"อภิสิทธิ์" อวยพรปีใหม่ไทย ขอให้ ประชาชนสมหวัง ชี้ การเมืองหลังสงกรานต์ ทุกฝ่ายควรยอมรับความจริง ร่วมแก้ปัญหาชาติ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอวยพรประชาชนคนไทยเนื่องในวันปีใหม่ไทย หรือเทศกาลสงกรานต์ว่า ขออวยพรให้พี่น้องประชาชนชาวไทย สมหวังดังปรารถนาในเทศกาลสงกรานต์พี่น้องชาวไทยที่ไปเฉลิมฉลอง หรือเดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติในภูมิลำเนา ขอให้ระมัดระวังจะได้ฉลองอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ตนอยากเห็นการเมืองหลังสงกรานต์ เดินอยู่ในระบบอย่างเรียบร้อย ทุกฝ่ายให้การยอมรับความเป็นจริง และร่วมทำความเข้าใจเกี่ยวกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาด้วยกัน
ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ออกมาตอบโต้ข้อเสนอให้ออกจากตำแหน่ง หากต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญ จำหน่ายคดีวินิจฉัยสถานภาพนายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งหรือไม่ จากการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนสี จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมิชอบด้วยกฎหมายว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบโต้ถูกประเด็นหรือไม่ เพราะตนชี้ให้เห็นว่าการที่นายกฯระบุว่าศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ควรรับเรื่องนี้ไว้วินิจฉัยเพราะพ้นจากตำแหน่งแล้ว จึงได้ชี้ให้เห็นว่าถ้าเป็นตำแหน่งส.ส. เมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วจะพ้นเลย แต่ตำแหน่งนายกฯ จะต้องปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้ หากไม่อยากให้รับเรื่องก็ต้องลาออก แต่กลายเป็นว่าออกมาตอบโต้ตนว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งก็ถูกแล้วเพราะต้องปฏิบัติหน้าที่จึงต้องอยู่ในตำแหน่ง คดีจึงไปศาลรัฐธรรมนูญ
“ผม ยืนยันว่านายกฯลาออกจากตำแหน่งได้ ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม เคยลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯ ในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ผมมั่นใจว่าถ้าคุณยิ่งลักษณ์ลาออกจะพ้นจากคดีแน่ ผมไม่ทราบว่าการออกมาพูดอย่างนี้ เป็นการเข้าใจผิดหรือสร้างความสับสน แต่ไม่ควรสร้างความสับสน และการพูดถึงรัฐธรรมนูญควรพูดให้ครบ เพราะสังเกตว่ามีการใช้คำว่าปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่อ่านข้อความทั้งหมดที่เขียนว่าให้อยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ เพราะจะเป็นการสารภาพว่าที่โวยวายว่าไม่ได้อยู่ในตำแหน่งแล้ว ทำไมศาลจึงรับเรื่องไว้เป็นเรื่องเท็จ นายกฯไม่ควรให้ความเท็จกับประชาชน เพราะหากนายกฯลาออกศาลก็จำหน่ายคดี จึงไม่มีเหตุผลที่จะโจมตีว่าวินิจฉัยขัดหลักนิติธรรม หรือสองมาตรฐาน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนการที่รัฐบาลพยายามนำกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์มาเทียบกับกรณีของตนที่ศาลรัฐธรรมนูญจำหน่ายคดีเมื่อยุบสภา เพราะถือว่าพ้นสภาพส.ส.แล้วนั้น ไม่สามารถนำมาเทียบกันได้ และการที่นายกฯโพสเฟซบุ๊คกล่าวหาว่า เป็นครั้งแรกที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การบริหารงานบุคคลเป็นเรื่องเท็จ เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้รับวินิจฉัย คดีบริหารงานบุคคล แต่คดีที่เกี่ยวกับแต่งตั้งโยกย้ายศาลปกครองวินิจฉัยแล้ว ส่วนศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องว่าการออกคำสั่งที่ขัดกฎหมายในเรื่องการโยกย้ายแต่งตั้งเป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 266 และ268 หรือไม่ จึงเป็นคนละคดีกัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่มีการข่มขู่จากแกนนำเสื้อแดงว่า หากมีการตัดสินโทษน.ส.ยิ่งลักษณ์จะมีการระดมคนเสื้อแดงออกมาว่า สามารถข่มขู่ได้ แต่ไม่ควรใช้วิธีนี้ด้วยความรุนแรง ปล่อยให้ทุกคนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนหลังสงกรานต์สถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่อยู่ที่ท่าทีของผู้นำมวลชนทั้งหลายว่าจะทำอย่างไร หากมีการปลุกระดมใช้ความรุนแรงก็น่าเป็นห่วงชัดว่าไม่มี แต่ถ้าประกาศให้ชัดว่าไม่ใช้ความรุนแรง เคารพกฎหมาย ไม่นำมวลชนมาปะทะกันก็จะไม่เกิดความรุนแรง และเพราะมีความพยายามจะใช้ความรุนแรงจึงทำให้บ้านเมืองเดินหน้าได้ยาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ประชานเรียกร้องการปฏิรูป ดังนั้นรัฐบาลต้องทำความเข้าใจกับเงื่อนไขสังคม บ้านเมืองจะเดินหน้าได้





