ฝ่ายกฎหมายเพื่อไทยระบุคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และป.ป.ช. ไม่มีผลนายกฯให้พ้นตำแหน่ง
นายคณิน บุญสุวรรณ ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในคดีปล่อยปละละเลยการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งจะมีผลให้นายกรัฐมตรีต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่และทำให้เกิดสูญญากาศทางการเมือง ว่า จากการพิจารณาข้อกฎหมายพบว่า การชี้มูลของป.ป.ช.ไม่น่าจะมีผลทำให้นายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากขณะนี้นายกรัฐมนตรีอยู่ระหว่างการรักษาการณ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ซึ่งได้บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรีครใหม่ได้รับการเลือกตั้งเข้ารับหน้าที่
นายคณิน กล่าวอีกว่า มาตรา 10 ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 บัญญัติว่า ในระหว่างที่คณะรัฐมนตรีต้องอยู่ในตำแหน่งไปจนกว่าจะตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ เพราะนายกรัฐมนตรีเสียชีวิต ขาดคุณสมบัติหรือต้องคำพิพากษาจำคุก ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัตติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีหรือแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน
"ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นการพ้นจากรัฐธรรมนูญมาตรา 180 เมื่อมีการยุบสภา ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขตามมาตรา 10 วรรคห้าของพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีทั้งคณะที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่" นายคณิน กล่าว
ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยสถานภาพของนายกรัฐมนตรีตามคำร้องของกลุ่ม 40 ส..ว.นายคณิน กล่าวว่า แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 ประกอบมาตรา 268 และมาตรา 180(1) ก็จะไม่มีผลอะไร เพราะนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งไปตามมาตรา 180 แล้วไม่สามารถพ้นจากตำแหน่งอีกครั้ง คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่สามารถลบล้างมาตรา 181 ของรัฐธรรมนูญได้


