วิเคราะห์เจาะลึก! ผ่าแผน'แดง นปช.' ใน3กลยุทธ์ กับ1ยุทธศาสตร์ ในการชุมนุมใหญ่ครั้งนี้
ไม่ว่าการชุมนุมมวลชนเสื้อแดง ในวันเสาร์ที่ 5 เม.ย. ที่ ถนนอักษะ ย่านพุทธมณฑล จะมารวมพลกันจำนวน 5 แสน หรือ 5 หมื่น มันไม่ใช่ประเด็น
หากแต่แกนนำ "แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งขาติ" (นปช.) ได้วางจังหวะก้าวในการเคลื่อนไหว ทั้งระยะสั้น และระยะยาวไว้แล้ว
ยกแรก เป็นปฏิบัติการข่าวสาร ด้วยการโชว์ภาพเสื้อแดงเต็มถนนอักษะ จะไม่ชุมนุมยืดเยื้อ เบื้องต้นจะใช้เวลาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 5 เม.ย. จนถึงวันจันทร์ที่ 7 เม.ย. เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน
เหตุที่เรียกว่า "ซ้อมใหญ่" เพราะต้องการทดสอบความพร้อมในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสถานที่ เวทีปราศรัย ที่พักของผู้ชุมนุม อาหาร เครื่องดื่มห้องน้ำ เรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัย เรื่องการถ่ายทอดสด
มีข้อน่าสังเกต "กลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตย" (อพปช.) ของ สุภรณ์ อัตถาวงศ์ และ ขวัญชัย ไพรพนา ไม่ได้เดินทางมาร่วมชุมนุมในยกแรก โดย "แรมโบ้อีสาน" ประกาศ จะขอเป็น "ทัพที่สอง" ของ นปช. และรอเวลาการชุมนุมขั้นแตกหัก
ยกที่สอง แกนนำ นปช. จะรอฟังผลการวินิจฉัยคดีนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ในกรณีย้ายถวิล เปลี่ยนสี และกรณี ป.ป.ช.ชี้มูลคดีจำนำข้าวของนายกฯ ยิ่งลักษณ์
หากผลแห่งคดีออกมาเป็น "ลบ" นายกฯยิ่งลักษณ์ และคณะรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งทั้งชุด ในคดีย้ายถวิล เปลี่ยนสี
แกนนำ นปช.จะนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง และเป็นการชุมนุมยืดเยื้อ
การชุมนุมของ นปช.ในยกที่สอง จะมีรูปแบบไม่ต่างจาก "ยุทธการโค่นอำมาตย์" เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 และมีแนวโน้ม "กองทัพ" อาจต้องประกาศกฎอัยการศึก เพื่อควบคุมสถานการณ์
ยกที่สาม หากกองทัพเข้าควบคุมสถานการณ์ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด แกนนำ นปช. ต้องเลือกเล่น "เกมถอย"
เกมถอยจะเป็นการถอยชั่วคราว เพื่อการรุกตอบโต้ "รัฐบาลคนกลาง" (หากจะมีขึ้นจริง ในอนาคต)
ดังนั้น การชุมนุมที่ถนนอักษะ ในห้วงสุดสัปดาห์นี้ จึงไม่น่ามีสถานการณ์แทรกซ้อนใดๆ
เหมือนที่ ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. กล่าวว่า "การชุมนุมครั้งนี้ยังนับเป็นการซ้อมรบครั้งใหญ่ แต่เสมือนเป็นการรบจริง เพราะไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ เราต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา การออกมา ครั้งนี้ไม่ใช่จุดสุดท้ายของการต่อสู้ แต่เป็นการเริ่มต้น"
ครั้งนี้ไม่ใช่จุดสุดท้ายของการต่อสู้..แต่เป็นการเริ่มต้นของสงครามยืดเยื้อ





