background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

'ไม้หนึ่ง ก.กุนที'ยืนหยัด'เราไม่ทอดทิ้งกัน'

'ไม้หนึ่ง ก.กุนที'ยืนหยัด'เราไม่ทอดทิ้งกัน'

สัมภาษณ์พิเศษ "ไม้หนึ่ง ก.กุนที" 2555 คืนสู่เมือง ยืนหยัดปรัชญา "เราไม่ทอดทิ้งกัน"

เนื้อเรื่อง

ในหมู่แวดวงเพื่อนฝูงรับทราบกันมาระยะหนึ่งแล้ว ถึงการคืนสู่เมืองของ ไม้หนึ่ง ก.กุนที 'กวีราษฎร' ของพี่น้องชาวเสื้อแดง แต่สำหรับเวทีสาธารณะแล้ว "งานวันนักเขียน" ที่ โรงแรมตรัง ถือเป็นการประกาศการกลับมาของ "เพื่อนไผ่" กวีข้าวหน้าเป็ด เป็นอย่างดี

ไม่เพียงเข้าร่วมงานธรรมดาๆ แต่ยังสร้างความฮือฮาไม่น้อยทีเดียว นอกจากรูปโฉมที่เปลี่ยนไป ทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม จนมิตรน้ำหมึกร่วมรุ่นแทบจำไม่ได้แล้ว เขายังขึ้นเวทีอ่านบทกวีรำลึก จิตร ภูมิศักดิ์ ในแบบ 2 ภาษาอีกด้วย เริ่มจากภาษาเขมรชัดเปรี๊ยะ และจบด้วยเนื้อหาภาษาไทยที่เข้มข้น

ผมคิดถึงจะเข้ตัวนั้น

ตัวที่ดีดเสียดสั่นแผ่นดินสยาม

แง้มโลกทรรศน์รับอรุณทุกทุ่งทาม

ตั้งคำถามพุ่งตรงถึงศักดินา...

เป็นบทกวีที่เขียนไว้เมื่อสองปีก่อน แต่วันนี้ยังคงใช้ได้ดี เช่นเดียวกับ เช่นเดียวกับจิตใจที่มุ่งมั่นศรัทธาต่อการเคลื่อนไหวของมวลชนคนเสื้อแดง ก็หาได้ร่วงหล่นไปตามกาลเวลาแม้แต่น้อย

หลังจากห่างหายหน้าไป 'จำศีล' เกือบสองปี มาวันนี้ กวีราษฎรวัย 43 คนนี้ พร้อมแล้วที่จะเดินหน้าภารกิจเพื่อคนเสื้อแดงอีกครั้ง

ประเดิมด้วย 'การเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษการเมือง' ร่วมกับ 'กลุ่มปฏิญญาหน้าศาล' ที่นำโดย ผศ.ดร.สุดา รังกุพันธุ์ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ หรือ 'อาจารย์หวาน' ของชาวเสื้อแดง ซึ่งจัดกิจกรรม 'บาทวิถีเสวนา' หน้าศาลอาญา ถ.รัชดา ทุกบ่ายวันอาทิตย์ เน้นการให้ความรู้กับพี่น้องชาวเสื้อแดง ว่าด้วยเรื่องราวของความอยุติธรรมเป็นหลัก

ดังเช่น 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา จึงเป็นการรำลึกถึงจิตร ภูมิศักดิ์ นักสู้ประชาชนที่คนเสื้อแดงถือเป็น 'แบบอย่าง' ของการต่อสู้ โดยเฉพาะห้วงเวลาที่เรียกว่า 'คุกขังเขาได้ แต่หัวใจนั้น อย่าปรารถนา' (เพลงจิตร ภูมิศักดิ์ โดย หงา คาราวาน)

ริมบาทวิถีหน้าป้าย 'ศาลอาญา' จึงมีการอ่านบทกวีรำลึกจิตร ภูมิศักดิ์ อีกครั้ง และส่งต่อให้ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ, อติภพ ภัทรเดชไพศาล และ ทองธัช เทพารักษ์ ก่อนปิดท้ายด้วยพี่น้องเสื้อแดงนำเสนอแนวทางการเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษการเมือง พร้อมเก็บข้าวของทั้งเวที เก้าอี้ ไมโครโฟน ทุกอย่างกลับเรียบร้อยประมาณห้าโมงเย็น ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ ล้วนแล้วพี่น้องเสื้อแดงนำมากันเองคนละไม้คนละมือจนลุล่วงในแต่ละนัด

พร้อมทั้งมีกิจกรรมต่อเนื่อง นอกเหนือจากหน้าศาลอาญา ว่า 10 พฤษภาคม จะไปจัดกิจกรรมและแสดงดนตรีที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ ในสโมสรตำรวจ เพื่อให้กำลังใจแด่นักโทษการเมือง และ 19 พฤษภาคม จะเรียกร้องให้รัฐบาลและสังคมหันมารับรู้กับปัญหานักโทษการเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง

แต่ทันทีที่เกิดเหตุการณ์การเสียชีวิตของ 'อากง' ทุกอย่างจึงเข้มข้นขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะ 'กวีราษฎร' เอง ที่มักเปรียบเทียบตัวเองเป็น 'วัวงาน' ของคนเสื้อแดงมาแต่ต้น เมื่อคืนสู่เมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คงมิอยู่นิ่งเฉยเป็นแน่แท้!!

0 งานนักเขียนไปเกือบทุกปี แต่สำหรับปีนี้ตั้งใจเป็นพิเศษ

ปีนี้พูดซื่อๆ ก็คือ ผมไปเพื่อขอพื้นที่ในการนำเสนอความคิดของคนที่อาจจะมีความคิดต่างจากพี่น้องในสมาคมนักเขียนฯ หรือคนในวงการนักเขียนค่อนข้างเด่นชัด งานวันนักเขียนซึ่งจัดในวันฉัตรมงคล ตรงกับวันเดียวกับที่ จิตร ภูมิศักดิ์ ถูกล้อมปราบเสียงชีวิตที่บ้านหนองกุง สกลนคร แต่งานวันนักเขียนกลับไม่ได้พูดถึงบุคคลสำคัญของวงการนักเขียนคนหนึ่ง คือ จิตร ซึ่งมีคุณูปการต่อสังคมการเรียนรู้ การศึกษาด้านต่างๆ

อีกอย่างผมมองว่า จิตรควรจะเป็นไอดอลของนักเขียนส่วนใหญ่ เป็นปัญญาชนที่ออกมารับใช้ประชาชน เป็นศิลปะเพื่อสังคม เป็นศิลปะเพื่อประชาชน ต้นกำเนิดที่ทำให้คนมาคิดคำว่า เพลงเพื่อชีวิตหรือศิลปะเพื่อชีวิต เพราะฉะนั้น ผมต้องการไปยืนยัน ทั้งความคิดต่างของตัวเองซึ่งเป็นคนเสื้อแดง กับต้องการไประลึกให้พี่น้องว่าอย่าลืมคนชื่อจิตร

อย่าง 6 พฤษภาคมที่มาหน้าศาลอาญา หลังวันครบรอบจิตรเสียชีวิตหนึ่งวัน ผมพยายามหาข่าวว่า 5 พฤษภาคม มีที่ไหนบ้างในกรุงเทพฯ ที่จัดงานรำลึกจิตร ปรากฏว่าไม่มีเลย นอกจากที่บ้านหนองกุง จังหวัดสกลนคร ผมก็คิดว่าเป็นปรากฏการณ์พิเศษที่น่าสนใจ

ตั้งแต่ พฤษภาคม 2535 ที่ผมออกมาเคลื่อนไหวการเมืองครั้งแรก คนหลายๆ รุ่น ยกย่องให้จิตรเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เป็นความหวัง เป็นแสงดาวแห่งศรัทธาอย่างแท้จริง กลับไม่มีใครพูดถึงในกรุงเทพฯ เราก็เลยมาจัดกันหน้าศาลอาญา ยิ่งเราทราบว่าไม่มีใครจัดงานรำลึกจิตร เราก็เชิญวิทยากรมาคุยเรื่องจิตรให้มากยิ่งขึ้น

0 ความมุ่งมั่นของกลุ่มปฏิญญาหน้าศาล

เป็นกลุ่มที่เราเคลื่อนไหวกันทุกอาทิตย์ เป็นกระบวนการสืบทอดมาจากการอดอาหารของ คุณไท-ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข ลูกชายของคุณสมยศ ที่ถูกจับกุมด้วยข้อหา 112 แล้วไม่ได้รับการประกันตัว คุณไทลูกชายก็จึงมาโกนศีรษะแล้วอดอาหาร

ในช่วงนั้นก็มีหลายๆ คนที่ร่วมอดอาหาร ก็มีคุณเอ็ม เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยคุณสุรชัย แซ่ด่าน เหมือนกับที่คุณไทได้เรียกร้องให้ปลดปล่อยบิดาของตัวเอง หลังสุดก็มี ผศ.ดร.สุดา รังกุพันธ์ หรือ 'อาจารย์หวาน' ของพี่น้องเสื้อแดง ได้ร่วมอดอาหารด้วย แต่กระแสตอบรับจากสื่อ จากสังคมช่วงหนึ่งพออดอาหารระยะหนึ่ง กระแสเริ่มแผ่วลง และคนที่มาร่วมอดอาหารก็มีข้อจำกัด เพราะสังคมไทยส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า พวกเรายังถูกผูกติดไว้กับการงาน หลายคนก็ไม่สามารถมาเข้าชื่ออดอาหารทุกวันๆ ได้ อาจารย์หวานก็เลยคิดเปลี่ยนจากการคลื่อนไหวด้วยการอดอาหารทุกวัน มาเป็นทุกอาทิตย์ โดยตั้งชื่อกลุ่มว่า 'กลุ่มปฏิญญาหน้าศาล'

แต่เป้าหมายในการเคลื่อนไหวของเรากว้างขวางมากขึ้น โดยไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคล อย่างไทหรือเอ็ม แต่พวกเรากลุ่มปฏิญญาหน้าศาล เราเคลื่อนไหวเพื่อขอความเป็นธรรม หรือเรียกร้องให้สังคมคืนสู่กระบวนยุติธรรมที่มันเที่ยงตรง ให้ปลดปล่อยนักโทษทางการเมือง

หลายปีมานี้เราต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลให้กระบวนตุลาการใช้มาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมพิจารณาคดีความของเขา โดยเฉพาะสิทธิเบื้องต้นของผู้ถูกกล่าวหาก็คือ การได้รับสิทธิประกันตัวตามรัฐธรรมนูญ แต่นักโทษการเมืองยังไม่ได้รับสิทธิพื้นฐานนี้ เราจึงมาเรียกร้องกันทุกอาทิตย์เพื่อให้ปล่อยตัวเขา หรือว่าอย่างน้อยก็ต้องให้เขาได้รับการประกันตัว

0 ถือเป็นกิจกรรมแรกที่คืนสู่เมือง?

ยอมรับตรงๆ ว่า ผมเอง กับพี่น้องที่อยู่ในคุกเรือนจำส่วนหนึ่ง ก็เป็นพี่น้องที่เคยทำงานร่วมกันมา แล้วมันเหมือนกับว่า หลังจากการสู้รบทางการเมือง ทางศิลปวัฒนธรรม จนทำให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลขึ้นมา แต่ก็มีผลข้างเคียงด้วย มีคนที่ออกมาต่อสู้ส่วนหนึ่งยังต้องใช้ชีวิตอยู่ในคุก

ผมเองก็มองว่า ภารกิจของผมในส่วนของการเคลื่อนไหวทางการเมือง ตอนนี้ยังไม่มีวาระเร่งด่วนเหมือนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่ผมมองว่า การมาเก็บตก มาดูสิ่งที่มันเป็นผลข้างเคียงหรือว่าผลตกค้างจากการต่อสู้ที่ยังมีหลายคนยังไม่สามารถคืนสู่ชีวิตพื้นฐานของตัวเองได้ ยังมีอีกหลายคนยังไม่ได้รับความยุติธรรมจากทางศาล ยังไงก็ต้องสู้เพื่อเอาพี่น้องของตัวเองออกมาก่อน ส่วนการเคลื่อนไหวทางการเมือง ในก้าวย่างต่อไปจะเป็นอะไรค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง

0 การนำคนคืนสู่สังคม เป็นภารกิจที่อยู่ในใจมาตลอด

ใช่ ที่สุดแล้ว คนเสื้อแดงส่วนหนึ่ง ถึงแม้บางคนจะมองว่า พี่น้องเป็นรัฐบาล แล้วเขาอาจจะทำเหมือนมองไม่เห็น แต่คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ที่ยังยืนหยัดในแนวทางมวลชน ยังยึดถือปรัชญาอย่างหนึ่ง ก็คือ 'เราไม่ทอดทิ้งกัน'

ทุกวันนี้ ผมกลับมาแล้ว ยังทำอะไรได้ให้กับพี่น้อง ผมก็จะดูตามลำดับความสำคัญ คนไหนอยู่ในกลุ่มทุกข์หนักหนาสาหัสมากกว่า กลุ่มนั้นต้องได้รับการช่วยเหลือก่อน กลุ่มนั้นก็จะได้รับการทุ่มเท สนใจ และปลดเปลื้องพวกเขาให้พ้นจากพันธนาการของกระบวนการอยุติธรรมให้ได้ แล้วยังมีพี่น้องส่วนหนึ่งยังไม่มีที่ซุกหัวนอน บางคนยังตกค้างอยู่ที่ต่างประเทศ บางคนยังหวาดผวาไม่กล้ากลับสู่ชีวิตเดิม เพราะคิดว่าตัวเองถูกไล่ล่าอยู่เสมอ

ตรงส่วนนี้ผมก็ต้องกลับมาแล้วทยอยเอาพี่น้องเหล่านี้ เข้าสู่กระบวนการเยียวยาและฟื้นฟูให้เขากลับมาเป็นพลเมืองประชากรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยต่อไป

0 ถึงวันนี้แล้ว พอจะเล่าถึงช่วงที่ห่างหายไปได้ว่าอย่างไรบ้าง?

คืออยู่ในสภาพการณ์ที่ไม่สามารถออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอะไรได้มากเหมือนกับในช่วงก่อนหน้านั้น ก็ต้องยอมรับว่า สิ่งหนึ่งที่นักต่อสู้นักเคลื่อนไหวจะต้องยอมรับคือ สภาพการเป็นอยู่ที่เปลี่ยนแปลงไป แน่นอนจิตสำนึกการต่อสู้มันไม่เคยจางหาย แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แวดล้อมว่า บางเวลาในฐานะราษฎร พลเมือง ประชาชนคนหนึ่งที่อาจจะมีพี่น้องเป็นหลักสิบหลักร้อยแต่ก็ไม่มีอาวุธไปสู้รบปรบมือตามไล่ล่าหรือกองกำลังรัฐสนับสนุนอย่างเต็มที่

ที่ผ่านมาก็จำเป็นต้องหลีกลี้หายไป ก็เพื่อที่จะสงวนรักษาพละกำลังไว้มาต่อสู้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ก็ถือว่าเป็น 'ช่วงเวลาแห่งการจำศีล' ช่วงที่หายไปก็เป็น 'การรักษาเยียวยาตัวเอง'

จริงๆ แล้วคนที่จะไปต่อสู้เพื่อเรียกร้องปลดปล่อยพี่น้องคนอื่น คนที่จะไปเยียวยาคนอื่น คนที่จะไปเรียกให้พี่น้องคนอื่นให้กลับสู่ชีวิตที่ปกติเหมือนแต่ก่อนของเขา คนๆ นั้นจะต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานคือ ต้องเยียวยาตัวเองให้ได้ด้วยตัวเองก่อนถึงจะไปช่วยเยียวยาคนอื่นได้ ช่วงสองปีที่ผมหายไป คือผมไปเยียวยาตัวเอง จนผมแข็งแรงขึ้น ผมก็กลับมาเพื่อที่จะเยียวยาคนอื่น

0 ลักษณะการเยียวยาที่ว่านี้ เป็นแบบไหน?

การเคลื่อนไหวในกรอบรัฐบาลหรือทางอำนาจรัฐที่ประเทศไทยรับได้ ก็คือการเคลื่อนไหวให้ปลดปล่อยนักโทษทางการเมือง การยืนยันหรือว่าติดตามพี่น้องที่สูญหายอยู่ให้กลับคืนสู่กระบวนการเยียวยาหรือกระบวนการดูแล หรือกระบวนการชดเชย หรือแม้แต่บางคน จริงๆ ยังมีพี่น้องอีกหลายคนที่ถูกทหารโจมตีแต่ไม่ตาย และหลบหนีออกไปได้ด้วยตัวเอง บางคนตัดปอด บางคนตัดตับ บางคนบาดเจ็บสาหัสแล้วเข้ารับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลบ้าง คลินิกเถื่อนบ้าง บางทีก็เล็ดลอดออกไปต่างประเทศ คนเหล่านี้ที่สุดแล้วเราต้องมายืนยัน ต้องพยายามนำพวกเขาเข้าสู่กระบวนการเยียวยาให้ได้ ต้องมีกระบวนการชดเชย ค่ารักษาพยาบาลให้เขา ต้องมีกระบวนการให้ความเชื่อมั่นว่า กลับมาเป็นพลเมืองไทยประชากรไทยได้เหมือนเดิม โดยไม่ต้องหวาดหวั่นว่าจะมีอำนาจของรัฐบาลชุดที่แล้วคอยตามล่าอยู่

0 ช่วงจำศีลถือว่าเป็นช่วงชีวิตที่ดีหรือร้าย แล้วเรียนรู้อะไรบ้าง?

ต้องยอมรับว่า ช่วงจำศีล ผมอาจจะดูเหมือน 'วัวงานที่เกียจคร้าน' สำหรับขบวนการประชาชนไทย มากกว่าสมัยที่ผมเริ่มออกมาต่อสู้ช่วงมีการชุมนุม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมองว่า เป็นประโยชน์ต่อส่วนตัวและส่วนรวม คือ วันนี้ผมมีความแข็งแรงมากขึ้น มีความพร้อม มีความสุขุม มีความนิ่ง มีการได้เรียนรู้ ในช่วงเวลาสองปีในหลายๆ ด้าน มีการคบหาสมาคมกับพี่น้องในวงกว้างมากขึ้น ผมรู้สึกว่า แน่นอนล่ะ สองปีที่ผ่านมา ผมอาจจะมารับใช้พี่น้องในฐานะเป็นวัวเป็นควายไถนาน้อยกว่าก่อนหน้าการชุมนุม แต่วันนี้ผมกลับมาแล้ว "ผมจะกลับมาไถนาให้ดีกว่าเดิม"

0 จำนวนพี่น้องที่ต้องการเยียวยามากน้อยแค่ไหน?

ทุกวันนี้ผมเองก็ยังไม่ทราบว่า มีมากน้อยแค่ไหน ผมเองยังใช้วิธีการยืนยันแบบว่า รู้จักใคร จริงๆ กระบวนการเยียวยาของรัฐบาลและพี่น้องเสื้อแดง ที่ตอนนี้นำโดย องค์กรช่วยเหลือประชาชนจากการเรียกร้องประชาธิปไตย ของคุณสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ที่ตั้งอยู่ที่ อิมพีเรียล ถือว่าพอพี่น้องรู้ข่าว พี่น้องจะมาอย่างมหาศาล แต่เราต้องยอมรับว่า ทุกองค์กรทุกโครงสร้าง ทรัพยากรหรือเงินที่เยียวยามันมีจำกัด เพราะฉะนั้นเบื้องต้นตรวจสอบก่อนว่า อะไรจริง-ไม่จริง ถ้าเกิดเป็นผู้สมควรเยียวยา เราจะเยียวยา แต่ถ้าเป็นผู้สมควรเยียวยาแล้ว ในเมื่อทรัพยากรเรามีจำกัด เราก็ต้องดูตามกรณีเร่งรัด

ส่วนหนึ่งที่ผมได้เข้าไปร่วมคือมีหน้าที่ยืนยันในส่วนนี้ว่า อะไรเป็นกรณีเร่งรัด อะไรเป็นกรณีรีบร้อน และใครเป็นผู้ที่ควรได้รับการเยียวยาจริงๆ ส่วนใครไม่ใช่ ผมเองก็มีหน้าที่ที่ผมต้องไปรับประกัน

0 มีตำแหน่งอะไรไหมคะ?

ไม่มีครับ พวกเราก็ยังไม่มีตำแหน่งทางการเมือง แต่เรามีภาระหน้าที่อยู่กับพี่น้องเสื้อแดงโดยที่มันทิ้งไม่ได้

อย่างผมนี่ออกมากลับคืนสู่สังคมใหม่ๆ ก็ไม่มีใครจำได้ ส่วนหนึ่งก็คือรูปโฉมเปลี่ยนไป พอพี่น้องจำได้แล้ว เขาเองก็จะรู้ว่า เราทำอะไรได้มากกว่าเขา หลายเรื่องที่เขาเดือดร้อน หลายเรื่องที่เขาต้องการสื่อผ่านไปหาผู้มีอำนาจ เขาก็จะมาหาเรา การออกมารับใช้ประชาชน เหมือนการขี่หลังเสือ คือทันทีที่คุณออกมารับใช้ประชาชนแล้วคุณจริงใจกับเขา คุณสลัดภาระหน้าที่ในการรับใช้เขาไม่ได้

0 คืนสู่เมืองแล้ว มองพลังการเคลื่อนไหวของพี่น้องเสื้อแดงยังไงบ้าง เหนียวแน่นเหมือนเดิม?

พี่น้องเสื้อแดงส่วนหนึ่งรู้สึกชนะแล้ว ก็ปรับเข้ากับโครงสร้างอำนาจรัฐ และได้ผลประโยชน์จากอำนาจรัฐ ทำให้เขาถอยห่างจากการเคลื่อนไหวมวลชนไป แต่ในขณะที่พี่น้องประชาชนที่ตาสว่าง จะจากการให้ความรู้กันเอง หรือการเสาะแสวงหาข้อมูลจากเทคโนโลยีข่าวสารพัฒนามาไกลมาหลังรัฐประหารหลายปีนี้ หรือว่าเป็นพี่น้องที่ตาสว่างจากการถูกล้อมปราบทั้ง 10 เมษาและพฤษภา 53 พี่น้องส่วนใหญ่ยังรู้สึกว่า ประเทศนี้ยังไม่ปกติสุข พี่น้องจึงออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอยู่เสมอ

ปรากฏการณ์หนึ่งที่ผมอยากให้พี่น้องสื่อมวลชนไปติดตามดูก็คือ ปรากฏการณ์ 'หมู่บ้านเสื้อแดง' ซึ่งสื่อต่างประเทศเขาไปถ่ายทำสกู๊ปสารคดีแพร่หลายไปทั่วโลกแล้ว มันสะท้อนความอึดอัด ความเก็บกดทางชนชั้นและความต้องการเปลี่ยนแปลงปฏิวัติสิ่งใหม่ของประชาชนส่วนใหญ่ที่อยู่ในชนชั้นผู้ผลิตและชนชั้นกลาง หรือว่า ผู้อยู่ห่างไกลศูนย์กลางประเทศไทยหรือว่าบางกอก

เพราะฉะนั้นตรงนี้เลยอธิบายได้ว่า ตราบใดที่ประเทศไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ พี่น้องเสื้อแดงที่มีแนวร่วมทางการเมืองหรือการต่อสู้ของเขา คือพรรคเพื่อไทย แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ได้มุ่งมั่นแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย หรือว่าไม่ว่าไม่มุ่งมั่นแก้ไขกระบวนตุลาการให้มันยุติธรรม ไม่ใช่เหมือนสองมาตรฐานอย่างที่ผ่านมา พี่น้องเสื้อแดงก็จะไม่คอยพรรคเพื่อไทย พวกเขาก็จะเคลื่อนไหวกันเอง

หลายกลุ่มก็มีการพูดถึงการจัดตั้งพรรคการเมือง หลายกลุ่มก็มีการตั้งกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย โดยที่ไม่ได้มุ่งที่จะเป็นพรรคการเมืองเพื่อมุ่งสู่อำนาจรัฐ หรือส่งผู้รับสมัครลงแข่งขันการเลือกตั้ง แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนว่า พวกเขายังมีจิตใจมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

0 การตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงได้ ก็น่าจะถือว่าปลดปล่อยและสถานการณ์ก็น่าจะดีขึ้นแล้ว

แต่ที่สุดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างวัดที่เศรษฐกิจ ตราบใดที่ประชาชนยังมีเงินในกระเป๋าน้อย ไม่สามารถจับจ่ายใช้สอยตามความเจริญรุ่งเรืองทางวัตถุที่เป็นจริง ตามสภาพการณ์ทางสังคมที่พัฒนาการไปจริง พวกเขาไม่มีวันจะหยุดนิ่ง

ตราบใดที่เขายังไม่มีรัฐบาลที่ต่อสู้เพื่อปากท้องเขาอย่างจริงจัง พวกเขาจะไม่หยุดแค่หมู่บ้านเสื้อแดง พวกเขาจะตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงให้มากยิ่งขึ้น และพวกเขาก็จะดูว่า ใครคือคนที่พวกเขาควรจะส่ง หรือว่า ผลักดันให้ไปเป็นผู้แทนราษฎรของเขา พวกเขาจะพัฒนาระบบ 'ไพรมารี โหวต' ขึ้นมา แล้วที่สุดเราก็จะมีผู้แทนราษฏรที่มาจากประชาชน เลือกกลั่นกรองสนับสนุนเข้าสู่ให้ไปนั่งเก้าอี้ในรัฐสภาอย่างแท้จริง

0 เรื่องเศรษฐกิจปัญหานี้คุยกันกว้างขวาง?

ประชาชนก็ต้องการที่จะมีผู้แทนฯ หรือรัฐบาลที่มาแล้วทำให้ชีวิตความเป็นอยู่เขาดีขึ้น เงินมากขึ้นอย่างหนึ่งก็ต้องแสดงความเห็นใจพรรคเพื่อไทย ที่เข้ามาไม่กี่เดือนก็ประสบปัญหาอุทกภัยใหญ่ ที่ผมพูดอย่างนี้ ไม่ใช่เพราะผมเป็นคนเสื้อแดงแล้วต้องสนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่คิดตามสภาพการณ์ที่เป็นจริง

ทุกวันนี้พรรคฝ่ายค้านซึ่งเคยเป็นรัฐบาล ก็โจมตีว่า แพงทั้งแผ่นดิน อะไรก็แพง มูลเหตุหรือปัจจัยที่นำมาสู่ข้าวของแพง เราก็ต้องย้อนกลับไปดูตั้งแต่เรื่องภัยพิบัติ หลายๆ อย่างมาประกอบกัน ไม่ใช่อยู่คุณก็ต้องการหักล้างหรือทำลายทางการเมือง

ก็อยากให้โอกาสรัฐบาลได้รีบจัดการปัญหาในส่วนนี้ เรื่องปากท้องประชาชน แล้วเรื่องกระบวนการทางยุติธรรมที่ยังค้างคา ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการต่อสู้ของพี่น้องเสื้อแดงหลังปี 2553 แล้วผลจากความเสียหายทางเศรษฐกิจทำให้เงินทองในกระเป๋าของพี่น้องน้อยลง ขณะที่ข้าวของแพงขึ้น

จึงอยากให้รัฐบาลเร่งผลักดันในสองส่วนนี้ ทั้งการเมืองที่ 'คืนความชอบธรรม' ให้กับสังคมและนักโทษการเมือง ส่วนเศรษฐกิจให้ 'คืนเงินทอง' มาอยู่ในกระเป๋าประชาชนอย่างสมเหตุสมผล สมคุณค่าหยาดเหงื่อแรงงานที่พวกเขาใช้ ไม่ใช่แค่จ่ายค่าแรงสามร้อยให้กับกรรมกร ไม่ใช่แค่จ่ายค่าแรงขั้นต่ำให้สามร้อย เราต้องดูทุกส่วน ทุกกลุ่มของสังคมไทย ดูว่าเขาจะมีชีวิตได้แค่ไหน เป็นจริงได้หรือไม่

0 ผลกระทบนี้พี่น้องเสื้อแดงมีการยื่นจดหมายต่อรัฐบาลหรือไม่?

มี คือคนเสื้อแดงมีหลายกลุ่มมาก แล้วแต่ระดับวุฒิภาวะของแต่ละกลุ่ม อย่างเช่น กลุ่มปฏิญญาหน้าศาล จริงๆ เราก็เรียกร้องกับรัฐบาล ศาลตุลาการ ด้วยการชุมนุมสันติวิธี เรียกว่า บาทวิถีเสวนาก็จะเป็นแบบนี้ทุกอาทิตย์ ใหม่ๆ เราก็ไม่ได้รับการตอบรับจากสื่อมวลชน เพราะยังมองว่าเราอาจจะมาเคลื่อนไหวเย้วๆๆ แต่จริงๆ เรามีภารกิจที่มั่นคงชัดเจนของเรา คือเอาพี่น้องออกจากคุก เพราะฉะนั้นกลุ่มของเราก็จะมีแนวร่วมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงพี่น้องเสื้อแดงที่เคยไม่เข้าใจเรา ตอนนี้เริ่มนำมิตรสหายเข้ามาเสริมทัพเราเพิ่มทุกอาทิตย์

โดยเฉพาะกรณีการเสียชีวิตของอากง ในแง่ความสนใจจากสื่อ ตอนนี้กลุ่มปฏิญญาหน้าศาล เราก้าวกระโดดไปถึงสื่อระดับนานาชาติแล้ว ที่ไม่เคยมาร่วมกับกลุ่มก็มากันมากมาย เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่เก่ยวข้องกับแกนนำทั้งสิ้น

กรณีของอากง ถ้าเกิดคนรู้แค่ภายนอกก็จะไม่รู้สึกอะไร แต่ในส่วนของกลุ่มปฏิญญาหน้าศาล เราใกล้ชิดกับภรรยาของอากง และในส่วนคดี และทนาย แล้วตัวเราเองก็รับทราบอาการป่วยของอากงมานานแล้ว เราใช้การผลักดันทั้งในระดับผู้ใหญ่ คือ เราก็แจ้งระดับอธิบดีกรมราชทัณฑ์ไป แล้วก็ทางนโยบายก็อนุมัติมาว่า จะส่งอากงไปรับการรักษาพยาบาล แต่เนื่องจากการปฏิบัติของระบบราชการ ก็ยืดเยื้อยาวนานจนอากงเสียชีวิตตามที่คณะแพทย์รายงาน

0 แนวทางเรื่องตั้งพรรคการเมืองต่อไป

สำหรับพรรคที่ผมเคยตั้งและเป็นหัวหน้าพรรค ตอนนี้เนื่องจากไม่สามารถหาสมาชิกได้ห้าพันคนตามเงื่อนไขของ กกต.พรรคนั้นจึงถูกยุบไปแล้ว ยุบไปในช่วงเดียวกับการถูกสลายการชุมนุม

ส่วนพรรคการเมืองอื่นที่จัดตั้งมาเป็นแนวร่วมของคนเสื้อแดง โดยที่ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ก็มีการพูดคุยกันเยอะ แต่ยังไม่ได้สรุปอะไรกัน เหมือนกับว่าตอนนี้ทั้งหลายทั้งปวง ก็อยากให้โอกาสนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ทำงานอีกระยะหนึ่ง อย่างน้อยก็หนึ่งสมัย

0 แนวทางปรองดอง

เรื่องปรองดองสนับสนุนอยู่แล้ว และยืนยันว่า คนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีการเคลื่อนไหวหรือแสดงออกทางการเมือง ต้องได้รับการเยียวยาทุกกลุ่มทุกคน แต่หลังจากการปรองดองเสร็จ ก็มองว่า คนที่ได้มีคำสั่งให้สังหารเข่นฆ่าประชาชนหรือล้อมปราบประชาชนครั้งใหญ่ที่สุด ก็ต้องมาขึ้นศาล

0 มีความคิดเห็นอย่างไรต่อกระแสที่ว่า 'ท้ายที่สุดแล้ว คนเสื้อแดงใช้ทักษิณเป็นเครื่องมือสู่ประชาธิปไตย'

ประเด็นนี้เราคุยกันมานาน คือทุกคนมีฟังก์ชั่นซึ่งกันและกัน หมายถึงว่า ทุกคนก็มีหน้าที่ของตัว ทุกคนก็เป็นเครื่องมือของคนอื่นด้วยกันทั้งหมด ยกตัวอย่าง ถ้าใช้แนวคิดแบบทฤษฎีกลไก เรื่องนี้ก็ธรรมดา คนเสื้อแดงจะใช้ทักษิณ หรือทักษิณจะใช้เสื้อแดง มันขึ้นอยู่กับสภาพสถานการณ์แต่ละสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ความแข็งความอ่อนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ถ้าช่วงใดคนเสื้อแดงแข็งมากกว่ากระแสคุณทักษิณ คนเสื้อแดงก็อาจจะเป็นผู้กดดันให้คุณทักษิณดำเนินการตามคนเสื้อแดงพึงพอใจ แต่ช่วงไหนคนเสื้อแดงอยู่ในภาวะอ่อนแรงกว่าอำนาจทางการเมืองของคุณทักษิณและเครือข่าย คุณทักษิณและเครือข่ายก็อาจจะใช้อำนาจในส่วนนั้น กำหนดให้คนเสื้อแดงดำเนินการบางอย่าง ที่เป็นประโยชน์กับส่วนตัวหรือส่วนรวม

แต่ทั้งหลายทั้งปวง รวมทั้งข้อความสองอัน ก็ต้องบอกว่า ที่สุดแล้ว ในส่วนของคุณทักษิณประสบ หลายอย่างมันไม่มีความสมเหตุสมผลจากกระบวนตุลาการ เพราะฉะนั้นคุณทักษิณจะว่าเคลื่อนไหวเพื่อส่วนตัวหรือส่วนรวม มันมีผลประโยชน์ร่วมกันอยู่

ก็เหมือนเรื่อง 112 ที่อากงตาย ถามว่าอากงตาย มูลเหตุคืออะไร กรณีของอากงในบรรดานักกฎหมาย หรือกระบวนการสืบสวนสอบสวน หรือกระบวนทนายความตุลาการ คลาสสิกมากนะ คือมันไม่ผิด แต่ถูกทำให้ผิด แล้วที่คลาสสิกมากคือ อากงไม่ใช่เสื้อแดง ที่สุดแล้ว มันเลยอธิบายว่า คดี ม.112 มีปัญหาในตัวเองอย่างรุนแรง โดยที่คนไม่ได้รับรู้ชีวิตคนที่โดนผลกระทบ ก็จะไม่รู้สึกว่ามันมีผลต่อตัวเองด้วย

ผมมองว่า ในกรณีของอากง ไม่ว่าจะเป็นภรรยาหรือลูกหลานของอากง มันเป็นการต่อสู้เพื่อครอบครัวของเขา แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการต่อสู้เพื่อพลเมืองไทยทั้งประเทศด้วย โดยเฉพาะแวดวงนักคิดนักเขียนหรือสื่อสารมวลชน

0 มองย้อนกลับไปเกือบสองปีที่ผ่านมา คิดว่า ผ่านช่วงเวลาจำศีลมาได้อย่างไร?

ส่วนหนึ่งก็ต้องบอก ทันทีที่คุณจริงใจกับประชาชน ประชาชนก็จะจริงใจกับคุณ โอบอ้อมและเลี้ยงดูคุณประหนึ่งเป็นบุตรธิดาของเขา ผมผ่านชีวิตช่วงนั้นมาได้เพราะพี่น้องเสื้อแดง

ความเป็นอยู่ มันก็แน่นอน ไม้หนึ่ง ก.กุนที แต่ก่อน มีงานการทำ อาทิตย์หนึ่งใช้เวลาไม่ถึงวันก็เขียนบทกวีได้บทหนึ่ง แล้วมีพื้นที่สื่อลงประจำ และได้ค่าตอบแทนประจำทุกเดือน และเป็นเจ้าของร้านอาหารที่ขายเป็ดย่างขายอาหารกวางตุ้ง แต่ก่อนผมก็ถือว่าเป็นนายทุนน้อยคนหนึ่ง เป็นคนที่มีอันจะกินคนหนึ่ง ชีวิตมันย่อมไม่เหมือนช่วงที่ไปอยู่ในการดูแลคนอื่น

เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ไม่ต้องถามเลยว่า มันไม่มีอะไรจะดีเท่ากับบ้านของตัวเอง แต่จริงๆ แล้ว สองปีที่ผ่านมา ทำให้ผมเป็นคนไม่ยึดติดกับบ้านเหมือนกัน

ผมอาจจะมองว่า โลกนี้เป็นหนึ่งเดียวกันไปแล้ว ทุกที่เป็นบ้านของเรา ประเทศในภูมิภาคนี้เป็นเครือญาติกันทั้งสิ้น มีจุดเริ่มต้นที่เดียวกัน หรือที่สุดแล้ว โลกทั้งใบก็เป็นมนุษย์เหมือนๆ กัน เพราะฉะนั้นทุกที่ทุกทาง ถ้าเราอยู่ได้ ก็เป็นบ้านของเราได้หมด

ผมเคยเห็น เคยได้รับฟังจากนักคิดนักต่อสู้ในตำนานที่เป็นรุ่นพี่ ถ้าเกิดพูดคนอื่นอาจจะหมั่นไส้ก็ได้ที่ไปเปรียบเทียบตัวเองกับ เช เกวารา อย่างเช พอถึงระดับหนึ่งที่ปฏิวัติคิวบาสำเร็จ เขาไม่ต้องการหยุดอยู่แค่คิวบา แต่ต้องการไปโบลิเวีย อาร์เจนตินา เขารู้สึกว่ามันมีคนทุกข์ยากอยู่ทุกถิ่นที่ในโลกนี้ ถ้าคุณปัดกวาดแค่บ้านคุณสะอาดแต่ยังมีกองฝุ่น ยังมีงูเงี้ยวเขี้ยวขออยู่รอบๆ บ้าน วันหนึ่งฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเลอะเทอะเหล่านั้น ก็ย่อมปลิวเข้ามาบ้านคุณได้เหมือนกัน แต่ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนแปลงต้องการอภิวัฒน์ คุณก็ต้องควรที่จะปฏิบัติอภิวัฒน์ในโครงสร้าง ไม่ใช่มีทัศนะคับแคบทำเฉพาะที่บ้านของตัวเอง

ที่สุดแล้วเราก็เป็นมนุษยนิยม เราไม่ได้ต่อสู้เพื่อคน กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเสื้อสีใดสีหนึ่ง หรือว่าชาติใดชาติหนึ่ง เราต่อสู้เพื่อให้มนุษย์ทั้งโลกนี้ได้รับความเท่าเทียม ยุติธรรม อันพึงมีพึงได้โดยไม่จำกัดเชื้อชาติหรือพรมแดนประเทศ

0 บ้านอีกหลังที่อยู่ได้เพราะมิตรไมตรีของผู้คนด้วย?

ใช่ ถ้าคุณมีไมตรีคุณไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อทุกที่ทุกสถานที่คุณอยู่ คุณก็จะได้รับมิตรไมตรี เรายอมรับเขา เขาก็ยอมรับเรา การเคารพซึ่งกันและกัน สิ่งสำคัญคือว่า ถ้าเราเชื่อมโยงกันได้ หรือว่า ทั้งเราและพี่น้องที่ผ่านทาง มีต้นกำเนิดเดียวกัน จะไม่มองว่าเป็นศัตรูกันเป็นอันขาด สำหรับเรื่องพรมแดนในทัศนคติของผม ถือว่า มนุษย์ไม่มีพรมแดน แล้วคงไม่มีประเทศไหนที่บ้าก่อกำแพงเบอร์ลินขึ้นมาอีก หลังจากที่เยอรมนีตะวันตก-ตะวันออก ได้ทุบมันทิ้งไปแล้ว