'ปลัดไอซีที'รุดแจง'พุทธะอิสระ'ไม่ได้ละเลยตรวจสอบเว็บหมิ่น เผยเร่งหารือฝ่ายความมั่นคงปิดเซิร์ฟเวอร์เฟชบุ๊ค หากไม่ได้รับความร่วมมือ
นายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) พร้อมคณะเดินทางเข้าพบกับหลวงปู่พุทธะอิสระ เพื่อรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีเว็บไซต์หมิ่นประมาท ภายหลังหลวงปู่ฯนำมวลชนไปยื่นหนังสือวานนี้แล้วแต่ปลัดฯติดภารกิจจึงเดินทางเข้ามารับเรื่องในวันนี้ โดยหลวงปู่ฯ กล่าวว่า ขณะนี้ยังพบว่ามีการเผยแพร่ข้อความหมิ่นเบื้องสูง เข้าข่ายกระทำผิดมาตรา 112 อย่างกว้างขวางผ่านช่องทางโซเซียลมีเดีย โดยเฉพาะกรณีของน.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือโรส ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นเบื้องสูงด้วยการโพสต์ข้อความไม่เหมาะสมลงเฟชบุค
ดังนั้น จึงต้องการทราบความชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินการของไอซีทีว่าจะสามารถจัดการปิดเว็บไซต์เหล่านี้ได้หรือไม่ พร้อมกันนี้ได้มอบหลักฐานพร้อมรายชื่อบุคคลที่มีพฤติกรรมโพสต์ข้อความหมิ่นเบื้องสูงผ่านโซเซียลมีเดียให้ปลัดกระทรวงไอซีทีไปตรวจสอบด้วย
ด้านปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่า ที่ผ่านมาพยายามจัดการกับเว็บไซต์ในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม แต่ยอมรับว่าการปิดกั้นข้อความและภาพทางโซเซียลเน็ตเวิร์กเป็นเรื่องยากเพราะมีทั้งเว็บไซต์ ยูทูป และเฟชบุ๊ค ซึ่งก่อนหน้านี้ในส่วนของยูทูปแม้จะมีที่ตั้งต่างประเทศแต่ได้ประสานความร่วมมือและให้ปิดยูทูปไม่เหมาะสมได้แล้ว โซเซียลมีเดียที่มีปัญหามากขณะนี้คือเฟชบุ๊คซึ่งมีสำนักงานอยู่ในประเทศสิงคโปร์ยังไม่ได้รับความร่วมมือในการปิดกั้น แต่เบื้องต้นได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อเป็นตัวประสานไปยังสิงคโปร์เพื่อขอความร่วมมืออย่างเป็นทางการ
"การจะปิดกั้นเฟชบุ๊คเป็นเรื่องต้องทบทวนอย่างรอบคอบเพราะส่งผลกระทบกับผู้ใช้เฟชบุ๊คทั้งประเทศ เนื่องจากไม่สามารถเลือกปิดกั้นบัญชีผู้ใช้รายใดรายหนึ่งได้ แต่ต้องปิดกั้นที่สายหลักคือปิดระบบ หรือเซิร์ฟเวอร์เฟชบุ๊คไม่ให้สามารถใช้งานได้ทั้งประเทศ ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นผลกระทบกับคนทั้งประเทศ ปลัดกระทรวงไอซีทีไม่สามารถตัดสินใจได้โดยลำพังต้องเสนอผู้บังคับบัญชา เพราะหากเกิดความผิดพลาดคงไม่สามารถแบกรับได้ทั้งหมด"นายสุรชัยกล่าว
ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวต่อว่า แต่ละวันมีผู้กระทำผิดด้วยการเผยแพร่ภาพไม่บังควรจำนวนมากทั้งในรูปของภาพเก่าที่นำมาโพสต์ในชื่อบัญชีใหม่ ทำให้การติดตามทำได้ยาก แต่หากตรวจสอบพบก็จะประสานให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.) ดำเนินการสอบสวนเอาผิดตามกฎหมาย เช่นเดียวกับกรณีของน.ส.ฉัตรวดี ซึ่งมีการกระทำผิดด้วยการโพสต์ข้อความมาจากต่างประเทศ ตามขั้นตอนแล้วอัยการสูงสุดจะเป็นผู้มีอำนาจทางกฎหมายในการประสานขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาด้วยการปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ส่วนต้นเหตุคือการหาตัวผู้กระทำผิดที่เป็นผู้บงการให้นำข้อมูลและภาพมาเผยแพร่
สำหรับสถิติการดำเนินการเกี่ยวกับเว็บไซต์หมิ่นเบื้องสูงของกระทรวงไอซีที พบว่าระหว่างปี 2551-2557 สามารถปิดกั้นบัญชีผู้ใช้ที่ไม่เหมาะสมไปแล้ว 84,336 บัญชี แยกเป็น 2551 จำนวน 2,337 บัญชี 2552 จำนวน 17,117 บัญชี 2553 จำนวน 39,115 บัญชี 2554 จำนวน 3,357 บัญชี 2555 จำนวน 17,331 บัญชี 2556 จำนวน 4,329 บัญชี และ 2557 จำนวน 750 บัญชี ส่วนสถิติที่ศาลมีคำสั่งปิดกั้นแล้วระหว่างปี 2551-2557 มี 280 บัญชี ทั้งนี้ล่าสุดสถิติการปิดกั้นในปี 2557 มี 862 บัญชี ศาลสั่งปิดแล้ว 10 บัญชี





