"อภิสิทธิ์"หวังเสนอทางเลือกประเทศ เป็นสิทธิ์แต่ละฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธ โต้เป็นนายกฯคนกลาง ย้ำเรื่องรองปชป.จะลงลต.หรือไม่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์รายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ว่าตนตั้งใจทำงานนี้เพื่อที่จะเสนอทางเลือกให้กับประเทศไทยอีกทางเลือกหนึ่ง รับ - ไม่รับ เป็นสิทธิ์ของฝ่ายต่างๆ ของสังคมไทย และถือว่าตนต้องทำหน้าที่ และหน้าที่แบบนี้คือหน้าที่ของนักการเมือง ที่ไม่ใช่แค่ลงเลือกตั้งหวังชิงอำนาจ หน้าที่ของนักการเมือง พรรคการเมืองคือต้องหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับประเทศเท่าที่แต่ละคนจะคิดได้ ทำได้
ที่คุณอภิสิทธิ์กำลังพยายามหาทางออกให้กับประเทศนี้ จะตอบคนประมาณ 3 กลุ่มประกอบด้วย รัฐบาลพรรคเพื่อไทย แฟนคลับคุณอภิสิทธิ์ และคนที่ไม่รักคุณอภิสิทธิ์ ว่าอย่างไร
“การแก้ปัญหาของประเทศสุดท้ายมันต้องมีกระบวนการทางการเมืองที่มาแก้ไขปัญหา และเราก็เคยนั่งไล่กันว่าสถานการณ์ขณะนี้เดินต่อไป จะเป็นเรื่องคดีความ จะเป็นเรื่องการออกกฤษฎีกาเลือกตั้ง จะเป็นเรื่องการระดมมวลชนหรืออะไรก็ตาม หลายคนผมก็ถามตรงๆ มีใครตอบได้มั้ยครับว่า มันจบอย่างไร
แล้วกล้ายืนยันกับผมมั้ยครับว่า ไม่ห่วงหรอกว่าเราจะต้องเสียเลือด เสียเนื้อ รบราฆ่าฟันกันเอง ผมว่าก็ต้องยืนยันเหมือนกับที่เราคุยมาว่าทุกคนกังวล เพราะฉะนั้นผมก็ทำหน้าที่ของผมในการเสนอทางออก ทางออกของผมนั้น ก็เป็นทางออกที่ยึดมั่นเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการปฏิรูป ซึ่งผมก็เข้าใจว่าการปฏิรูปนี้คือสิ่งที่มวลมหาประชาชนต้องการ แล้วก็เป็นสิ่งที่ฝ่ายรัฐบาลเองก็ไม่กล้าปฏิเสธ เพราะรัฐบาลเองก็บอกว่ารัฐบาลก็จะปฏิรูป
เพียงแต่ผมนั้นกำลังเสนอแนวทางที่ผมเห็นว่าจะทำให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าเป็นการปฏิรูปที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ แล้วก็หลีกเลี่ยงความขัดแย้งให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่คือสิ่งที่ผมทำ ถามว่าทำไมทำ เพราะผมต้องการเห็นการปฏิรูปเกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ เห็นการปฏิรูปเกิดขึ้นโดยมีความขัดแย้งน้อยที่สุด ผมไม่ได้โลกสวยว่ามันไม่มีขัดแย้ง ขัดแย้งน้อยที่สุด ผมไม่ต้องการเห็นการสูญเสีย ผมไม่ต้องการเห็นการรัฐประหาร ผมไม่ต้องการเห็นประเทศติดหล่มไปอย่างนี้อีกไม่รู้ยาวนานเท่าไหร่ เศรษฐกิจก็มีปัญหา ประชาชนก็เดือดร้อน เครียดกัน เท่านี้ ความตั้งใจผม และเป้าหมายผม หลักการผม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
จังหวะที่ต้องทำก็ต้องตอนนี้เพราะทุกคนก็รู้ว่าในอีก 1 - 2 - 3 สัปดาห์ข้างหน้ามันมีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดการเผชิญหน้าความรุนแรงมากขึ้น แล้วถามว่าประชาชน ผมก็เห็นการสำรวจความคิดเห็นกี่ครั้งๆ จะโดยใครก็แล้วแต่ ไม่ต่างกัน รู้สึกเมื่อวานนี้ดุสิตโพลก็ออกมาอีกว่า ประชาชนรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันเดือดร้อนเรื่องอะไรอย่างไร ผมก็พยายามจะแก้
ทีนี้สิ่งที่ผมพยายามจะทำนี้ ผมก็บอกเอาปฏิรูปเป็นตัวตั้ง ผมก็ต้องไล่คุยไปทีละฝ่าย ตรวจสอบ สอบทานว่าแนวทางที่ผมจะเสนอนี้มันเป็นอย่างไร ในมุมมองของคนที่เขาทำงาน ผมก็ไปตรวจสอบกับฝ่ายที่เขาทำงานเรื่องการปฏิรูป เขาก็เป็นกลุ่มที่ทำเนื้อหาสาระ อะไรต่างๆมา แล้วก็บอกว่า ตรงกัน ปฏิรูปต้องเป็นคำตอบให้ประเทศ 2. ผมเพียงแต่บอกให้ยอมรับความจริงกันว่า คำว่าปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง หรือเลือกตั้งก่อนปฏิรูปนั้น มันทำให้เกิดความขัดแย้ง และมันทำให้เกิดความสับสนด้วย ผมบอกไปแล้วว่า ถ้าเลือกตั้งก่อนปฏิรูป ถ้าผมรับแนวคิดนี้ ผมก็ไม่ต้องพูดอะไรสิครับ ป่านนี้ผมก็ลงเลือกตั้งไปแล้ว ถูกมั้ยครับ แต่ผมก็ยืนยันว่ามันเป็นไปไม่ได้ และเงื่อนไขการเลือกตั้งวันนี้ก็ยังไปไม่ได้ ผมก็ต้องบอกว่า ก็ต้องมายอมรับความจริงตรงนี้กัน
แต่ขณะเดียวกัน ถ้าบอกว่าปฏิรูปเสร็จ แล้วไปเลือกตั้ง ผมก็บอกว่าตรงนี้มันก็มีปัญหาครับ เพราะว่างานปฏิรูปที่จะทำนี้ 1. หลายเรื่องใช้เวลานานมาก ผมไม่เชื่อหรอกว่า ใครเชื่อจริงๆ ว่าการปฏิรูปประเทศนี้สามารถทำได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ อย่างเช่น เอาแม้แต่ว่า ปีครึ่ง ที่ผ่านมาในอดีตประเทศไทยนี้ปฏิรูปเรื่องใดเรื่องหนึ่งเรื่องเดียว บางทียังใช้เวลามากกว่าเกือบ 2 ปี แล้วก็ยังมีปัญหาข้อกฎหมาย ประเด็นข้อจำกัดต่างๆ อีก ซึ่งหลายฝ่ายก็ทราบดี
ผมก็บอกว่า เพราะฉะนั้นผมก็พยายามเสนอทางออกว่า เราเดินสู่การปฏิรูปเหมือนอย่างที่มวลมหาประชาชนเรียกร้อง แต่เป็นกระบวนการที่มันไปได้ ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ แล้วก็กลับเสีย อย่าไปทำให้การเลือกตั้งนี้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูป ทำให้การเลือกตั้งนี้เป็นเครื่องมือของการปฏิรูป นี่คือสิ่งที่ผมไปแลกเปลี่ยนกับกลุ่มเขาเมื่อวันศุกร์ กลุ่มที่เขาทำงานเรื่องปฏิรูป ซึ่งเขาก็มีแนวคิดหลายเรื่องที่คล้ายๆ กันอยู่แล้ว
ผมก็เลยอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า ผมทำหน้าที่ของผม ผมพยายามเสนอทางออก เป้าหมายก็ไม่ได้ต่างอะไรจากที่ประชาชน มวลมหาประชาชนเรียกร้องอยู่ เพราะฉะนั้นอย่าไปกังวลเลยว่า มันจะเป็นการทำให้เกิดการไขว้เขว หรืออะไร มันก็เป็นทางเดินทางหนึ่ง แล้วสุดท้าย สิ่งที่ผมทำนี้ ถ้าผู้ที่เกี่ยวข้องเขาไม่เห็นด้วย ไม่เอาด้วย มันก็ต้องจบกันไป แต่ผมก็ถือว่า ผมก็มีความรับผิดชอบต่อสังคมในการที่จะพยายามเสนอทางเลือก ทางออกต่างๆ โดยเฉพาะ ถ้าจะสามารถทำให้เราหลีกเลี่ยงการสูญเสีย การนองเลือด การปฏิวัติรัฐประหารได้ นั่นคือสิ่งที่ผมทำ
ทีนี้ผมก็เข้าใจ เห็นใจครับ ทำไมผมจะไม่เห็นใจล่ะครับ พี่น้อง มวลมหาประชาชน หรือใครก็ตามที่พยายามต่อสู้เพื่อความถูกต้องในบ้านเมือง เหน็ดเหนื่อยกันมาครึ่งปี ค่อนปี ตากแดดตากฝน ทำไมผมจะไม่รู้ แต่ไม่มีข้อเสนออะไรของผมเลย ที่จะไปขัดหรือไปทรยศต่อเป้าหมายของการต่อสู้ของมวลมหาประชาชน แต่อาจจะมีคนที่เห็นไม่ตรงกัน หรือตรงกันในวิธีการที่จะทำก็ว่ากันไป และผมก็ยอมรับ ผมก็น้อมรับ ผมก็ฟังคำวิจารณ์อะไรต่างๆ ว่ามันใช่ หรือไม่ใช่อย่างไร ก็มีความเห็นที่แตกต่างกันไป อันนี้ก็อยากจะพูดกับกลุ่มคนที่ผมไม่รู้ อันนี้ของคุณถนอมคือกลุ่มที่ 2 เป็นเบื้องต้น
ส่วนรัฐบาล ผมก็บอกแล้วว่า เมื่อผมมาทำงานนี้ผมไม่ไปตอบโต้อะไรใครหรอก และผมก็เขียนไปแล้วบอกว่า จะกระแนะ กระแหน ประชดประชัน ปรามาสอะไร ไม่เป็นไรครับ วันนี้ผมเองผมบอกว่า เราจะยอมรับกันมั้ยล่ะว่า ทุกคนก็ต้องเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่ทำให้บ้านเมืองมาอยู่ตรงนี้ วันนี้ผมก็พยายามจะหาคำตอบ ส่วนหนึ่งของคำตอบ ก็ชวนคนที่เป็นปัญหามาเป็นคำตอบด้วย รัฐบาลจะตอบ ไม่ตอบก็เป็นสิทธิ์ของรัฐบาล แต่ว่าผมก็จะทำข้อเสนอไปให้
สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นปัญหามากกว่าก็คือว่า ความพยายามที่จะไป จะด้วยเจตนาหรือไม่ก็ตามนั้น สื่อสารว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งผมไม่ได้ทำ เช่นบอกว่า อย่างประเด็นเรื่องปฏิรูป กับเลือกตั้งนี้ ผมเห็นบางคนไปบอกว่า ทำไมผมไปพูดว่าเลือกตั้งก่อนปฏิรูป ผมก็ยัง งง เลยว่าผมไปพูดเลือกตั้งก่อนปฏิรูปเมื่อไหร่ เพราะหลักการผมชัด ผมบอกว่า วันนี้ก้าวให้พ้นซะ เรื่องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เลือกตั้งก่อนปฏิรูป เพราะมันทำไม่ได้ทั้งคู่ ผมก็เลย งง ว่า ทำไม ใครไปตีความว่าผมกำลังบอกให้เลือกตั้งก่อนปฏิรูป ถ้าเลือกตั้งก่อนปฏิรูป ผมไม่ต้องทำอะไรก็ได้ครับ เพราะตอนนี้รัฐบาลหรือ กกต. เขาก็จะหารือกำหนดวันเลือกตั้งกันอยู่แล้ว ถูกมั้ยครับ
ทีนี้นอกจากนั้นก็เริ่มมาบอกว่า ผมไปฮั้ว ไปเจรจาต่อรองอะไร ผมก็พูดชัดว่าสิ่งที่ผมทำอยู่นี้ ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ ไม่มีเรื่องฮั้ว ไม่มีเรื่องเจรจาต่อรองในเรื่องผลประโยชน์ ผมกำลังเสนอแนวทางว่าการปฏิรูปน่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไร และเป็นไปตามหลักของประชาธิปไตย อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ มันไม่มีเงื่อนไขอะไรที่จะไปฮั้ว แล้วก็ถามผมจริงๆ เถอะครับ ถ้าผมคิดจะฮั้วนี้ ผมจะอยู่ในภาวะที่ถูกฝ่ายที่เป็นอำนาจรัฐ รัฐบาลเล่นงานอยู่อย่างทุกวันนี้เหรอครับ
กฎหมายนิรโทษกรรมนี้ ผมทำตั้งแต่ถูกที่สังคมด่า จำได้มั้ย ไม่ใช่ปีที่แล้วนะ ปีก่อนโน้นที่ทำ แล้วพวกผมก็ไปยืนสู้กันในสภา แล้วพวกผมถูกด่าว่าใช้วิธีป่าเถื่อนหยาบคาย ก็นี่ เพื่อพยายามสกัด แล้วผมไปนั่งประชุมกรรมาธิการ ไม่รู้กี่สิบ กี่ร้อยชั่วโมง ก็พยายามสกัดกั้น
คดีข้าว ผมก็เป็นคนร้อง แล้วเป็นคนไปเป็นพยานเอง เพราะฉะนั้นผมก็ งง มากเลย เพราะว่าผมบอกเรื่องคดีความนี้จะของรัฐบาล จะของคุณยิ่งลักษณ์ แล้วถ้าย้อนกลับมาบอกของผม หรือของคุณสุเทพ จุดยืนผมไม่เคยเปลี่ยนอยู่แล้ว จุดยืนผมก็คือว่าคดีความต้องเดินไปตามกฎหมาย ไม่มีเรื่องต้องมาต่อรองกันว่า มานิรโทษกรรม ไม่มีครับ จุดยืนผมชัดยิ่งกว่าชัดมาแต่ไหนแต่ไร
แล้วบางคน แหม เขียนถึงขั้นว่า เอาผมไปเป็นนายกฯ เขาได้ประโยชน์ แหม คุณวิทเยนทร์ คุณถนอมครับ ถ้าผมเป็นนายกฯ แล้วฝ่ายตรงกันข้ามเขาได้ประโยชน์ เขาจะมาชุมนุมอย่างปี 52 - 53 เหรอครับ แล้วหมายจะเอาชีวิตผม”
ที่มีการปล่อยข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเห็นด้วยกับคุณอภิสิทธิ์ให้มาเป็นนายกฯ คนกลาง 1 ปี เพื่อที่รัฐบาลจะได้ไม่ถูกปฏิวัติ คุณอภิสิทธิ์คิดอย่างไรที่มีคนเชื่อ และคิดแบบนี้
“เรื่องเชื่อนี้ผมไปห้ามไม่ได้ แต่เรื่องใส่ร้ายกันนี้ ผมก็ต้องบอกว่าอะไรที่มันเท็จ ก็คือเท็จ แล้วก็รู้สึกเมื่อวานก็ลามไปถึงคุณกรณ์ด้วย คุณกรณ์ยังไม่รู้เลยครับว่าผมจะเสนออะไร เพราะฉะนั้นผมก็เข้าใจครับ แล้วก็ทำใจตั้งแต่ตัดสินใจตอนแรกแล้ว เพราะว่าผมรู้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองอย่างนี้ ผมก็เห็นคนจำนวนมากนะที่ต้องการจะเห็นเหมือนกับที่ผมต้องการจะเห็น คือบ้านเมืองปฏิรูปไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ โดยเกิดขึ้นอย่างราบรื่นมากที่สุด หรือขัดแย้งน้อยที่สุด เท่าที่จะทำได้ หลีกเลี่ยงการเสียเลือด เสียเนื้อ หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงประสงค์
เพียงแต่หลายคนก็รู้ว่า เพราะทุกคนเขาก็เตือนนี่ครับ ใช่มั้ยครับว่า ในภาวะที่สังคมนี้กำลังต่อสู้กันนี้ ใครที่เหมือนกับออกมายืนอยู่ข้างนอกนิดนึง สุ่มเสี่ยงที่สุด ผมก็บอกตั้งแต่วันแรก กับคนที่ทำงานกับผมว่า ก็ต้องเตรียมไว้ โดนแน่ ผมก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ ผมก็เห็นหลายคนก็พูดนะครับว่า คนเป็นนักการเมืองนั้นต้องคิดถึงประโยชน์ของตัวเอง คำนวนอย่างนั้นอย่างนี้ ผมก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นผมก็อยู่เฉยๆ ได้ ผมไม่เดือดร้อนอะไรเลย ผมอยู่เฉยๆ ได้
แต่ว่าผมคิดว่า วันนี้มันเป็นหน้าที่ของผมส่วนหนึ่ง และผมก็บอกแล้วว่า ผมไม่ใช่คนกลาง ผมไม่ได้เป็นกลาง ผมไม่ได้มาเจรจาต่อรองผลประโยชน์อะไรกับใคร ผมเสนอแนวความคิดของผมที่ผมคิดว่า สังคมควรจะมีทางเลือก ประเทศควรจะมีทางเลือก”
ที่คุณอภิสิทธิ์บอกว่า ต้องก้าวพ้นในเรื่อง ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง หรือหลังเลือกตั้งนี้ หมายความว่า ถ้าเริ่มต้นปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แล้วไปทำต่อหลังจากเลือกตั้ง แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า หลังจากมีรัฐบาลใหม่แล้วจะมีปฏิรูปต่อไป
“ก็นี่ไง ผมก็บอกว่า คำตอบผมต้องตอบคำถามนี้ไง ผมก็พูดอย่างนี้มาตั้งแต่วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์แล้ว บอกว่า ประเด็นของผมก็คือว่า วันนี้ที่มันไปเลือกตั้งไม่ได้ เพราะคนเขาบอกว่า ไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ามันไม่กลับไปแบบเดิมๆ พูดกันเรื่องคอร์รัปชั่น ทั้งเรื่องประชานิยม ทั้งเรื่องว่าไม่ปฏิรูป ผมก็บอกว่า คำตอบผมมันต้องสร้างความมั่นใจ ข้อผูกมัดว่า เริ่มปฏิรูปก่อน พอเริ่มไปแล้ว หรือมีกลไกอะไรแล้ว ทำอย่างไรหลังการเลือกตั้ง ใครก็ตามชนะการเลือกตั้งแล้ว ปฏิเสธการปฏิรูปไม่ได้ มีข้อผูกมัด มีอะไรต่างๆ ที่จะทำให้ดีที่สุดในคำตอบของผม
ก็ใจเย็นๆ สิครับ เพราะว่าผมก็ต้องไปคุยกับหลายๆ ฝ่ายเพื่อสอบทานแนวความคิดต่างๆ แต่ว่าถ้าใครบอกว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องการทางเลือกนี้ เพราะว่าคิดว่ามีทางเลือกดีกว่า ผมก็ไม่เคยไปห้าม ถูกมั้ยครับ ผมนี่ยังไม่เคยออกมาพูดในทำนองที่ว่า เออ ยอมถอยหลักการกันไปเถอะ อะไรนะ ประนีประนอม ยอมกันไปเถอะ หรือผู้ชุมนุมกลับบ้าน หรืออะไรแบบที่เคยได้ยินใช่มั้ย เวลาคนหลายคนที่เสนอคนกลางมา คนนี้กลับบ้าน คนนี้ไปทำอย่างนั้น ผมยังไม่ได้พูดอะไรอย่างนั้นเลย ผมบอกทุกคนมีสิทธิ์ในการทำตามความตั้งใจของตัวเอง และผมก็บอกว่า สิ่งที่ กปปส. ทำอยู่ ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ท่านทำเลยครับ แล้วผมก็พยายามที่จะให้บรรลุเป้าหมายเรื่องการปฏิรูปอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ว่ามองวิธีการอาจจะต่างกันบ้างเท่านั้นเอง”
เพิ่งเริ่มได้ไม่กี่วัน ก็โดนถล่มขนาดนี้ สูญเสียกำลังใจหรือไม่
“ไม่ครับ เพราะว่าผมบอกแล้วว่า งานนี้ผมทำด้วยความตั้งใจ ด้วยความรับผิดชอบของผม ถ้าในที่สุดสังคมไม่เอา ผมก็ต้องยอมรับการปฏิเสธของสังคม และผมก็เพียงแต่หวังว่าในที่สุดสังคมมีคำตอบที่ดีกว่าคำตอบของผม ที่ผมจะเสนอ ก็เท่านั้นเองครับ ผมไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านี้ เพราะผมเป็นห่วงบ้านเมืองจริงๆ ผมดูหลายอย่าง ผมไม่ได้ดูเฉพาะสถานการณ์ที่นี่ ผมเห็นตัวอย่างที่มันเกิดขึ้นในหลายประเทศในโลก ซึ่งกำลังมีปัญหาความขัดแย้งในเรื่องคล้ายๆ กับเรา ปัญหาว่า พออยากจะให้ประชาธิปไตยมันโต แต่ว่าสุดท้ายประชาธิปไตยไปเจออุปสรรค ที่มาจากการเมืองเอง ที่มาจากระบบทุน ที่มาจากอะไร แล้วพอพยายามจะแก้ไขกันแล้วมันเกิดความขัดแย้ง แตกแยกในสังคม ผมก็จับตาอยู่หลายประเทศ และผมก็เห็นสิ่งที่มันน่าเป็นห่วงว่า มันเกิดความขัดแย้ง รุนแรง สูญเสียอะไรกันมากมาย ผมก็พยายามจะหาทางออก
เพราะว่าผมก็มีความรับผิดชอบต่อสังคมนี้ ผมก็อยากให้สังคมนี้เป็นสังคมที่ดี ที่สงบสุข และลูกหลานก็สามารถที่จะอยู่ในสังคมที่มีความเจริญก้าวหน้า เดินหน้าได้ และผมก็คิดว่า ไม่มีใครพอใจกับสภาพประเทศที่เป็นอยู่อย่างนี้ แต่ผมยืนยันได้ว่าผมไม่ประนีประนอมในเรื่องหลักการหรอกครับ ผมไม่เคยทำ ในการทำงานของผม ผมไม่เคยทำ แล้วก็หลายเรื่องต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำครับ
เพราะมีคนเขาก็ถามผมว่า บางฝ่ายเขาก็ยังเชื่อแบบของเขาว่า ก็เดินหน้าเลือกตั้งกันไป ผมก็เป็นฝ่ายที่บอกว่า มันเลือกตั้งไม่ได้หรอก ถ้าบ้านเมืองยังไม่เรียบร้อย ถ้ายังไม่มี 1 - 2 - 3 - 4 - 5 ถูกมั้ยครับ แล้วถ้าผมนั่งพูดอยู่อย่างนี้ เขาก็มีสิทธิ์ที่จะถามผมบอกว่า อ้าว แล้วที่คุณบอกว่าจะต้องเกิดขึ้นก่อน 1 - 2 - 3 - 4 - 5 นั้นคืออะไร ทำอย่างไร ถ้าผมไม่มีคำตอบให้ มันก็กลายเป็นว่า เหมือนกับผมก็เล่นการเมืองไปเฉยๆ ว่าเขาบอกว่าให้ไปเลือกตั้ง แล้วผมบอกว่ามันต้องเรียบร้อย มันต้องอย่างนั้นอย่างนี้ก่อน แต่ผมเองก็ไม่ทำ หรือไม่บอกเลยว่า ไอ้อย่างนั้น อย่างนี้คืออะไร ทำอย่างไร และใครจะทำ วันนี้ผมกำลังให้คำตอบตรงนั้นด้วยครับ”
ขณะที่สังคมมองกันว่าหลังสงกรานต์ หลังศาลตัดสินอาจเกิดเหตุปะทะ พอคุณอภิสิทธิ์ช่วยคิดหาทางออก แต่ก็เกิดกระแสแบบนี้ขึ้น ถ้าคุณอภิสิทธิ์เลือกอยู่เฉยๆ แต่หากเกิดเหตุนองเลือดขึ้น คุณอภิสิทธิ์จะถูกตำหนิหรือไม่
“อย่างไร ความเป็นนักการเมืองมันก็ต้องมีความรับผิดชอบอยู่แล้ว ทำก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ทำก็ต้องรับผิดชอบต่อการไม่ทำ และนี่คือผมพูดเต็มปากเต็มคำนะ ผมรู้ว่าในกระแสของคนจำนวนมากที่รังเกียจนักการเมือง ผมก็กำลังจะบอกไงว่า ถ้าผมเป็นนักการเมืองอย่างที่หลายคนรังเกียจ ผมก็ไม่ต้องสนใจอะไรเลยทั้งสิ้นครับ ปฏิรูปหรืออะไรพวกนี้ ผมสนใจแค่ว่าไปเลือกตั้ง กลับไปเป็น สส. มันมีตำแหน่งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลสุดแล้วแต่ แต่ผมบอกไม่ใช่ไง นี่คือบทบาทของนักการเมือง และพรรคการเมืองที่ควรจะเป็น ก็คือต้องเสนอคำตอบ ส่วนคำตอบนั้นถูก - ผิด มีสิทธิ์วิจารณ์กันได้
และผมก็ยืนยันครับว่า ถึงวันนี้ผมว่าไม่มีใครกล้าพูดหรอกว่า แนวความคิดของตัวเอง รวมทั้งของผมด้วยนี้ มันจะต้องดีที่สุด หรือถูกที่สุด เพราะประเด็นปัญหามันซับซ้อนมาก แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมต้องปฏิเสธเด็ดขาดก็คือว่า ถ้าเรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ผมเรื่องนั้นเรื่องนี้ ไม่ใช่ครับ แล้วก็ถ้าวันนี้จะชี้หน้ากันแค่ว่า ผมไม่มีสิทธิ์ทำอันนี้ เพราะว่าผมเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ผมก็บอกเลยว่า ทุกคนมีส่วนทำให้ประเทศมาอยู่ตรงนี้ วันนี้ผมก็จะหาทางออก คนที่บอกว่า ผมเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ผมก็ถามว่า วันนี้ถ้าผมอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ มันเป็นความผิดอย่างไร
ผมก็คิดว่า ผมก็เดินหน้าต่อครับ เดี๋ยววันนี้ผมก็ต้องไปพบท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพรุ่งนี้ กกต. ก็รับนัดผมแล้วครับ”
ทำไมถึงไปพบผู้บัญชาการสูงสุด
“ผมจะไปแลกเปลี่ยนว่าข้อกังวลของสังคมในขณะนี้คือเรื่องปัญหาความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น คือถ้าเราไม่พยายามหาทางเลือกเพิ่มเติมให้กับประเทศแล้ว ท่านมองอย่างไร ผมก็หวังว่าท่านก็จะแลกเปลี่ยนกับผมตรงไปตรงมา ประเมินสถานการณ์ตรงไปตรงมา บางทีท่านอาจจะบอกผมก็ได้ว่า ไม่ต้องไปทำอะไรหรอก มันดูแลกันได้ เรียบร้อยได้ ก็อาจจะเป็นได้ผมไม่ทราบ แต่ว่าผมก็จะไปดูว่า ไอ้ที่ผมห่วงนี้ว่า ความวุ่นวาย หรือความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น อาจจะเกิดขึ้นจากจุดที่ 1 จุดที่ 2 จุดที่ 3 ท่านเห็นอย่างไร แล้วถ้าตรงกัน ผมก็จะเรียนท่านว่า ถ้าอย่างนั้นจุดที่ 1 ซึ่งอาจจะเป็นปัญหา เราจะทำอย่างไร จุดที่ 2 ที่จะเป็นปัญหา เราจะทำอย่างไร แล้วก็ท่านไม่ใช่คนที่อยู่ฝ่ายการเมือง เพราะฉะนั้นท่านคงไม่มาพูดว่า สนับสนุน หรือไม่สนับสนุน จุดยืนทางการเมือง แต่ว่าถ้าเกิดท่านเห็นว่า สิ่งที่ผมทำนี้จะเป็นประโยชน์ในการช่วย ในแง่มุมของท่านว่า บ้านเมืองก็อาจจะมีโอกาสหลีกเลี่ยงความสูญเสีย ความขัดแย้งได้ ถ้าท่านเห็นอย่างนั้น ผมก็จะได้มีน้ำหนักในการทำงานต่อไปมากขึ้นครับ”
อยากให้คุณอภิสิทธิ์ยืนยันว่า คุณอภิสิทธิ์จะเป็นนายกฯ คนกลางหรือไม่
“ไม่เป็นครับ อันนี้ไม่ต้องพูดเลยครับ ผมยืนยันมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนะครับ เรื่องว่าผมจะไปเป็นนายกรัฐมนตรีโดยไม่เป็นไปตามกระบวนการต่างๆ นั้น ผมไม่รับอยู่แล้ว และ 2. ผมบอกมาตั้งแต่ต้น ผมไม่ใช่คนกลาง และผมไม่ได้เป็นกลาง ผมย้ำไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ทุกอย่างพิสูจน์ด้วยการกระทำครับ
แล้วก็ผมก็เรียนว่า ผมก็เห็นอยู่นะครับ อย่างไทยรัฐวันนี้ก็รู้สึกอ่านไม่ทันเลยครับนี่ แต่ว่าผมก็เชื่อว่า จะวิพากษ์ วิจารณ์ ทางบวก ทางลบนี้ สิ่งที่ผมทำ ผมว่ามันกำลังเป็นประเด็นที่ตรงที่สุดของประเทศทั้งประเทศว่า เรากำลังต้องการทางเลือกคำตอบไม่ใช่หรือ ผมไม่ได้บอกว่า ต้องเป็นทางเลือก หรือคำตอบที่ผมจะลองเสนอนะครับ แต่ผมคิดว่านี่คือความต้องการของสังคมสูงสุดว่า วันนี้เราจะหลุดพ้นจากสภาพปัจจุบันได้อย่างไร และนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เพราะว่าผมก็พูดมาตลอดว่า ไอ้ประเภทจบเพื่อรอให้ไปมีปัญหา หรือย้อนกลับไปสู่สภาพเดิมๆ นั้นผมก็ไม่เอาอยู่แล้ว”
หลายคนวิจารณ์ว่า เป็นการเตรียมตัวลงเลือกตั้งในครั้งนี้ เงื่อนไขที่จะทำให้ลงเลือกตั้งครั้งนี้มีอะไรบ้าง
“ยังอีกยาวไกลเลยครับ นั่นเรื่องของพรรคฯ นะ พรรคฯ ต้องเป็นคนตัดสินใจ เรื่องลง ไม่ลงเลือกตั้ง แต่ผมก็บอกแล้วว่า วันนี้ ถ้าจะพูดว่าเลือกตั้งก่อนปฏิรูป ผมก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้”
อย่างน้อยต้องเริ่มต้นปฏิรูปก่อนจึงค่อยเลือกตั้งใช่หรือไม่
“รอฟังคำตอบให้หมดครับว่ามันจะต้องมีอะไรบ้าง ไม่ใช่แค่เริ่มต้นเฉยๆ ครับ ถ้าเริ่มต้นปฏิรูปแล้วก็ไปเลือกตั้ง สรุปปรากฎว่าเลือกตั้งเสร็จ ไอ้ที่ทำแล้วก็ถูกลบทิ้ง แล้วก็ไม่เดินต่อ ก็ไม่ได้ครับ”
แนวของคุณอภิสิทธิ์แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่ยังไม่สูญเสียความมั่นใจ
“ผมเดินหน้าครับ ผมไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าผมตั้งใจทำงานนี้เพื่อที่จะเสนอทางเลือกให้กับประเทศไทยอีกทางเลือกหนึ่ง รับ - ไม่รับ เป็นสิทธิ์ของฝ่ายต่างๆ ของสังคมไทย และผมถือว่าผมต้องทำหน้าที่ของผม แล้วก็ผมว่าหน้าที่อย่างนี้แหละครับคือหน้าที่ของนักการเมือง ผมไม่ได้คิดว่าหน้าที่นักการเมือง พรรคการเมือง แค่ลงเลือกตั้งหวังชิงอำนาจ หน้าที่ของนักการเมือง พรรคการเมืองคือต้องหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับประเทศเท่าที่แต่ละคนจะคิดได้ ทำได้”
เมื่อไหร่จะได้คำตอบเรื่องการลงเลือกตั้ง
“เรื่องของพรรคฯ นั้นเป็นเรื่องรองนะ เวลานี้ผมพยายามจะทำคือคำตอบของประเทศ มีคำตอบของประเทศแล้ว ท่านไม่ต้องห่วงเรื่องพรรคฯ หรอก”
นอกจากเดินสายพบฝ่ายต่างๆ ก็พบสื่อต่างๆ ด้วย
“ใช่ครับ เพราะก็ต้องอธิบายไปด้วย เพราะว่าอย่างที่ทราบว่ามีทั้งที่ยังเข้าใจตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง แถมมีคนมาใส่ไข่ ตีสีอะไรเพิ่มเข้ามาให้คนเข้าใจผิดก็มี เพราะฉะนั้นผมก็ต้องเดินสายไปเรื่อยครับ”
มีสัญญาณอะไรจากซีกรัฐบาลบ้างหรือยัง
“นายกฯ เขาก็พูดผ่านสื่อมาแล้วนี่ครับว่า เขายินดีจะพบ”
ในสัมภาษณ์พิเศษที่พบเนชั่น ที่บอกว่า “ถ้าภายในสัปดาห์นี้ไม่ไปไหนเลยก็จบ”
“ถูกครับ”
หมายความว่าทั้งหมดที่ทำภายในสัปดาห์นี้จะรู้คำตอบใช่หรือไม่
“น่าจะใกล้เคียงละครับ ผมใช้คำว่าคืบหน้านะ แต่ว่าภายในสุดสัปดาห์นี้ก็ 3 - 4 - 5 พ.ค แล้วใช่มั้ย ช้าไปกว่านี้ผมว่ามันก็จะมีอะไรต่อมิอะไรขึ้นอีกครับ”
ถ้าถึงวันนั้นไม่มีความคืบหน้า ก็ต้องหยุดใช่หรือไม่
“ก็คือทำไม่สำเร็จ”
หมายถึงอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดใช่หรือไม่
“ผมคงไม่ใช้คำนั้น ก็คงต้องไปคิดหาวิธีอื่นในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองต่อไป แต่ว่าสิ่งที่ทำอยู่ก็ต้องถือว่าจบไปครับ”
สิ่งนี้คุณอภิสิทธิ์ลุกขึ้นมาทำ หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้นำรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย
“ก็ใช่ครับ ผมก็แล้วไงว่า ผมบอกให้คุณยิ่งลักษณ์ ไปคุยกับคุณสุเทพ คุณยิ่งลักษณ์ก็พูดอย่างเดียวว่า มาพูดคุยกันสิ แต่ไม่ขยับเลย และผมก็เห็นแล้วว่าเกิดขึ้นยาก ผมก็ดูว่าสถานการณ์ก็งวดเข้ามา ความเดือดร้อนก็สะสมมา ประชาชนก็เดือดร้อนมากขึ้น ผมก็ตัดสินใจทำครับ”





