"พ.ต.อ.ประเวศน์"เดินหน้าเอาผิดกกต.-จนท.ทิ้งหน่วยเลือกตั้ง จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเปิดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งส.ส.ในวันที่ 2 ก.พ.
พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ป.ป.ท.ได้รับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 2 ก.พ. เข้ามายังสำนักงานป.ป.ท.รวม 132 เรื่อง เป็นคดีที่อยู่ในชั้นตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น 95 เรื่อง และเป็นคดีที่คณะกรรมการป.ป.ท.มีมติรับไว้ไต่สวนแล้ว 37 เรื่อง
โดยป.ป.ท.เริ่มไต่สวนเรื่องแรกที่เขตพญาไท มีการตั้งคณะอนุกรรมการลงพื้นที่สอบพยานเกือบครบทุกปากแล้ว คาดว่าจะเสนอให้คณะกรรมการป.ป.ท.ชี้มูลความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในเดือนเม.ย.นี้ ในส่วนคดีอื่นจะทยอยสอบพยานให้ครบ โดยที่ผ่านมาได้สอบปากคำตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งต่างๆ รวมถึงผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งเกือบครบถ้วนแล้ว ขาดเพียงพยานเอกสารจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องยืนยันว่า ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง กกต.ได้จัดอบรมและแจ้งให้ผู้ได้รับแต่งตั้งรับทราบถึงหน้าที่หรือไม่
พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าวอีกว่า สำหรับพฤติการณ์การละทิ้งหน่วยเลือกตั้ง จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเปิดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งส.ส.ในวันที่ 2 ก.พ. ซึ่งเข้าข่ายต้องถูกชี้มูลความผิด ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกเป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยที่หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่คืนวันที่ 1 ก.พ. จึงไม่เข้ารายงานตัว ไม่เดินทางไปรับหีบบัตรและบัตรลงคะแนน กลุ่มที่ 2 คือรายที่แจ้งลาออกกะทันหัน และกลุ่มที่ 3 เป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งเดินทางมารายงานตัวรับอุปกรณ์การเลือกตั้งออกไปเปิดหน่วยเลือกตั้งให้ลงคะแนนในเวลา 08.00 น. แต่กลับละทิ้งหน่วยเลือกตั้งจนต้องประกาศปิดการลงคะแนน เพราะเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยมีไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด





