"อภิสิทธิ์"อัดศอ.รส. ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้ง-เพิ่มปัญหาให้บ้านเมือง หลังออกแถลงการณ์บีบองค์กรอิสระ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผ่านรายการฟ้าวันใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์ บลูสกาย ถึงแถลงการณ์ของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) ฉบับที่ 1 โดยเชื่อว่าแถลงการณ์ดังกล่าวจะเพิ่มความขัดแย้งให้กับสังคมเพิ่มมากขึ้น เพราะได้ยุยงให้กลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลไม่ยอมรับในอำนาจและคำตัดสิน และตนแปลกใจกับการทำหน้าที่ของศอ.รส.ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองแทนการเข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อย รวมถึงมองว่าศอ.รส. ได้ทำเกินหน้าที่อย่างไม่เหมาะสมที่ได้ได้ตั้งคำถามกับการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระในรัฐธรรมนูญ
"แถลงการณ์จะเรียกว่าสอนก็ไม่เชิง ขู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นการบีบให้องค์กรที่มีหน้าที่อย่าตัดสินในทางที่ไม่เป็นคุณกับรัฐบาล ที่เปรียบเหมือนความมั่นคงของประเทศ ทั้งที่ความมั่นคงของประเทศจะเกิดได้ คือ ทุกฝ่ายต้องเคารพกฎหมาย เคารพคำตัดสินของตุลาการและเคารพการตัดสินขององค์กรอิสระ แต่หากพบว่าคำตัดสินนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ว่าไปตามกระบวนการ ดังนั้นสิ่งที่ศอ.รส.ควรทำอย่างยิ่งคือแถลงการณ์ให้ทุกฝ่ายยอมรับคำตัดสินของป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญมากกว่าทำตัวเป็นปัญหา และเพิ่มความขัดแย้ง ด้วยการใช้กลไกรัฐ ,มวลชน ข่มขู่ คุกคามไม่ให้เกิดการตรวจสอบฝ่ายของตนเอง ดังนั้นเพื่อยุติปัญหาขอให้ ศอ.รส.สลายตัวไป เพราะไม่ได้ทำหน้าที่รักษาความมั่นคงแล้ว" นายอภิสิทธิ์ ระบุ
นายอภิสิทธิ์ ระบุถึงประเด็นข้อเสนของ ศอ.รส.ให้รัฐบาลนำความกราบขึ้นทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยว่าคณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งไปหรือไม่ หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสถานภาพความเป็นนายกฯ ว่าตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สิ้นสุดและมีผลผูกพันต่อทุกองค์กร แต่หากมีพยานหลักฐานยืนยันว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใดมีความไม่สุจริต สามารถดำเนินการโต้แย้งทางกฎหมายได้ แต่ในกรณีที่ครม. จะนำความขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัยนั้น ขอเตือน คือ 1.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญทำในประปรมาภิไธย ดังนั้นกรณีที่นำคำวินิจฉัยในพระปรมาภิไธยเพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัยอีกจะทำได้หรือไม่ และที่สำคัญ หากศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ครม.ต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ รัฐบาลจะใช้สถานะใดนำความขึ้นทูลเกล้าฯ อย่างไรก็ตามการออกแถลงการณ์ของศอ.รส. นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร รักษาการนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคงปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นไม่ได้
นายอภิสิทธิ์ ได้ระบุถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมส่งนายโภคิน พลกุล ที่ปรึกษานายกฯ ฐานะกรรมการยุทธศาสตร์ และนายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไปร่วมหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 22 เม.ย. นี้ว่า ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนตนนั้นตั้งใจจะเข้าร่วมด้วยตนเอง และได้ทำหนังสือตอบรับไปยังกกต.แล้ว





