เพื่อไทยวอนกกต.จัดเลือกตั้งในกรอบ 45-60 วัน ตั้งฉายา "อภิสิทธิ์นางอาย" หลังหนีประชุมร่วมกับกกต.และพรรคการเมือง
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับ 64 พรรคการเมืองเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ต้องขอขอบคุณ กกต.ที่มีความตั้งใจจะเดินหน้าให้มีการเลือกตั้ง ถือเป็นเรื่องดีที่ได้พูดคุยเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน แม้จะยังมีความเห็นต่างในเรื่องของกรอบเวลาก็ตาม โดยกกต. ได้เสนอกรอบเวลาในการเลือกตั้งเร็วที่สุดคือวันที่ 20 ก.ค. หรือ 90 วันหลังจากการหารือร่วมกับพรรคการเมือง ซึ่งพรรคเพื่อไทยเห็นว่า กกต. ควรดำเนินการให้เร็ว พรรคการเมืองได้เสนอกรอบระยะเวลา 45-60 วันหลังประชุมหารือ เพราะทางออกและการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศไทยคือการเลือกตั้ง ถ้าหากล่าช้าจะกระทบถึงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีของประเทศ ทั้งนี้ อยากให้กกต.แสดงความจริงใจ โดยกำหนดวันเลือกตั้งให้เร็วกว่ากรอบแรก เพราะต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงการจัดทำงบประมาณประจำปีด้วย กกต.ต้องพิจารณาเร่งกรอบเวลาให้เร็วขึ้นตามกรอบที่พรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นร่วมกัน ซึ่งหากเร่งการออกพ.ร.ฎ.ขึ้นมา 2-3 สัปดาห์เชื่อว่าประชาชนจะชื่นชม วันนี้พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าทางออกของประเทศคือการเลือกตั้งและฟังเสียงประชาชน จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ เพื่อให้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่มารับหน้าที่ต่อโดยเร็วที่สุด
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยอ้างเรื่องความปลอดภัย อีกทั้งนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ อ้างว่ามีการนำอาวุธเข้าพื้นที่การประชุมเพื่อหวังก่อเหตุสังหารนายอภิสิทธิ์นั้น การกล่าวอ้างเช่นนี้เป็นการจินตนาการเกินกว่าความเป็นจริง ขอตั้งข้อสังเกตว่า การที่นายอภิสิทธิ์ตัดสินใจไม่เข้าร่วมประชุมในนาทีสุดท้ายเป็นเพราะได้รับคำสั่งจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ใช่หรือไม่ มีการสร้างเงื่อนไขอ้างความไม่ปลอดภัยโดยใช้มวลชนกปปส. แจ้งวัฒนะที่นำโดยหลวงปู่พุทธอิสระมาชุมนุมคัดค้านหน้าทางเข้าที่ประชุม เพราะถ้าหากเป็นเรื่องจริงนายอภิสิทธิ์ก็ควรออกมาชี้แจงต่อสังคม ไม่อย่างนั้นนายอภิสิทธิ์ก็ไม่ต่างจากนางอาย เพราะไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ มีแต่คอยหนีปัญหามาโดยตลอด ทั้งเรื่องการหนีทหาร บอยคอตการเลือกตั้ง และล่าสุดก็หนีการประชุมหาทางออกในการเลือกตั้งอีก
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอเพิ่มเติมพยานให้ปากคำต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวด้วยว่า ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตว่า ป.ป.ช.ไม่ควรตัดพยานเป็นอย่างยิ่ง เพราะการตรวจสอบต้องพิจารณาให้ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน ดังนั้น ป.ป.ช.จึงไม่ควรมองว่าการที่นายกฯ ขอเพิ่มพยานจะเป็นการทำให้เสียเวลาหรือยื้อเวลาของนายกฯในการชี้แจงข้อกล่าวหา ป.ป.ช.จะต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาอย่างตรงไปตรงมา





