วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังรับข้อเสนอของบกลางจ่ายจำนำข้าว

"คลัง" รับข้อเสนอชาวนาของบกลาง 40,000 ล้านบาท จ่ายจำนำข้าว พร้อมเรียกร้องม็อบหยุดขัดขวางหาแหล่งเงินจ่ายจำนำข้าว

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังเร่งหาแหล่งเงินที่ค้างนับแสนล้านบาท เพื่อจ่ายเงินให้กับชาวนา จึงเรียกร้องให้ม็อบผู้ขัดขวางปล่อยให้ธนาคารกลับมาปล่อยกู้ให้กระทรวงการคลังเหมือนเดิม จะทำให้มีเงินส่งให้ชาวนาได้รวดเร็วตามปกติเหมือนเดิม หากไม่มีการขัดขวาง ภายในสัปดาห์เดียวก็สามารถกู้ได้ ส่วนการที่จะให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ออกพันธบัตรและจ้างสถาบันจัดอันดับเครดิต กว่าจะดำเนินการเสร็จและสำรวจตลาด ต้องใช้เวลาเกือบ 4 เดือน

ส่วนกรณีหลายฝ่ายให้เร่งระบายข้าว เพื่อนำเงินมาจ่ายค่าจำนำข้าวนั้น ตามศักยภาพการขนส่งข้าวของโลจิสติกส์ไทย ขนส่งข้าวเพื่อการส่งออกได้เพียง 1 ล้านตัน/เดือน ได้เงินไม่เกิน 10,000 ล้านบาท/เดือน ดังนั้น จำนวนเงินที่ค้าง 190,000 ล้านบาท ต้องใช้เวลาระบายข้าวนานถึง 19 เดือน ซึ่งเงินที่ค้างหากต้องการจ่ายตามปกติ ต้องทำการกู้เงินเหมือนช่องทางเดิมที่ดำเนินการมาหลายปี

สำหรับกรณีข้อกล่าวอ้างว่ามีการทุจริตนั้น นายทนุศักดิ์ กล่าวว่า การรับจำนำข้าวมี 4 ขั้นตอน คือ 1.การลงทะเบียนเกษตรกร ดำเนินการโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2.การรับจำนำข้าว ดำเนินการโดยองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) 3.ขั้นตอนการจ่ายเงินตามใบประทวน ดำเนินการโดย ธ.ก.ส. และ 4. การระบายข้าว ดำเนินการโดยกระทรวงพาณิชย์ เมื่อพิจารณาทุกขั้นตอนแล้ว นับว่าขั้นตอนที่ 3 เป็นขั้นตอนที่โปร่งใสที่สุด เพราะเป็นเพียงการจ่ายเงินเท่านั้น ดังนั้น หากสงสัยว่าขั้นตอนไหนมีการทุจริต ก็ควรไปเรียกร้องหรือดำเนินการในขั้นตอนที่สงสัย เพราะขั้นตอนการจ่ายเงินไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการทุจริต จึงไม่ควรมาขัดขวางการจ่ายเงินให้กับชาวนา

ส่วนเงินสมทบเข้ากองทุนช่วยเหลือชาวนานั้น ขณะนี้มีเงินเข้ากองทุนฯ แล้วเกือบ 5,000 ล้านบาท เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และกองทุนหมู่บ้านนำเงินเข้ามาฝากเพิ่มเติม น่าจะทำให้ได้ถึง 20,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่จะได้เงินจ่ายชาวนาเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม นายทนุศักดิ์ เห็นด้วยกับแนวทางข้อเสนอของบกลางเพิ่มอีก 40,000 ล้านบาท จึงต้องเสนอต่องบกลาง เพราะต้องเร่งจ่ายเงินให้ชาวนา แต่ขึ้นอยู่กับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาในเรื่องนี้อย่างไร