวในสต็อก จำนวน 2.977 ล้านตันนั้น ป.ป.ช.ตรวจสอบพยานเอกสารและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว อีกทั้งการจะออกไปตรวจสอบดังกล่าวไม่ใช่ประเด็นของผู้กล่าวหา และไม่ได้เนื้อหาสาระจากการตรวจสอบมาเป็นประเด็นเอาผิดนางสาวยิ่งลักษณ์ จึงเห็นควรไม่ออกไปตรวจสอบตามที่ผู้ถูกกล่าวหาร้องขอ

นายสรรเสริญ กล่าวอีกว่า ป.ป.ช.มีข้อมูลเพียงพอแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องไต่สวนเพิ่มเติม โดยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปสรุปสำนวนข้อเท็จจริงจากการไต่สวน จากคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหา และจากการสอบพยานบุคคลเพิ่มเติม เพื่อเสนอให้องค์คณะไต่สวนพิจารณาในวันอังคารที่ 6 พ.ค. หากองค์คณะไต่สวนเห็นว่าพยานหลักฐานเพียงพอแล้วก็สามารถเสนอให้ ป.ป.ช.พิจารณาลงมติชี้มูลได้ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ในวันที่ 8 พ.ค. หรือวันที่ 15 พ.ค. เนื่องจากวันที่ 13 พ.ค. ตรงกับวันวิสาขบูชา

ทนายนายกฯหอบเอกสารสู้คดีย้าย "ถวิล"

วันเดียวกัน ที่ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายวัฒนา เตียงกูล ทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้เข้ายื่นบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงในคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกวุฒิสภาระบบสรรหา (ส.ว.สรรหา) กับคณะ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีจะสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) ประกอบมาตรา 268 หรือไม่ จากกรณีการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อปี 2554 โดยวานนี้ถือเป็นวันสุดท้ายที่ศาลมีคำสั่งให้พยานยื่นบันทึกยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นต่อศาล

ทั้งนี้ ทนายความผู้รับมอบอำนาจ ได้เสนอพยานให้ศาลไต่สวน 4 ปาก คือ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และอดีตเลขาธิการ สมช. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรองผบ.ตร. แต่ในจำนวนนี้มีเพียง พล.ต.อ.วิเชียร คนเดียวเท่านั้นที่ศาลเรียกไปให้ถ้อยคำในวันที่ 6 พ.ค.

ส่วนในวันดังกล่าว นางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพยานที่ศาลเรียกไต่สวนด้วย จะเดินทางไปด้วยตัวเองหรือไม่นั้น ทนายความกล่าวว่า อยู่ที่ดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรีเอง

เผยนายกฯยันใช้อำนาจย้ายโดยบริสุทธิ์ใจ

นายวัฒนา กล่าวถึงการยื่นบันทึกถ้อยคำว่า เอกสารที่ยื่นเป็นหลักฐานสำหรับต่อสู้ในประเด็นที่แสดงออกถึงความบริสุทธิ์ใจในการใช้อำนาจหน้าที่ในการแต่งตั้งโยกย้ายเลขาธิการ สมช.ของ นางสาวยิ่งลักษณ์ แต่รายละเอียดในเอกสารไม่ขอเปิดเผย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารคำถามของศาลรัฐธรรมนูญที่ส่งไปถึง พล.ต.อ.วิเชียร ทางโซเชียลมีเดีย มีพยานคนอื่นได้รับเอกสารในลักษณะเดียวกันหรือไม่ นายวัฒนา กล่าวว่า เอกสารลักษณะนี้มี พล.ต.อ.วิเชียร เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับ เนื่องจากเป็นพยานที่ศาลเรียกมาไต่ส่วน ส่วนเอกสารที่ส่งให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่ได้มีการระบุคำถาม เพราะถือว่าเป็นผู้ถูกร้อง ศาลเปิดโอกาสให้ต่อสู้อย่างเต็มที่ อีกทั้งพยานคนอื่นก็ไม่ได้มีการส่งเอกสารที่เป็นคำถามในลักษณะที่ปรากฏเป็นข่าวแต่อย่างใด

"ไพบูลย์"ยันนายกฯหลุด-ครม.หลุด

ต่อมา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.สายสรรหา ในฐานะผู้ร้อง ได้เดินทางไปยื่นเอกสารบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงต่อศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน โดย นายไพบูลย์ กล่าวว่า ในเอกสารได้ชี้แจงให้ศาลทราบว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้ใช้อำนาจในการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย พล.ต.อ.วิเชียร ออกจากตำแหน่ง ผบ.ตร. และการย้าย นายถวิล ออกจากเลขาธิการ สมช. ฉะนั้นเชื่อว่าการโยกย้ายทั้งสองไม่ได้มาจากความสมัครใจ

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า หากศาลวินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีมีความผิด ก็จะทำให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง โดยจะส่งผลไปถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งชุดด้วย เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นมติ ครม. แตกต่างจากกรณีของ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กระทำผิดเพียงคนเดียว (กรณีเป็นลูกจ้างบริษัท จัดรายการทำกับข้าว) อีกทั้งกรณีนี้เมื่อมีการยุบสภาไปแล้ว ทำให้อำนาจการบริหารแผ่นดินของ ครม.ถูกจำกัดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 อีกทั้งจะทำให้รัฐมนตรีที่เหลืออยู่ไม่อาจประกอบเป็น ครม.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 171 ได้

นอกจากนั้น ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 10 วรรคท้าย ระบุให้ ครม.อำนวยความสะดวกให้หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ดำเนินการเพื่อรับแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินจากนายกรัฐมนตรี ฉะนั้นเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินดำเนินการต่อไปได้ จึงจำเป็นต้องดำเนินการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่โดยทันที ภายในเวลา 7 วัน โดยนำบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องมาใช้โดยอนุโลม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันเดียวกัน นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ซึ่งเป็นพยานที่ศาลเรียกมาเบิกความในวันที่ 6 พ.ค. นี้ ก็ได้เดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยื่นบันทึกยืนยันข้อเท็จจริงต่อศาลด้วย