"จาตุรนต์" รมว.ศึกษา วิจารณ์คำแถลงของสนง.ศาลรธน. อัดสับสนฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญเสียเองและตั้งตนอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ เลือกข้างฝ่ายการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงาน เฟซบุ๊คของนายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการ รมว.ศึกษา และแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความระบุว่าวิจารณ์คำแถลงของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
เห็นคำแถลงของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้วรู้สึกว่าเป็นคำแถลงที่สับสน สืบเนื่องมาจากบทบาทที่สับสนของศาลรัฐธรรมนูญเองในการวินิจฉัยเรื่องสำคัญๆหลายเรื่องที่ผ่านมา คำแถลงนี้ยังสะท้อนปัญหาการไม่เข้าใจว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญเสียเองและตั้งตนอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ เลือกข้างเลือกฝ่ายทางการเมืองอย่างโจ่งแจ้งต่อเนื่องกันมานั้นมีผลต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของสังคมมากเพียงใด
ความจริงคำแถลงของศอ.รส.ก็เป็นเพียงความเห็นเรียกร้องให้องค์กรต่างๆ ฝ่ายต่างๆช่วยกันป้องกันไม่ให้ปัญหาความขัดแย้งบานปลายยิ่งขึ้น ในส่วนที่เกี่ยวกับบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหาความสงบเรียบร้อยของประเทศคือถ้าตัดสินไม่เป็นประชาธิปไตยหรือไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม บ้านเมืองก็ยิ่งไม่สงบเรียบร้อย
ดูแล้วศอ.รส.ก็ทำตามหน้าที่ของเขาอย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ไม่เห็นจะเป็นการคุกคามหรือก้าวล่วงอย่างที่สำนักงานศาลฯแถลงชี้แจงแต่อย่างใด
ความจริงปัญหาความขัดแย้งในสังคมที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ต้นเหตุสำคัญที่สุดเป็นอันดับแรกๆก็มาจากบทบาทและการกระทำที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญนี่เอง
ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเรื่องสำคัญๆแบบถูกเป็นผิด ผิดเป็นถูกเต็มไปหมด การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยรัฐสภากลายเป็นการล้มล้างการปกครองฯ ขณะที่การล้มล้างการปกครองของสุเทพกับพวกกลายเป็นการใช้เสรีภาพโดยชอบตามรัฐธรรมนูญเป็นต้น
ล่าสุดเมื่อสุเทพประกาศจะตั้งตนเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ซึ่งมีความหมายว่าจะอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ เหนือศาลรัฐธรรมนูญ จะสั่งให้ยุบเลิกศาลรัฐธรรมนูญเสียก็ได้ ศาลรัฐธรรมนูญไม่เห็นว่าอะไร จึงน่าสงสัยว่ากับการที่ศอ.รส.ออกมาวิจารณ์ตักเตือนตามหน้าที่กลับทำเป็นทุกข์ร้อนฟูมฟายไปทำไม
ต้องช่วยกันบอกศาลรัฐธรรมนูญว่าหากตัดสินอะไรออกมาในทางที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและไม่ชอบธรรมอีก บ้านเมืองจะยิ่งเสียหาย ระบบยุติธรรมจะยิ่งเสื่อมทรามลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลรัฐธรรมนูญเองนั่นแหละจะยิ่งได้ชื่อว่าเป็นองค์กรที่ทำลายประชาธิปไตยและสร้างความแตกแยกเสียหายให้แก่ประเทศไทยมากที่สุดองค์กรหนึ่งในหลายปีมานี้





