วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เจ๊ะอามิง'ชี้ระเบิดยะลาหวังข่มรัฐบาล

"เจ๊ะอามิง" ประเมินเหตุระเบิดล่าสุดในยะลา เพราะฝ่ายตรงข้ามต้องการแสดงศักยภาพ เหนือรัฐบาลรักษาการของไทย ตำหนิ "ยิ่งลักษณ์" เมินชิวิตคนใต้

นายเจ๊ะอามิง โต๊ะตาหยง อดีตส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเกิดเหตุระเบิดยะลา4จุด เมื่อวันที่ 6 เม.ย.57 จนเป็นเหตุให้มีทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บว่า สถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นตลอด แต่ที่ดูเหมือนว่าไม่มีเหตุ เพราะถูกประเด็นทางการเมืองใน กทม.กลบ ทั้งที่มีความสูญเสียเกิดขึ้นต่อเนื่องรุนแรงทั้งปัตตานี ยะลา นราธิวาส แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่ได้ใส่ใจให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหา การเสียชีวิตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องใน 3 จังหวัดค่อนข้าง จะรุนแรง แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะที่เป็นนายกฯและรมว.กลาโหม ไม่เคยแสดงความคิดเห็นท่าทีเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา หรือรักษาเหตุให้สงบลงได้อย่างไร ไม่มีอะไรที่ออกจากปากน.ส.ยิ่งลักษณ์

นายเจ๊ะอามิง กล่าวว่า ขอเรียกร้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ความสำคัญ กับการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างรุนแรงมาก เพราะผลพวงจากการไปพูดคุยของ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาสมช.ที่ไปตกลงอะไรไว้ในการเจรจาที่มาเลเซียหรือไม่ เพราะมีข่าวว่ามีการให้ข้อตกลงบางอย่างแล้วทำไม่ได้ จึงทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่พอใจจนต้องออกมาแสดงศักยภาพ เพื่อทวงถามหรือไม่อย่างไร จึงจำเป็นที่สังคมไทยต้องรับรู้

“ทุกวันนี้คน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเจ็บปวดจริง ๆ เหมือนตกนรกทั้งเป็น จากความไม่ใส่ใจของรักษาการนายกฯยิ่งลักษณ์ ไม่สนใจในความเป็นความตายของประชาชน น.ส.ยิ่งลักษณ์ตกรถนั่งเก้าอี้หลายอาทิตย์ แต่คนภาคใต้อยู่บนความเจ็บปวดจากนโยบายที่ผิดพลาดตั้งแต่สมัยพ.ต.ท.ทักษิณ(ชินวัตร) จนมาถึงสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ 10 ปี เหมือนตกนรก ทั้งเป็นภายใต้การนำและนโยบายของตระกูลนี้ อย่างชัดเจน” นายเจ๊ะอามิง กล่าว

นายเจ๊ะอามิง กล่าวว่า ขอให้นายกฯที่กำลังไปตรวจงานภาคเหนือและภาคอีสาน ว่า ใส่ใจและใช้เวลาช่วงนี้ลงไปนั่งสั่งการในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ในฐานะนายกฯและรมว.กลาโหม ที่นั่งถ่างขาอยู่ เพื่อให้ความมั่นใจกับประชาชนบ้าง และเรียกร้องไปยังนายถวิล เปลี่ยนสี ที่กลับไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ถือโอกาสนี้ดูแลกำกับนโยบายของสมช.กับการแก้ไขปัญหา ตนเชื่อมั่นในตัวนายถวิลเพราะมีข้อมูลในเชิงลึกในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มาก ซึ่งช่วงหลังปัญหานโยบายเดินหน้าไม่ได้ เพราะคนในสมช.ถูกปรับออกไปเกือบทั้งหมด ทำให้ขาดการรับทราบนโยบายอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นความผิดพลาดอย่างหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีการโยกย้ายพล.ท.ภราดรออกไป และเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาค 4 คนใหม่หรือไม่ นายเจ๊ะอามิง กล่าวว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้อง แต่น่าจะเป็นเพราะความอ่อนแอของรัฐบาลถึงจุดสูงสุด ทำให้ฝ่ายตรงข้ามแสดงศักยภาพ ให้เห็นว่ามีความแข็งแกร่งมากกว่า

เมื่อถามว่า ทางกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เรียกร้องให้มีการเจรจาต่อเนื่อง เหมือนเป็นการต้องการให้พล.ท.ภราดรกลับมารับผิดชอบอีกครั้งหรือไม่ นายเจ๊ะอามิง กล่าวว่า หากถามคำถามนี้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ตนเชื่อว่าจะต้องอ้างว่าเจรจาต่อไม่ได้ เพราะอยู่ในระหว่างรักษาการ แต่ตนเห็นว่าการรักษาการกับการพูดคุยเป็นคนละเรื่องกันเพราะไม่ต้องใช้งบประมาณ สามารถเดินต่อได้ และการมอบหมายให้พล.ท.ภราดรไปเจรจาที่มาเลเซีย เป็นแค่การตลาดมากกว่าการแก้ไขปัญหา

“แนวโน้มสถานการณ์จะมีเหตุการณ์ความรุนแรงมากขึ้น เพราะมีการอาศัยจุดอ่อน ของรัฐบาลรักษาการที่ไม่ใส่ใจต่อสถานการณ์ใด ๆ โดยฝ่ายกองกำลังในพื้นที่เพียงแต่ควบคุมสถานการณ์เอาไว้ เพราะที่ผ่านมามีการก่อเหตุทุกวัน แต่รัฐบาลทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ประกอบกับสถานการณ์การเมืองในกรุงเทพฯ ที่ร้อนแรงทำให้กลบเกลื่อนปัญหาไป ส่วนพล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ ถือเป็นคนที่มีความตั้งใจและพยายามใช้วิธีการพูดคุยทำความเข้าใจ แต่สิ่งที่ตนอยากเห็น คือ อย่าใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหาแต่ต้องใช้สติเท่านั้น” นายเจ๊ะอามิง กล่าวว่า