"อนุทิน"ระบุช่องทางรอดบ้านเมือง"คู่ขัดแย้ง"ต้องประนีประนอม
"เนชั่นชาแนล ช่อง 22"ได้สัมภาษณ์เจาะลึกทุกมุมมองและความคิดเห็นของ นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถึงหนทางก้าวผ่านความความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศไทยที่กำลังเข้าใกล้ทางตันไปทุกที
O การผ่านความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงนี้มีความ เป็นไปได้มากน้อยเพียงใด
ความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง เกิดขึ้นมานานจนหากไม่มีการพูดคุย หรือการพยายามถอยคนละก้าวเพื่อหาจุดที่ลงตัว ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่าย จะไม่ทำให้แต่ละฝ่ายชนะหรือแพ้แล้ว แต่คนที่แพ้ที่สุด คือบ้านเมือง อันนี้ชัดเจนแล้วบ้านเมืองจะไปไหนไม่ได้ ไม่ต้องไปหาวิธีอะไรเลยนอกจากคู่ขัดแย้งต้องมาหาวิธีประนีประนอมกัน
ผมก็พยายามพูดอยู่เสมอว่า คำว่าประนีประนอมไม่ใช่ว่าตั้งเงื่อนไข ต้องมาคุยกันด้วย ไม่ต้องให้มีคนกลาง เพราะเป็นเรื่องของแต่ละขั้วอย่างชัดเจนแล้ว คู่กรณีคุยกันแล้วหาวิธีที่เอาบ้านเมืองเป็นที่ตั้งมันจะต้องมี ทางออก
ทางออกที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ ราบรื่น อธิบายกับทุกฝ่ายได้ ไม่มีการต่อต้านอย่างรุนแรงจากผู้คนส่วนใหญ่ก็คือ ต้องเริ่มจากการเลือกตั้ง เราเป็นบ้านเมืองที่เป็นระบอบประชาธิปไตย หนีการเลือกตั้งไม่พ้น การเลือกตั้งเป็นตัวที่จะกำหนดอนาคตของบ้านเมือง ผมเชื่ออย่างนั้น
O อีกด้านบอกว่าต้องปฏิรูปก่อน ต้องสะสางความไม่เป็นธรรม กฎ ระเบียบอะไรต่างๆ แล้วค่อยกลับมาสู่การเลือกตั้ง
ปฏิรูปอะไร ความไม่เป็นธรรมอะไร (หยุดคิด) รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าการเลือกตั้งจะต้องทำอย่างไรบ้าง ผู้ที่ตรารัฐธรรมนูญปัจจุบันมาก็เป็นประชาชน ไม่ใช่นักการเมืองที่เขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รัฐธรรมนูญปี 2550 เกิดขึ้นในยุคที่บ้านเมืองมีการปฏิวัติ และมีการขอประชามติประชาชนแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบให้ตรารัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้น ทุกคนเชื่อว่ามีความเป็นธรรมในตัวมันเองในขณะนั้น แล้ววันนี้จะปฏิรูปอะไร
การปฏิรูปที่พูดๆ กันอยู่เรามีวิธีการเลือกตั้งมาไม่รู้กี่ชนิดแล้ว สมัยก่อนบอกว่านายกฯ ไม่ต้องเป็น ส.ส.ก็ได้ เราก็เคยออกมาเรียกร้องว่านายกฯต้องมาจากการเลือกตั้ง แล้ววันนี้เรากำลังจะบอกว่านายกฯเป็นใครก็ได้อีกหรือ สิ่งนี้อยู่ในครรลองระบอบประชาธิปไตยหรือไม่
ในปี 2535 ก่อนมีพฤษภาทมิฬลองบอกสิว่า นายกฯ เป็นใครก็ได้ แล้ววันนี้จะบอกนายกฯ เลือกตั้งไม่ดีผมว่าก็ผิดระบอบ ผิดครรลอง
ผมคิดว่าถ้าจะปฏิรูปต้องมีแคมเปญอย่างมโหฬาร แคมเปญจิตใจ รณรงค์ให้คนไทยรู้จักสำนึกแล้วว่าเราต้องเลือกคนดีเข้ามาทำงานให้บ้านเมือง ต้องเลือกพรรคการเมืองที่แก้ปัญหาให้บ้านเมืองได้ สำคัญที่สุดคนไทยต้องไม่ขายเสียงพรรคการเมืองเก่งไม่เก่งเป็นเรื่องรอง เรื่องหลักที่ทำให้เกิดปัญหาไม่จบไม่สิ้นคือยังมีการซื้อขายเสียงอยู่
O วันนี้มองการเลือกตั้งจะผ่าความขัดแย้งได้
คิดว่าเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีผลกระทบกับคนทั่วไป ที่ผ่านมาอาจโดนคนนี้บ้าง ไม่โดนคนนี้บ้าง แต่วันนี้เริ่มเห็นแล้วว่ามันกระจาย ยกตัวอย่างตอนนี้ทำอะไรไม่ได้เลย ไม่มีงบประมาณ 2 ล้านล้าน เผลอๆ พระราชบัญญัติงบประมาณปีปัจจุบันอาจจะประกาศไม่ได้ ต้องใช้รูปแบบเดิมไปก่อน ส่งผลหนักแน่นอน ธุรกิจ ผู้ประกอบการ เงินเดือน เงินดาวน์ผู้คน เริ่มโดนแล้ว วันนี้ฝีแตกแล้ว
เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าคนไทยทุกคนยังมีสำนึกที่ดีอยู่ ครั้งนี้ก็น่าจะเป็นการเลือกตั้งที่ยุติธรรม ไม่ต้องไปปฏิรูปอะไรมากมาย ไม่มีใครอยากเผาบ้านตัวเอง บ้านก็เริ่มพังจากฝาบ้านมาเพดาน ตอนนี้เสาเข็มเริ่มรับน้ำหนักไม่ไหวแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องนึกถึงว่าทำอย่างไรให้บ้านอยู่ได้ก่อนเพื่อที่พวกเราจะได้อาศัยอยู่ในบ้านได้
O การคุยกัน ถอยคนละก้าว กระบวนการจะเริ่มอย่างไรให้เป็นรูปธรรม
จริงๆ เกือบจะเริ่มได้แล้ว ทั้งสองฝ่ายก็เคยบอกมาเจอกันไหม ตอนนี้ออกไม่ออกทีวีไม่มีปัญหา ออกไปเลย คุยกันให้เห็นกันไปเลย มีประจักษ์พยานทั่วประเทศ ขอให้คุยโดยเอาความก้าวหน้าของบ้านเมืองเป็นหลัก ผมว่าจบนะ ถ้าทุกคนปฏิญาณว่าทุกคนทำแบบนี้ ออกมาแบบนี้ คนหนึ่งออกมาต่อต้าน คนหนึ่งบอกต้องอยู่เพื่อรักษาบ้านเมือง การต่อต้านก็เพื่อรักษาบ้านเมือง เป้าหมายเดียวกันคือต้องการรักษาบ้านเมืองก็ต้องมีทางจบ
O คนกลางจำเป็นหรือไม่ในสถานการณ์แบบนี้
คนกลางต้องว่าคนกลางแบบไหน ไม่ใช่คนกลางที่ไม่มีการเมือง คือประเทศไทยตอนนี้รัฐธรรมนูญปี 2550 ยังมีผลอยู่ นายกฯต้องมาจากการเลือกตั้ง เป็นอื่นไม่ได้ คำว่าคนกลางก็คือต้องเป็นนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นถ้ายังใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ก็ต้องดูว่าคนกลางไม่ใช่คนที่ไม่มีการเมืองเลย ไม่สมัคร ส.ส. ไม่ยอมเป็น ส.ส. ไม่อยู่ในการเมืองแต่กลางๆ ผมว่าไม่กลางจริง คำว่ากลางหมายถึงทุกฝ่ายต้องรับได้ทางการเมืองก็ต้องรับได้ ผู้ที่เห็นขัดแย้งรับได้ ประชาชนส่วนใหญ่รับได้ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่รับก็ไม่ได้
คำว่าคนกลางต้องบัญญัติให้ชัดเจนว่ากลางคืออะไร ต้องอยู่ในตะกร้า ไม่ใช่อยู่นอกตะกร้า คนที่ไม่มีการเมืองเลยเป็นใครก็ได้แล้วถูกหยิบมา ผมก็ยังมองไม่เห็นว่าจะผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญได้อย่างไร ตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก แล้วถ้ามาแบบไม่ตามครรลอง ไม่ตามระบบ คู่ขัดแย้งก็เปลี่ยนข้าง ไม่จบไม่สิ้น
O ถ้าต้องมีนายกฯคนกลาง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องถอยไปก่อนแล้วหานักการเมืองในสภาตามกฎหมาย หนทางนี้มีความไปได้หรือไม่
ก่อนถึงจุดนั้นถ้าทั้งสองฝ่ายตกลงกันก่อนว่าพอแล้ว ความขัดแย้ง ความรุนแรง การต่อต้านไม่มีผู้แพ้ชนะ พอแล้ว ตรงนั้นจะมีกระบวนการมีวิถีทางนำไปสู่ความสงบเรียบร้อยเอง
O วันนี้ชัดเจนแล้วว่าทั้งสองฝ่ายไม่มีใครชนะ
ผมคิดว่าเป็นอย่างนั้น เห็นด้วยหรือไม่ไม่ทราบ ตอนนี้คำว่าแพ้ชนะไม่ใช่เรื่องสำคัญแล้ว สำคัญตรงที่บ้านเมืองต้องอยู่ได้ คนหนึ่งชนะแล้วบ้านเมืองอยู่ไม่ได้จะเรียกว่าชนะได้อย่างไร ประกาศชัยชนะกับคนหมู่เดียว กลุ่มเดียว แต่สุดท้ายก็ยังกำหนดทิศทางบ้านเมือง บริหารประเทศไม่ได้ก็อยู่ไม่ได้หรอก
O กปปส.อาจบอกว่าเดี๋ยวนางสาวยิ่งลักษณ์ถูกชี้ขาดเรื่องสถานภาพ จากนั้นจะมีรัฏฐาธิปัตย์ให้วุฒิสภาเสนอชื่อนายกฯ นี่เป็นหนทางชัยชนะของเขา
วันนี้การที่นางสาวยิ่งลักษณ์อยู่หรือไม่อยู่ ไม่เกี่ยวอะไรกับประเทศของผม ผมไม่ได้มองว่านางสาวยิ่งลักษณ์ จะอยู่ได้หรือไม่ได้ ผมมองว่าทำอย่างไรประเทศไทยถึงจะอยู่ได้ ประชาชนของประเทศไทยสามารถอยู่ ในประเทศนี้ได้อย่างสงบสุข
นางสาวยิ่งลักษณ์ ตั้งแต่ยุบสภามา 9 ธันวาฯ ปีที่แล้วหรือก่อนหน้านั้นก็ไม่เห็นว่าจะทำอะไรได้ ท่านเป็นรัฐบาลรักษาการณ์ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง ซึ่งก็ถือว่ามีความเป็นธรรมพอสมควรแล้ว ถ้าคุณเป็นรัฐบาลรักษาการณ์คุณย้ายข้าราชการไม่ได้ กำหนดงบประมาณไม่ได้ ใช้งบประมาณไม่ได้ ทุกอย่างถ้าคุณจะทำอะไรต้องขอองค์กรต่างๆ ตามที่ได้ตราเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ
วันนี้จะมาบอกว่าถ้ารัฐบาลนี้อยู่แล้วจัดการเลือกตั้งไม่ได้ ไม่มีความเป็นธรรม เดี๋ยวรัฐบาลจะใช้ความได้เปรียบต่างๆ ผมก็ไม่ใช่รัฐบาล ผมก็เป็นพรรคฝ่ายค้านพรรคหนึ่ง ผมไม่กลัวนะเลือกตั้งครั้งหน้า โดยที่รัฐบาลยังรักษาการอยู่ ผมพร้อมนำพรรคภูมิใจไทยไปลงสนามเลือกตั้ง ที่ผ่านมาก็เลือกตั้งมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็จบไม่ได้
ต้องมีคนรับผิดชอบนะงบประมาณของหลวงที่ลงไป งบประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆ ของพรรค สมาชิกพรรค ผู้สนับสนุนพรรค ผู้บริจาคทั้งหลายเอามาใช้ในการเลือกตั้งแล้วทำให้สำเร็จสมบูรณ์ไม่ได้ ผมว่าไม่เป็นธรรมกับประชาชนทั้งประเทศ ไม่เป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่าย เงิน 4-5 พันล้านแล้วมาใช้สุรุ่ยสุร่ายแบบนี้ โดยที่รู้ว่าใช้แล้วไม่รอดอยู่ดีก็ไม่ควรที่จะปล่อยให้มีการเลือกตั้ง เมื่อปล่อยแล้วก็ต้องหาวิถีทางให้สำเร็จ
ตอนนี้ทุกอย่างก็ยังคาราคาซัง เท่าที่ทราบขัดรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้บอกว่าโมฆะหรือไม่โมฆะ และยังไม่มีการบอกว่าจะจัดอย่างไร เมื่อไร มองไป 3 เดือน 6 เดือนไม่ได้หรอก ฝ่ายที่บอกว่าไม่ให้ รัฐบาลนี้อยู่นานๆ แล้วยืดไป 3 เดือน 6 เดือนก็ยิ่งอยู่สบาย คนทุกข์คือนายกรัฐมนตรีคนเดียว คณะรัฐมนตรีชอบเลยเพราะไม่ต้องถูกปรับ ครม.แล้ว นี่ยิ่งทำให้บ้านเมืองออกทะเล ออกแม่น้ำ เดี๋ยวจะหาทางกลับไม่ถูก
O คุณอนุทินมองว่าอันดับแรกก็ต้องคุยกันก่อน เสร็จแล้วเลือกตั้ง
อะไรก็ได้เป็นผลดีทั้งนั้น เลือกตั้งก็เป็นการตัดสิน การพิพากษาของประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ เราต้องยอมรับประชาชนตัดสินมาแล้วบอกไม่ยอมรับ อย่างนี้เป็นประชาธิปไตยไม่ได้
วันนี้ทุกฝ่ายมีข้อโต้แย้ง มีเหตุผลบอกว่าอันนี้ไม่ดีไม่ถูก แต่จะต้องมีจุดหนึ่งที่ทุกฝ่ายโต้แย้งไม่ได้คือเมื่อประชาชนใช้สิทธิของเขาแล้ว ไม่มีสิทธิเหล่านั้นจะออกมาอย่างไร จะเชื่อหัวคะแนน จะเชื่อผู้นำอะไรก็แล้วแต่ เขามีสมอง มีวุฒิภาวะ เขาเลือกใช้สิทธิอย่างนั้นแล้วต้องยอมรับ เป็นคำตอบสุดท้าย
ถ้าไม่ยอมรับก็อย่าบอกว่าเป็นระบอบประชาธิปไตย หาระบอบอะไรขึ้นมาแล้วดูว่าประชาชนรับได้หรือไม่ ผมคิดว่าไม่มีอะไรดีกว่าการคืนอำนาจให้ประชาชน
O ในห้วงเฉพาะหน้าการคุยกันระหว่างทั้งสองฝ่ายมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด
อะไรที่มาก่อนเป็นประโยชน์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะคุยกันก่อน หรือกำหนดให้มีการเลือกตั้งก่อน
การกำหนดให้มีการเลือกตั้งก็จะเป็นการลดความกดดันในหลายๆเรื่อง ลดความขัดแย้งในหลายๆเรื่อง ทุกคนจะได้ออกไปสร้างคะแนนนิยมให้กับตนเอง ให้เป็นที่ไว้วางใจของคนที่จะเลือกเราแล้วเมื่อเขาเลือกเราเข้ามากระบวนการก็จะนำไปสู่บทสรุปก็จะกลับไปสู่สภาวะเดิมมีสภาฯ มีรัฐบาล มีฝ่ายค้านแล้วก็ว่ากัน
O กปปส.บอกว่าถ้าเลือกตั้งแบบเดิมๆ ระบอบทักษิณก็กลับมาอีก พ.ต.ท.ทักษิณ ก็มาชักใยนายกฯ คนก็ออกมาต่อต้านอีก
กลับมาแล้วทำได้ไหมละ ก็นี่ระบอบทักษิณ เขาเอาประเทศไทยเขาชนะไหม ไม่ว่าจะเป็นระบอบทักษิณ ระบอบนาย ก. นาย ข. นาย ค. ถ้าทำแล้วไม่ได้รับความไว้วางใจ ไม่ได้รับความเชื่อมั่น ไม่เป็นที่เชื่อถือของประชาชน ระบอบอะไรก็ไม่รอดหรอก
ยิ่งทุกวันนี้รัฐบาลใหม่ถ้าเข้ามา โอ้โห เรียกว่าจะต้องนั่งสงบเสงี่ยม เรียบร้อย แล้วคนที่จะมาเป็นนายกฯ เป็นรัฐบาลบริหารประเทศจากวันนี้ไป ผมว่าถ้าใครคิดว่าจะทำมาหากิน หาผลประโยชน์ใส่ตัวเอง ไม่มีใครยอมหรอก ยิงตัวตายก่อนดีกว่า อย่าไปทำเลย จะถึงจุดจบอย่างที่เรียกว่าไม่มีใครคิดมาก่อน นี่แหละครับสถานการณ์ทุกอย่างจะบีบให้เข้ามาในกรอบ
ผมเชื่อว่าคนที่อาสาสมัครมาเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยและพร้อมมารับใช้ชาติบ้านเมืองในสถานการณ์ปัจจุบัน เขาต้องมองถึงบ้านเมืองก่อนเขาคงไม่มองตัวเอง ต่อให้เขาได้ประโยชน์ของเขาเต็มที่คนเดียว กลุ่มเดียว พวกเดียวอยู่บ้านนี้ไม่ได้หรอก
O วันหนึ่งหากสองฝ่ายคุยกัน ถอยกันคนละก้าวจริงๆ หานายกฯคนกลางสักคน บอกคุณอนุทิน หัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งก็มีคุณสมบัติตามกฎหมาย คุณอนุทินเห็นว่าอย่างไร
ถ้าอยู่ในระบอบ มีสภา ผมเป็น ส.ส. ผมมี ส.ส.อยู่กี่คน ส.ส.สภา มี 500 คน ถ้ามีคนโหวตให้ผมเกิน 251 คน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ทำไมผมต้องมานั่งกังวลอะไรตรงนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องรอง เรื่องหลักคือถึงวันนั้นหรือยัง ถึงวันนั้นบ้านเมืองก็ไปได้ ถึงวันนั้นจะมีคนโผล่ออกมา ทุกคนก็คงจะมองว่าถ้าเหตุการณ์เป็นแบบนี้คนนี้เหมาะสม เหตุการณ์เป็นแบบนั้นคนนั้นเหมาะสม วันนี้เอาบ้านเมืองให้รอดไปก่อน
O มองว่าหัวใจหรือแก่นของความขัดแย้งทั้งสองฝ่ายอยู่ตรงไหน
ไม่รู้นะ มันต้องเลือกตั้ง ผมตอบคำถามไป ผมไม่ใช่คู่ขัดแย้งจะเอาตัวเองเข้าไปเป็นคู่ขัดแย้งอีกคนทำไม ทั้งสองฝ่ายผมรักและเคารพ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ทำอย่างไร จะหาจุดลงตัวที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ ถ้าทำได้ มีเหตุการณ์อะไรที่เกี่ยวข้องได้ ยินดีทำ
คนขัดแย้งระดับแบบนี้ ทุกคนก็มีความมั่นใจในตัวเองว่าทำในสิ่งที่ถูกต้องอยู่ จะไปบอกคุณคิดอย่างนี้ผิด เขาก็ไม่ยอมรับ ไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราจะต้องตั้งเป้าหมายอันหนึ่งก่อนว่า หากเชื่อมั่นว่าทั้งสองฝ่ายหวังดีกับประเทศชาติบ้านเมือง เป้าหมายนี้เห็นด้วยไหม ถ้าอีกฝ่ายบอกว่าจะขัดแย้งก็ขัดแย้งไป ไม่สนหรอก ตราบใดไม่ชนะไม่เลิก อย่างนี้คือผู้แพ้
ถ้าบอกว่าเป้าหมายคือถูกต้องอยากเห็นประเทศไทย ก้าวหน้าเดินต่อไปได้ ทำอย่างไรก็ได้ยอมถอยกันคนละก้าวสองก้าวเพื่อให้ไปถึงจุดนั้นได้ คุณถอยบ้าง ผมถอยบ้าง คุณรุกผมถอยก็จบได้





