วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสื้อแดงซ้อมใหญ่ ก่อนสู้ศึกยืดเยื้อ

นปช.ประกาศหากการชุมนุมที่ถนนอักษะครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาใดๆการชุมนุมครั้งต่อไปอาจใช้ถนนแห่งนี้อีกหากต้องชุมนุมยืดเยื้อ

ตลอดเดือนมีนาคมเป็นต้นมา กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช. ) ได้เดินสายเช็คกำลัง ปลุกกระแสคนเสื้อแดงให้กลับมาอีกครั้ง ไล่เรียงตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 1 มี.ค. ที่บริเวณสนามฟุตบอลโรงเรียนพังงูพิทยา ต.พังงู อ.หนองหาน จ.อุดรธานี วันอาทิตย์ที่ 2 มี.ค. ที่บริเวณสนามที่ดินส่วนบุคคลใกล้กับสถานี บขส.ขอนแก่นแห่งใหม่ เสื้อแดงชุมนุมใหญ่ ระดมพล 20 จังหวัดภาคอีสาน วันเสาร์ที่ 8 มี.ค. ที่สนามกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เสื้อแดงชุมนุมใหญ่ ระดมพล 17 จังหวัดภาคเหนือ วันเสาร์ที่ 15 มี.ค. ที่สนามกีฬากลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันเสาร์ที่ 22 มี.ค.ที่เขาตาโล ตรงข้ามห้างบิ๊กซี และห้างเทสโก้โลตัส พัทยาใต้ จ.ชลบุรี

โดยการชุมนุมใหญ่แต่ละครั้ง จะมีการจัดกิจกรรม เป็นขบวนแรลลี่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รถตุ๊กตุ๊ก รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ รถหกล้อ ล่องเรือ ขี่ช้าง แห่กันคึกคักทั่วเมือง

และเมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. ได้นัดกลุ่มคนเสื้อแดงร่วมชุมนุมใหญ่อีกครั้ง ในวันเสาร์ที่ 5 เม.ย. ที่ ถนนอักษะ ย่านพุทธมณฑลซึ่งรูปแบบการชุมนุมในครั้งนี้ แกนนำ นปช. เปิดเผยว่า จะไม่เคลื่อนขบวนไปไหนหรือไปปิดสถานที่ใด จะชุมนุมอยู่ในที่ตั้ง เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ความรู้สลับกับการปราศรัยบนเวที ให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมได้ฟังและยังได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน

โดยคาดว่าการชุมนุมครั้งนี้ จะไม่ยืดเยื้อ เบื้องต้นจะใช้เวลาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 5 เม.ย. จนถึง วันจันทร์ที่ 7 เม.ย. เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน แต่หากเกิดเหตุการอะไร ก็จะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าจะชุมนุมต่อหรือไม่

ทั้งนี้สถานการณ์ที่จะทำให้ต้องชุมนุมต่อมี 2 ประการคือ 1.การรุกเร้าของฝั่งตรงข้าม และ 2.จำนวนผู้มาชุมนุมและการชุมนุมในครั้งนี้ สามารถเรียกได้ว่า “ซ้อมใหญ่” ในการชุมนุมปักหลัก พักค้าง เนื่องจากในการชุมนุมใหญ่แต่ละครั้ง ต้องมีการเตรียมความพร้อมในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสถานที่ เวทีปราศรัย ที่พักของผู้ชุมนุม อาหาร เครื่องดื่มห้องน้ำ เรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัย เรื่องการถ่ายทอดสดการชุมนุม จึงถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนชุมนุมใหญ่ที่อาจจะยืดเยื้อในครั้งต่อไป

ส่วนสาเหตุที่มาใช้พื้นที่ถนนอักษะ พุทธมณฑลในครั้งนี้ ด้วยเหตุผลหลายประการ ที่มองแล้วเป็นจุดที่เหมาะสมเช่น เป็นพื้นที่กว้าง พื้นที่เปิด ห่างจากจุดชุมนุมของกลุ่มกปปส. เป็นการส่งสัญญาณ ว่า คนเสื้อแดง พร้อมที่จะเข้าพื้นที่กรุงเทพฯได้ตลอดเวลา และเป็นถนนที่ไม่มีประวัติศาสตร์ทางการเมือง สงบ สวยงาม จึงเหมาะสมที่จะใช้เป็นพื้นที่ในการชุมนุมในครั้งนี้

อย่างไรก็ตามก่อนเกิดแนวคิดใช้ถนนอักษะ ก็เคยมีผู้เสนอให้ใช้พื้นที่สนามกีฬาราชมังคลาสถาน เหมือนครั้งที่ผ่านๆมา แต่พื้นที่สนามราชมังคลาฯเอง ก็ มีข้อจำกัดอยู่หลายอย่างและอาจจะเกิดความวุ่นวายขึ้น เหมือนการชุมนุมที่ผ่านมา เพราะเป็นพื้นที่ปิด อาจจะถูกปิดล้อมได้

"หากการชุมนุมที่ถนนอักษะ ครั้งนี้ เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาใดๆ ในการชุมนุมครั้งต่อไป ก็อาจจะใช้ถนนอักษะเป็นที่ชุมนุมใหญ่อีกครั้ง หากต้องยืดเยื้อ" แกนนำ นปช. เปิดเผยถึงแผนการณ์ในอนาคตให้ฟัง

ส่วนจำนวนผู้ชุมนุมที่เหล่าบรรดาแกนนำคาดว่าจะมาร่วมนั้น น่าจะไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน และประเมินเช่นนั้นเพราะจากการชุมนุมแต่ละครั้งที่ผ่านมา ตลอดทั้งเดือนมี.ค. ตามภาคต่างๆ 5 ครั้งที่ผ่านมา มีผู้มาร่วมชุมนุมเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3-4 หมื่นคนในแต่ละเวที พร้อมการประสานกับแกนนำแต่ละจังหวัด และได้ประเมินร่วมกันประชุมหารือกับแกนนำแต่ละจังหวัด

สำหรับการเดินทางของผู้ชุมนุมที่จะเดินทางมาร่วมชุมนุม จะมีการใช้รูปแบบการเดินทางเป็น คาราวาน ใช้รถกระบะ รถยนต์ส่วนตัว มากกว่าจะไม่เน้นการเดินทางโดยใช้รถประจำทาง รถบัส เหมือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้จะมีตัวแทนจากส่วนกลางประสานกับแกนนำในแต่ละพื้นที่ เรื่องการเดินทาง เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะอดีตเกิดปัญหาขึ้น โดยแกนนำแต่ละจังหวัดจะเป็นคนดูแลเรื่องต่างๆเอง ทำให้ขาดการประสานกับส่วนกลางหรือประสานกันน้อยมาก การชุมนุมครั้งนี้ จึงส่งคนจากส่วนกลางเข้าไปช่วยดูแล ประสานอีกชั้นหนึ่ง เพื่อลดปัญหาต่างๆและทำให้การขับเคลื่อนเป็นรูปแบบมากยิ่งขึ้น

และรูปแบบของเวทีและการถ่ายทอดสด การถ่ายภาพต่างๆ ก็จะมีการปรับเปลี่ยน เพราะที่ผ่านมามีผู้ชุมนุมจำนวนมาก แต่ภาพที่ออกมาไม่ชัดว่ามีผู้ชุมนุมจำนวนมาก หรือการถ่ายทอดสดบางครั้งมุมกล้องต่างๆ ทำให้ผู้ชุมนุมดูน้อย จึงอาจจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทุกอย่างออกมาดูดีมากขึ้น

การชุมนุมใหญ่หรือการซ้อมใหญ่ ครั้งนี้ ของกลุ่มนปช. จะออกมาในรูปแบบใด เมื่อมีการปรับเปลี่ยนในหลายๆอย่างหลายๆด้าน เพื่อให้กระบวนการ การต่อสู้เป็นรูปแบบ ที่ชัดเจน และมีพลังขับเคลื่อนมากยิ่งขึ้น เพื่อรอวัน ชุมนุมใหญ่และยืดเยื้อ ที่คงจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

กปปส. แค่นอนรอ

ด้าน กปปส. เองนั้นก็ไม่ยอมน้อยหน้าเล่นยุทธศาสตร์จิตวิทยากดดันคนเสื้อแดงกลับ โดยเรียกแกนนำทั่วประเทศหารือที่สวนลุมพินี และขอให้กปปส. ทั่วประเทศชุมนุมใหญ่ในวันเดียวกัน

เรื่องนี้อ่านเกมได้ไม่ยากว่าเจตนาคืออะไร เพราหากย้อนไปการชุมนุมใหญ่ของ กปปส. เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา ครั้งนั้น นปช. ก็เล่นเกมคล้ายกันคือนัดแกนนำระดับย่อยหารือ แต่ไม่บอกผลการหารือว่าการเคลื่อนไหวในวันที่ 5 เม.ย. นี้จะเป็นอย่างไร

แต่ที่ทำให้ผลต่างกันคือวันนั้น นปช. จะจัดการชุมนุมหลัง กปปส. ทำให้เหมือนว่ามีของเก็บซ่อนเอาไว้ ขณะที กปปส. เพิ่งชุมนุมใหญ่ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงผิดวิสัยที่จะจัดการชุมนุมใหญ่สองสัปดาห์ติด ครั้งนี้เราจึงจะไม่เห็นภาพมวลมหาประชาชนออกมา

ดังนั้นจึงดูคล้ายเกมจิตวิทยาที่ไม่ได้ผลนัก แต่ก็ถือว่าดีกว่าไม่มีแอ็กชั่นอะไร เพราะสิ่งที่ กปปส. ทำตอนนี้คือการนอนรอให้องค์กรอิสระเป็นผู้ที่ขย้ำรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งคาดว่าราวๆต้นเดือน พ.ค. น่าที่จะเห็นน้ำเห็นเนื้อ และไม่น่าที่จะเอาตัวเข้าไปแลกแต่อย่างใด