"พล.อ.ประยุทธ์"ลั่นกองทัพซื้อไม่ได้ ยันทหารไม่ได้นิ่ง-รอรับผลประโยชน์ ขู่ฟ้องสื่อเขียนไม่ให้เกียรติ จี้สื่อรัฐหยุดขยายความขัดแย้ง
ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก(ขส.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่กทม.ว่า การรักษาความมั่นคงภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีสถานการณ์ความขัดแย้ง อยากให้ทุกฝ่ายลดการพูดจาในเชิงที่ทำให้เกิดความแตกแยกมากกว่านี้ สำหรับผู้ใหญ่ของบ้านเมืองทุกท่านมีความหวังดี แต่อาจจะมีการสื่อสารที่ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน แต่ขอให้มองที่เจตนาเป็นหลัก ส่วนจะทำได้หรือไม่เป็นเรื่องของกลไกต่าง ๆ ที่ต้องดำเนินการ ไม่ใช่ว่าใครคิด หรือพูด หรือทำอะไรแล้วจะทำได้ทั้งหมด วันนี้ปัญหาติดขัดที่ข้อกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และเรื่องต่าง ๆ อะไรมากมาย ดังนั้นเราต้องรักษาสภาพแวดล้อมให้เกิดความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม
“ในส่วนของเหล่าทัพได้มีการพูดคุยกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด และกับผบ.เหล่าทัพมาโดยตลอด ท่านพยายามควบคุมกำลังพลให้อยู่ในระเบียบวินัย ทำหน้าที่ตามกฎหมาย ดูแลทุกฝ่ายให้เกิดความเท่าเทียม ผมเป็นห่วงในเรื่องการพูดจาในปัจจุบัน มีหลายพวกที่พูดจามุ่งเน้นไปสู่ความรุนแรง คงทราบดีว่าเป็นฝ่ายใด ถ้าตราบใดที่ความขัดแย้งยังมีอยู่ เงื่อนไขที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความขัดแย้งยังคงอยู่ มันยังเดินไปไหนได้ไม่มากนัก ต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหา ต้องย้อนกลับไปดูเงื่อนไขว่าอยู่ที่ไหน ถ้านำปลายทางมาแก้กันก็ไม่มีทางมาจบ เพราะต้องมีฝ่ายยอมและไม่ยอม ต้องไปหาทางออกกันให้ได้ และอย่าพาดพิงทหารให้มากนัก ทหารทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย การกระทำใด ๆ ที่จะมุ่งไปสู่ความขัดแย้งมากขึ้น เราก็ระมัดระวังเต็มที่ แน่นอนว่า ย่อมมีฝ่ายหนึ่งพอใจและอีกฝ่ายไม่พอใจ แต่จะทำอย่างไรที่สองฝ่ายจะมุ่งไปสู่ผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ทำให้บ้านเมืองปลอดภัย และหาหนทางในการแก้ไขปัญหาให้ได้ ตราบใดที่ทุกฝ่ายยังอ้างความชอบธรรม และความถูกต้องจะแก้อะไรไม่ได้จึงเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายต้องแก้ปัญหากัน”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ในกระบวนการบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบันไม่ใช่ ทหาร ตำรวจ พลเรือนอย่างเดียว ฝ่ายการเมือง ฝ่ายที่เห็นต่างทั้งหมดต้องมีส่วนร่วมทั้งสิ้น ถ้าเหตุการณ์บานปลาย มีการบาดเจ็บ สูญเสีย ทั้งหมดต้องร่วมรับผิดชอบ เพราะมีทางออกอีกหลายทาง ดังนั้นทุกคนต้องหลีกเลี่ยง ลดราวาศอกกัน ลดความขัดแย้ง ลดเงื่อนไข ซึ่งการปะทะกันด้วยกำลังจะทำให้เกิดความสูญเสีย ขอร้องทุกฝ่ายลดการพูดจาเชิงท้าทาย ข่มขู่ หรือการใช้อาวุธสงครามต่อสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญต่างๆ สิ่งที่สำคัญอีกประการ คือ เรื่องของสื่อ ต้องระมัดระวังในการเสนอข่าว สื่อต้องดำรงความเป็นกลางทางการเมืองให้ได้ หาทางที่จะลดความรุนแรง ไม่ใช่นำความเห็นต่างเหล่านั้นมาขยายออกไปจนกระทั่งไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ มิเช่นนั้นทุกอย่างจะนำไปสู่ทางตันทุกเรื่อง
“ จะบอกว่าแก้ไขไม่ได้ คงไม่ใช่ เพราะทุกเรื่องมีทางแก้ไข ถ้าจะแก้จริง ๆ ควรนำความเห็นของทุกพวก ทุกฝ่ายมาแก้ไขกัน ทหารมีหน้าที่ดูแลทุกฝ่ายไม่ให้ใช้ความรุนแรงต่อกัน ใครจะผิดหรือถูกก็มาต่อสู้กันในกระบวนการยุติธรรม อย่าใช้มวลชนมาต่อสู้กัน ส่วนของคู่ขัดแย้ง หลัก ๆ คือรัฐบาล กับ ผู้ที่เห็นต่าง ส่วนคนอื่น ๆ ก็ถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ประเด็นสำคัญคือไม่อยากให้ดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องในทุกเรื่อง สถานการณ์ปัจจุบันแตกต่างจากในอดีตเพราะมีมวลชนหลายฝ่ายและ แต่ละฝ่ายคิดว่าตัวเองถูก ซึ่งมันมีทั้งผิดและถูก แต่จะทำอย่างไรให้ส่วนที่ผิดมาเจอกันได้ การสู้กันไปมาไม่มีทางแก้ สุดท้ายประเทศชาติไม่มีทางออก ปัญหาทุกอย่างอยู่ที่เงื่อนไขแรก และเงื่อนไขเดิม ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าถูก หรือผิดอย่างไร ชอบธรรมหรือไม่อย่างไร”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
อยากขอร้องสื่อให้ช่วยรักษาทรัพยากรของชาติไว้ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร บุคคลสำคัญ สถาบัน องค์กร ทหาร ตำรวจ ให้เขาได้มีสิทธิ เสรีภาพ ในการทำงานตามกรอบหน้าที่ ถ้าไปกดดันเขามากๆ เขาจะไม่สามารถทำงานได้สะดวก หากทำให้เกิดความเข้าใจผิดและขยายวงไปเรื่อย ๆ แล้วจะแก้ด้วยการรบราฆ่าฟันไปตลอดหรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อของรัฐที่จะต้องรักษาความเป็นกลางให้ได้ หากสื่อของรัฐยังนำปัญหา หรือ ข้อขัดแย้งต่าง ๆ ขยายไปเรื่อย ๆ ทำให้คนเป็นหลายฝ่าย ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมารัฐก็ต้องรับผิดชอบ สุดท้ายไม่มีใครชนะ
“ที่บอกว่า ผมไม่ดำเนินการอะไรในขณะนี้เพราะรับผลประโยชน์ ผมคงต้องดำเนินการตามกฎหมายกับหนังสือพิมพ์บางฉบับที่เขียนเช่นนี้ ถ้ายังปล่อยให้เขียนแบบนี้ก็เตรียมตัวตกงานกันให้หมด หนังสือพิมพ์อะไรก็รู้อยู่ ไม่เคยเขียนให้เกียรติมนุษย์โลก คิดว่าทุกคนเป็นเหมือนตัวเองหรือยังไง ผมไม่เข้าใจ ไม่มีใครจะมาซื้อกองทัพได้ ไม่ว่าจะนำผลประโยชน์อะไรมาแลกเปลี่ยน เพราะกองทัพไม่ได้ต้องการอะไร ต้องการให้บ้านเมืองปลอดภัยอย่างเดียว ไม่ได้มีใครต้องการเข้าไปสู่อำนาจถึงจะต้องตกลงรับผลประโยชน์ เราทำงานด้วยข้อมูล และสติปัญญาและกฎหมาย ส่วนที่จะต้องดำเนินการต่อไปในวันข้างหน้าก็เป็นเรื่องของสถานการณ์ ถ้าไม่หยุด หรือสงบก็ต้องมีทางอื่น ประเทศชาติไม่เคยสิ้นคนดี ทั้งนี้ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ก็พยายามพูดหาทางออกให้ทุกอย่างแล้ว ถ้าท่านไม่เลือกกันก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรเหมือนกัน”ผบ.ทบ.กล่าว


