วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลชี้พรฎ.เปิดประชุมวุฒิรอข้อสรุปเลขาฯวุฒิ

รัฐบาลระบุออกพ.ร.ฎ.เปิดประชุมวุฒิสภารอข้อสรุปจากเลขาฯวุฒิฯ-สภา สั่งกฤษฎีกายกร่างพ.ร.ฎ.เตรียมไว้ และประชุมครม.นัดพิเศษเมื่อได้ข้อสรุป

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณีวุฒิสภาขอให้รัฐบาลตราพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ ในวันที่ 24 เม.ย.ว่า เลขาธิการวุฒิสภาเสนอให้เปิดประชุมในวันที่ 1 พ.ค. และปิดประชุมในวันที่ 10 พ.ค. เพื่อพิจารณาการแต่งตั้งบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 132 (2) แต่ปรากฎว่ามีหนังสือจากสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีความเห็นต่าง โดยเห็นว่าการเปิดประชุมเป็นอำนาจของประธานรัฐสภา ส่วนคณะรัฐมนตรีนั้นทางเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีการหารือกับเลขาฯวุฒิสภา เลขาฯสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงรองราชเลขาธิการมาแล้วครั้งหนึ่ง สุดท้ายมีหนังสือความเห็นของสำนักงานเลขาฯรัฐสภา ซึ่งเห็นต่างจากสำนักงานเลขาฯวุฒิสภา ทั้งนี้ครม.ได้รับทราบความเป็นมาทั้งหมดและได้เร่งรัดให้เลขาฯครม. ไปประสานกับสำนักเลขาฯวุฒิสภาและสำนักเลขาฯสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ได้ข้อยุติ ขณะเดียวกันได้ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเตรียมยกร่างพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมฯ เพื่อพิจารณาการแต่งตั้งบุคคล ตาม รธน ม.132(2) ไว้ก่อน เมื่อไหร่ก็ตามที่สำนักเลขาธิการวุฒิสภาและสำนักเลขาธิการผู้แทนราษฎรมีความเห็นตรงกัน ทางครม.จะเรียกประชุมครม.นัดพิเศษเพื่อดำเนินการต่อไป

นายพงศ์เทพ กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดประชุมวุฒิสภาเพื่อถอดถอนบุคคลตามมาตรา 132 (3) นั้น ทางเลขาฯวุฒิสภา ยังเห็นว่ามีความเห็นต่างกัน และยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งรีบดำเนินการในตอนนี้ โดยขณะนี้ประเด็นที่ส่งมายังครม.เป็นเรื่องการขอตราพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมฯ ตามมาตรา 132(2) เท่านั้น ส่วนจะดำเนินการได้ทันตามกรอบเวลาคือวันที่ 1 พ.ค.หรือไม่ ถ้าทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงกันได้เร็ว ทางเราได้ยกร่างฯ พ.ร.ฎ.เตรียมไว้แล้ว และพร้อมที่จะเปิดประชุมครม.นัดพิเศษทันที

นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงปัญหาการเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาแต่งตั้งบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 132 (2) ว่า สำหรับความเห็นต่างกันระหว่างสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภานั้น ในส่วนของเลขาธิการวุฒิสภาพยายามทำตามกรอบข้อบังคับที่เคยทำมาทั้งกรอบเวลา ซึ่งต้องทำตามระเบียบ และข้อบังคับของวุฒิสภา ส่วนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะเลขาธิการรัฐสภาเห็นว่า หนังสือที่ส่งมาต้องมาจากประธานรัฐสภา หรือคนที่ทำหน้าที่แทนคือ ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา แต่กรณีนี้รองประธานรัฐสภาไม่อยู่ มีแต่รองประธานวุฒิสภาที่รักษาการประธานวุฒิสภา จึงเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายต้องตกลงกันเองให้ได้ก่อน เมื่อได้แล้วค่อยส่งมา ซึ่งระหว่างนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาเองเตรียมยกร่างพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสมัยวิสามัญตามที่เราเห็นว่าถูกต้องและสามารถทำได้

ด้านร้อยโทหญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุมครม.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำชับและเร่งรัดให้เลขาฯครม.และเลขาฯกฤษฎีกา ประสานไปยังเลขาฯ วุฒิสภา เพื่อหาข้อยุติในเรื่องดังกล่าว หลังจากนั้นก็มอบหมายให้เลขาฯกฤษฎีกายกร่างพ.ร.ฎ. เอาไว้ก่อน เพื่อดำเนินการในสิ่งที่เกี่ยวข้องต่อไป