แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผย ข้าสู่ยกที่ 5 ที่จะต้องต่อสู้กัน ซึ่งอาจจะกินเวลา 2-3 เดือน เป็นอย่างน้อย แล้วจะมีการเลือกตั้งใหม่
พท.ปูดแผนสกัดรัฐบาลยื้อเลือกตั้ง3เดือน
แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมา กลุ่มส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทยได้มีการหารือและวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองหลังเทศกาลสงกรานต์ โดยเห็นว่าสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้เปรียบเหมือนมวยไทยก็เข้าสู่ยกที่ 5 ที่จะต้องต่อสู้กัน ซึ่งอาจจะกินเวลา 2-3 เดือน เป็นอย่างน้อย แล้วจะมีการเลือกตั้งใหม่ โดยฝ่ายตรงข้ามจะใช้กลไกศาล องค์กรอิสระเข้ามาจัดการนายกรัฐมนตรี และครม.รักษาการ รวมทั้งส.ส. ส.ว.จำนวน 308 คน ให้พ้นจากตำแหน่งไป เหมือนเป็นการล้างไพ่ใหม่
แต่ในส่วนของส.ส.- ส.ว. ที่ปปช.จะชี้มูลกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น คงจะไม่โดนทั้งหมด เพราะได้มีการแบ่งสำนวนเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ไม่ได้ไปชี้แจง 2.กลุ่มที่ชี้แจงแต่ไม่ยอมรับอำนาจ และ 3.กลุ่มที่ไปชี้แจงโดยบอกว่าไม่ได้จงใจละเมิดรัฐธรรมนูญ ทำไปตามรัฐธรรมนูญซึ่งเชื่อว่าทำได้ เป็นการทำตามมติพรรค และเห็นว่าทำตามประธานสภาฯที่เห็นว่าทำได้ ตรงนี้คงจะมีส.ส.เดิมเหลืออยู่ประมาณ 70 คน
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า เมื่อนายกฯ และครม.คนหลักๆ โดนให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และส.ส.- ส.ว.ทั้ง 308 คนโดนชี้มูลแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการโจมตีรัฐบาล พรรคเพื่อไทย ในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการทุจริต เป็นกระบวนการทำให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยอ่อนแอลง
หลังจากนั้นก็จะจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยอาจจะมีพรรคทางเลือกที่ 3 เกิดขึ้น ซึ่งจะเชิญคนที่มีชื่อเสียงและอดีตส.ส.ไปเข้าร่วมเพื่อเป็นการตัดคะแนน มีเป้าหมายไม่ให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล อย่างไรก็ตามในส่วนของการชุมนุมทั้งกลุ่มกปปส. และนปช. จะยังคงมีต่อไปเรื่อยๆ แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่ให้เกิดความรุนแรง เนื่องจากอาจจะเข้าทางให้ทหารออกมายึดอำนาจ
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ในส่วนของการชุมนุมกลุ่มนปช.ที่ถนนอักษะที่ผ่านมา ประเมินกันว่ามวลชนที่มายังไม่เข้าเป้าไม่ถึง 1 แสนคนด้วยซ้ำ ทั้งนี้เหตุผลที่ทำให้มวลชนมาร่วมไม่ได้ตามเป้า ก็ประกอบด้วยหลายเหตุผล เช่น ความไม่ชอบมาพากลในการใช้กระสุนดินดำของบรรดาแกนนำที่ทำให้บางส่วนไปไม่ถึงมวลชน
อีกทั้งต้องยอมรับว่าคนเสื้อแดงขณะนี้มีอารมณ์ร่วมน้อยมาก ไม่เหมือนการชุมนุมปี 2552-2553 อันเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ที่ส่วนใหญ่คนมาชุมนุมกับคนเสื้อแดงเป็นคนจน ในเมื่อเศรษฐกิจปากท้องไม่ดีทำให้อารมณ์ร่วมน้อยลงไป และอีกเหตุผลคือการชุมนุมที่ผ่านมา เป็นการบริหารจัดการของนปช.เอง โดยที่ไม่ให้ส.ส.เข้าไปช่วย เพราะต้องยอมรับว่าเสื้อแดงส่วนหนึ่งบริหารจัดการผ่านระบบหัวคะแนน ซึ่งหัวคะแนนก็เป็นเครือข่ายส.ส.ทั้งนั้น
"ในเมื่อไม่มีส.ส.ช่วยทำให้หัวคะแนนไม่มั่นใจที่จะพาคนไปร่วม อย่างไรก็ตามในการชุมนุมของนปช.วันที่ 18 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินสถานะนายกฯ กรณีย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อาจจะมีมวลชนมาร่วมจำนวนมากกว่าที่ถนนอักษะแต่คงไม่ถึง 1 แสนคน และคงไม่ถึง 5 แสนคนแน่นอน"





